[KiHae] : The Prey -- I

posted on 05 Jul 2008 22:13 by icebox

 

 

Title : The Prey

Author : Ice 

Rate : PG - 15

 

 

Page 1

 

ผู้คนจากทั่วสารทิศมุ่งเข้าสู่ตึกอัยการกลางเพื่อดูผลสอบเป็นอัยการประจำปี ดวงตากลมโตไล่ดูชื่อบนบอร์ดประกาศผลในเขตของโซล นักเรียนกฎหมายและทนายความจำนวนไม่น้อยที่ต้องการเลื่อนตำแหน่งเป็นหน้าเป็นตาแก่ตัวเองด้วยการเข้าสอบครั้งนี้ ดงเฮเตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างหนัก เขารู้ว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะขึ้นไปยืนอยู่ในที่ที่พ่อต้องการได้ แต่มันก็ไม่ง่ายเช่นกันที่เขาจะเป็นไปตามที่โดนดูถูก นิ้วเรียวไล่ชื่อในเขตประจำที่ตัวเองสมัครไว้อย่างใจจดใจจ่อ

 

 

อัยการเขตเหนือ, โซล

ลี ดงเฮ

 

 

แทบไม่อยากเชื่อในสายตาของตัวเอง ชื่อของเขา ..กับตำแหน่งที่พ่อหวังไว้ น้ำตาแห่งความปลื้มปิติรื้นขึ้นมาเสียดื้อๆ ดงเฮนึกถึงระยะเวลาสามเดือนที่ตัวเองต้องกรำอยู่กับตำราเล่มหนา ตัวอย่างคดีสำคัญที่นักกฎหมายจำเป็นต้องรู้ ลำบากจนนึกท้อหลายครั้ง แต่พอเห็นชื่อของตัวเองแล้ว ความเหนื่อยที่เคยพบเจอกลับหายไปสิ้นเหมือนยกภูเขาออกจากอก

 

 

ดงเฮหยิบโทรศัพท์กดโทรหาคุณนายลีด้วนนิ้วที่สั่นเพราะความตื่นเต้น “ แม่.. ”

 

 

[ ดงเฮ ลูกอยู่ไหน ]

 

 

“ ผมทำได้แล้วครับ ”

 

 

[  จริงหรือ แม่รู้อยู่แล้วว่าเราต้องทำได้ ยินดีด้วยนะ ว่าที่อัยการคนใหม่ ]

 

 

“ แม่ครับ ..ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย ”

 

 

[ จ้ะ นี่เรื่องจริงเลย เย็นนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ]

 

 

“ ไม่ครับ ผมจะพาพ่อกับแม่ออกไปทานข้าวข้างนอก ”

 

 

[ แล้วโทรบอกพ่อหรือยัง... เขารอโทรศัพท์จากเราอยู่นะ ]

 

 

“ ยังครับ งั้นผมโทรบอกพ่อก่อนแล้วกันนะครับ ”

 

 

ดงเฮวางสายก่อนโทรไปรายงานผลการสอบให้ผู้เป็นพ่อรู้ น้ำเสียงของปลายสายไม่ตื่นเต้นหรือดีใจอะไรมากมายนัก มีเพียงเสียงเรียบราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่ควรเกิดขึ้น ดงเฮรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาอยากได้ยินคำพูดแสดงความยินดีออกจากปากของพ่อบ้าง คำพูดที่บ่งบอกถึงความภูมิใจในตัวเขา

 

 

หลังจากร่างบางจัดการเรื่องเอกสารกำหนดการสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว ดงเฮจึงขึ้นรถประจำทางไปสำนักงานที่ตัวเองฝึกงานอยู่ สะสางเรื่องงานชิ้นสุดท้ายให้เสร็จพร้อมทั้งเก็บข้าวของบนโต๊ะลงกล่องเพื่อขนย้าย

 

 

ล้อรถหยุดหมุนตรงป้ายสถานีย่านธุรกิจของเมือง ดงเฮเดินลงจากรถคนสุดท้าย แฟ้มเอกสารในมือของเขาลื่นไหลลงกองบนทางเท้า แผ่นกระดาษสีขาวที่มีตัวอักษรปลิวตามแรงลมไปติดกับรองเท้าผ้าใบที่สมควรได้รับการดูแลเสียที เจ้าของรองเท้าก้มหยิบกระดาษใบนั้นรวมทั้งอีกหลายใบที่ปลิวมาอยู่รอบๆตัวเขา

 

 

ดงเฮรีบเก็บตัวแฟ้มก่อนเดินไปหาชายหนุ่มที่ถือเอกสารของเขา

 

 

“ ขอบคุณ...ครับ ” แวบแรกที่สบดวงตาสีเข้ม ดงเฮไม่สามารถเบือนหน้าออกจากใบหน้าของร่างสูงได้ บางคนที่ผุดขึ้นมาในจิตใจ..คนตรงหน้าจะใช่คนที่เขารู้สึกผิดมาตลอดหรือเปล่า

 

 

“ ของคุณ ” เจ้าของดวงตาปรือยัดปึกกระดาษใส่มือบาง แล้วเอามือล้วงกระเป๋าเดินผ่านคนที่ยืนแข็งทื่อกับการพบเจอกันของพวกเขา คิบอมรู้ว่าคนที่เขาช่วยเหลือคือใคร ..รู้ตั้งแต่ร่างเล็กเดินลงมาจากรถประจำทางสีเหลืองคันนั้น เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยที่จะต้องพบคนคนนี้ ..มันตายด้านไปหมดแล้วกับทุกความรู้สึก ตอนนี้เขาใช้สมองคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตอยู่รอดบนโลกใบนี้ต่อไป อีกอย่างที่คิบอมทำหน้าเมินเฉยกับท่าทีตกตะลึงของอีกฝ่ายก็เพราะเขาไม่คิดว่าดงเฮจะจำเขาได้ สภาพของตัวเองไม่ต่างอะไรกับพวกที่อยู่ด้านมืดของสังคม การแต่งตัว ..หน้าตา ช่างแตกต่างกับคนที่ได้รับการศึกษาอย่างดงเฮโดยสิ้นเชิง

 

 

..คนที่ได้ดีด้วยการทรยศ

 

 

ดงเฮมองด้านหลังเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนที่เดินห่างไปเรื่อยๆ ก่อนตัดสินใจกึ่งวิ่งกึ่งเดินจนมาหยุดยืนตรงหน้าร่างสูงอีกรอบ

 

 

“ ขอโทษนะครับ เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า ” ดงเฮถามอย่างสุภาพ เขาไม่ได้ยินข่าวคราวของคิบอมอีกเลยตั้งแต่วันที่ก้าวเท้าออกจากสถานเลี้ยงเด็ก แม้จะสืบเสาะว่าอีกคนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ได้รู้จากคุณคิมเพียงว่า..คิบอมได้หนีออกจากสถานรับเลี้ยงเด็กไปหลังจากที่ดงเฮย้ายเข้ามาอยู่บ้านอุปถัมภ์ได้เพียงหนึ่งวัน

 

 

“ เหรอครับ ผมจำไม่เห็นได้ว่า เคยรู้จักคนที่แต่งตัวดีอย่างคุณ ” น้ำเสียงที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่ดงเฮกลับรู้สึกเหมือนมีค้อนใหญ่ตอกความรู้สึกผิดในจิตใจให้หยั่งลึกแน่นกว่าเคย ถึงรูปกายภายนอกจะเปลี่ยนไปเพียงใด แต่เขาก็ยังจำแววตารั้นคู่นั้นได้เสมอ

 

 

“ คิบอม นายใช่มั้ย ” ริมฝีปากบางสั่นขณะเรียกชื่อของอีกคนออกมา ..ชื่อที่เขาไม่ได้เรียกมานาน แต่เจ้าของชื่อยังอยู่ในความทรงจำตลอดมา

 

 

“ ผมชื่อคิม คิบอม... ” เสียงทุ้มเรียกรอยยิ้มกว้างเตรียมปรากฏบนใบหน้าหวานหากไม่มีคำพูดทำร้ายจิตใจต่อท้ายมาอีกประโยค

 

 

“ แต่ผมไม่รู้จักคุณ ” ร่างสูงก้าวเท้าผ่านหน้าคนที่ยืนตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน คิบอมเดินผ่านราวกับเขาเป็นเพียงสิ่งของที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคิบอม ดงเฮกอดแฟ้มสีดำในมือแน่น หน้าหวานรู้สึกชาก่อนจะลามไปทั่วร่างกายจนเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ไม่มีทางที่คิบอมจะลืมเขาได้ ..ไม่มีทางที่จะลืมคนคนนี้ได้

 

 

เพราะถ้าคิบอมไม่จำเขาในฐานะเพื่อน

ในสายตาของร่างสูง ดงเฮก็เป็นเพียงฝันร้ายในอดีต

 

...........................................................................................

 

 

“ เมื่อกี้ยืนคุยกับใคร ” ฮีชอลถามคนที่เพิ่งข้ามถนนมาหา ร่างโปร่งยืนมองเหตุการณ์ระหว่างคนตรงหน้ากับชายหนุ่มอีกคนอย่างสงสัยอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม

 

 

คิบอมไม่ตอบ หยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบก่อนปล่อยควันขาวออกจากปากพร้อมกับสีหน้าผ่อนคลาย

 

 

“ แกนี่ ..ฉันถามอยู่ไม่ได้ยินหรือไง ” ท่าทางไม่สนใจคำพูดของเขา ทำให้ฮีชอลแสดงสีหน้าหงุดหงิดพลางตวาดคิบอมไปอีกระลอก

 

 

“ ไม่ใช่เรื่องของนาย ” คิบอมอัดควันบุหรี่เข้าปอดหลังจากพูดจบ

 

 

“ สนุกแล้วสิ ปกติแกไม่ทำตัวงี่เง่าอย่างนี้นี่นา หมอนั่นใช่คนที่ทำให้แกมาร่วมชะตากรรมกับฉันหรือเปล่านะ ” เสียงแหลมพูดลอยๆเหมือนต้องการแหย่คนฟัง เขารู้จักคิบอมดีพอสมควร..รู้ว่าเรื่องที่จะทำให้คิบอมหงุดหงิดใจได้มีเพียงไม่กี่เรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของคนที่เกี่ยวข้องกับอดีตของคิบอม และดูท่าเขาจะเจอสิ่งที่น่าตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

 

 

“ หุบปาก ฮีชอล!! ” มือหยาบโยนซากบุหรี่ลงพื้นก่อนขยี้จนปลายไฟสีแดงมอดลง แล้วส่งสายตากร้าวให้คนหน้าสวยหยุดพูดยั่วเขาเสียที ไม่งั้นร่างสูงคงได้ชกคนใกล้ตัวระบายอารมณ์ก่อนเริ่มงานแน่ๆ

 

 

“ วันนี้ เอาแค่นี้ก็ได้ ” ฮีชอลมองร่างของดงเฮที่เดินเข้าสู่ตัวตึกสูงที่อยู่ห่างจากป้ายสถานีรถประจำทางไปอีกล็อกถนน ถึงจะไม่เห็นหน้าใกล้ๆ แต่เขาก็พอเดาออกว่าคนที่คุยกับคิบอมเมื่อครู่คงมีหน้าตาสะสวยไม่เบา

 

 

“ มันจะออกมากี่โมง ” น้ำเสียงจริงจังมีให้ได้ยินเกือบในทันที งานชิ้นสำคัญประจำเดือนของพวกเขาทั้งสองคนที่จะลงมือร่วมกัน เหยื่อของวันนี้ไม่ใช่ใครอื่น..เป็นนางพยาบาลสาวประจำโรงพยาบาลที่ฮีชอลเข้าพักรักษาตัวจากอุบัติเหตุเมื่อสองเดือนก่อน เจ้าหล่อนให้ท่า..ฝ่ายชายหนุ่มก็เล่นด้วย หลังจากฮีชอลออกจากโรงพยาบาลแล้ว พวกเขายังติดต่อกันอีกสองสามครั้งจนฮีชอลรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องและที่สำคัญเพิ่งได้รับเงินตอบแทนก้อนใหญ่จากการดูแลเจ้าของบริษัทรายใหญ่ที่เป็นโรคความดันสูง

 

 

และวันนี้คือวันที่เจ้าหล่อนต้องเข้ามารับเงินก้อนสุดท้ายจากทางบริษัท

 

 

“ เพิ่งเข้าไป ไม่น่าเกินสามสิบนาที ” เสียงทุ้มตอบ ฮีชอลมองทะลุกระจกร้านสะดวกซื้อเพื่อดูเวลาลงมือคร่าวๆบนนาฬิกาติดผนัง

 

 

“ หวังว่าวันนี้คงได้เยอะล่ะนะ ”

 

...

 

...

 

...

 

ขวดเหล้าขวดที่ห้าถูกเสิร์ฟบนโต๊ะของคิบอมกับฮีชอล รอยยิ้มกับสีหน้าพอใจบนแก้มแดงๆจากฤทธิ์เหล้าของฮีชอลบ่งบอกถึงความสำเร็จในการลงมือครั้งนี้เพียงใด

 

 

“ ไม่ผิดหวัง ..ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ” มือเรียวยกแก้วเล็กที่บรรจุน้ำใสแต่รสชาติบาดคอชนกับแก้วของอีกคนแล้วดื่ม

 

 

“ ถ้าได้เหยื่อขนาดนี้บ่อยๆก็ดีน่ะสิ ” คิบอมย้อนนึกตอนที่หญิงสาวหยิบเงินสดสองปึกออกจากกระเป๋าถือ แล้วยิ่งรู้ว่าคนที่รวมหัวดักจี้เป็นคนที่เคยร่วมสนุกบนเตียงด้วยกันแล้ว หน้าหญิงสาวถึงกับซีดเผือดเมื่อได้ยินฮีชอลขู่ไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ ไม่เช่นนั้น ..คลิปลีลาเด็ดของหล่อนที่ถูกฮีชอลบันทึกไว้จะถูกเผยแพร่บนหน้าเว็บอย่างแน่นอน

 

 

..ร้ายไม่เบาเลย สำหรับคนหน้าสวยอย่างฮีชอล

 

 

“ ฉันคงหยุดงานไปอีกสักเดือน.. แล้วแกล่ะ ” เงินที่ได้มามาพออยู่เดือนหนึ่งสบายๆโดยไม่ต้องออกไปหาเพิ่ม

 

 

“ ยังไม่รู้ อาจจะลองเข้าไปเขตของชอยซูอีกสักครั้ง ” มือที่จับตะเกียบคีบกับแกล้มเข้าปากถือค้าง มองหน้าหล่อของคนพูดที่ดูจะไม่สะทกสะท้าน ฮีชอลวางตะเกียบลงในจานก่อนยกแก้วกระดกทีเดียวหมด

 

 

“ แกอย่าเพิ่งหาเรื่องดีกว่า ช่วงนี้ฉันอยากพักผ่อน ..ไม่มีเวลามานั่งทำแผลให้แกหรอกนะ ”

 

 

“ ทำแผลให้ฉันเป็นหน้าที่ของนาย ” คิบอมพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ เขายังจำครั้งแรกที่ออกทำภารกิจได้แม่นยำ..บาดแผลที่ต้นแขนขวาจากคัตเตอร์ถูกฮีชอลรักษาจนหายดี และครั้งต่อๆมาจึงกลายเป็นฮีชอลที่ต้องอยู่ทำแผลให้เขา ยกเว้นอาการจะหนักจริงๆจึงค่อยส่งโรงพยาบาล

 

 

“ น้อยๆหน่อย ฉันไม่ใช่คนรับใช้ของแกนะ ถ้าคันไม้คันมือ..ไม่มีอะไรทำ ก็ลองไปตีซี้กับเพื่อนแกดูสิ ” คิบอมเงยหน้ามองฮีชอลเหมือนต้องการคำอธิบาย

 

 

“ ก็..คนที่แกยืนคุยกับเขาเมื่อตอนบ่ายไง ”

 

 

“ ฉันไม่รู้จักมัน ” เสียงทุ้มเน้นหนัก ชีวิตของเขาไม่อยากเกี่ยวข้องกับคนชื่อดงเฮอีก..

 

 

“ หมอนั่นท่าทางจะรวยไม่ใช่เล่น ฉันว่าแกลองคุยๆเนียนๆดูก็ได้ เผื่อว่าตอนเราขัดสนจะได้ไปยืมเงินบ้านมันมาใช้ ” ฮีชอลพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่คิบอมพูดเมื่อกี้

 

 

มือหยาบตบลงบนโต๊ะเหล็กแรงพอที่จะทำให้แก้วใบเล็กเคลื่อนจนเกือบตกจากโต๊ะ ถ้าฮีชอลไม่จับเสียก่อน

 

 

“ อย่าพูดเรื่องมันอีก ฉันไม่อยากได้ยิน!!

 

 

คิบอมคว้าเสื้อโค้ทตัวเก่งขึ้นพาดบ่าแล้วเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่อารมณ์ภายในปะทุเดือด ทั้งที่บอกตัวเองไม่ให้มีความรู้สึกให้คนคนนั้นแล้ว แต่เขาก็ยังควบคุมมันให้เป็นดังใจไม่ได้ แค่เห็นหน้าวันนี้..เรียกความแค้นที่จมกองอยู่ในตัวเขาออกมา

 

 

คนสวยยังมึนงงกับท่าทีหุนหันของคิบอม ไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนที่เพิ่งเดินออกไปบอกเต็มปากว่าไม่รู้จักแท้ๆ แต่ดูมันทำเข้าสิ ..ทำยิ่งกว่าเป็นคนรู้จักเสียอีก ฮีชอลมองจานกับแกล้มและขวดเหล้าที่ล้มกลิ้งอยู่ใต้โต๊ะแล้วส่ายหน้า

 

 

“ เล่นชิ่งแบบนี้ ไว้ถึงทีฉันบ้างเถอะ ” ร่างโปร่งวางเงินบนโต๊ะ ยกเหล้าดื่มหมดแก้วแล้วลุกออกจากร้านเพื่อไปเที่ยวต่อ

 

 

...................................................................

 

 

เสียงเปียโนบรรเลงกล่อมบรรยากาศค่ำคืนในร้านอาหารอิตาลีหรู กระจกบานใสสะท้อนเงาภาพภายในร้านทาบทับกับวิวของรถยนต์ที่วิ่งบนถนนอย่างบางตา

 

 

“ เฮ ..ดงเฮ ” ร่างบางสะดุ้ง หันมองเสียงหญิงสาวที่เรียกชื่อของตนเอง

 

 

“ ค..ครับ ”

 

 

“ ลูกนั่งเหม่ออีกแล้วนะ มีอะไรหรือเปล่า ” คุณนายลีทักถึงความผิดปกติของลูกชาย ตอนเย็นที่ดงเฮยกกล่องของกลับมาจากสำนักงาน ชายหนุ่มเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เธอชวนคุยก็พูดนับคำได้ ..ทั้งที่เป็นวันที่น่ายินดี แต่ดงเฮกลับทำหน้าเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก เธอเองก็พลอยเป็นห่วงไปอีกคน

 

 

“ ไม่มีครับ คิดแล้วน่าใจหายนะครับ พรุ่งนี้ผมก็ไม่ต้องไปทำงานที่สำนักงานของคุณลุงแล้ว ” ดงเฮเบี่ยงประเด็น คงเป็นการดีกว่าถ้าให้แม่ของเขาคิดแบบนั้น ร่างบางถอนหายใจยาวแล้วลงมือทานอาหารต่อ เขายังคิดเรื่องของคิบอมอยู่ ..กลบความดีใจเมื่อบ่ายสิ้น อยากยิ้มให้กับความพยายามของตัวเองที่ทำตามสิ่งที่พ่อต้องการได้ แต่พอนึกว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ มันควรเป็นของคิบอม ก็เพียงพอทำให้เขาไร้เรี่ยวแรงที่จะฝืนยิ้มให้กับคำชมของแม่

 

 

“ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ ” ผู้ใหญ่ทั้งสองพยักหน้า ร่างบางเดินไปหลังร้าน ..เขาเดินทะลุประตูด้านหลังที่ออกสู่นอกร้าน แสงจากหลอดไฟยาวเผยภาพถังขยะหลายใบตั้งเรียงราย กลิ่นอับชื้นจากเศษอาหารคละคลุ้งทั่วบริเวณ พนักงานล้างจานที่ยกตะกร้าผักออกมาเททิ้งโค้งให้เขาก่อนเดินไปทำงานต่อในร้าน รองเท้าดำขลับเหยียบบนพื้นที่แฉะด้วยน้ำ

 

 

มือเรียวหยิบซองบุหรี่นอกแล้วคาบไว้ปาก ล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหาไฟแช็ก ..ดูท่าเขาคงลืมหยิบติดตัวมาด้วย แม้สิ่งที่คิดว่าจะช่วยสร้างความผ่อนคลายชั่วคราว เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ หน้าหวานแค่นยิ้มสมเพชตัวเองก่อนดึงมวนบุหรี่สีขาวออกจากปาก

 

 

“ จำเอาไว้ นายเป็นคนเลว ลี ดงเฮ ” เสียงหวานพึมพำเบาๆ ทิ้งตัวยืนพิงกำแพงก้อนอิฐสีแดงเข้ม คลายเนคไทที่ผูกอยู่ออก .. ตอนนี้คิบอมจะอยู่ที่ไหนกัน ดงเฮมองบุหรี่ขาวในมือของตัวเองแล้วตัดสินใจขว้างลงถังขยะ เขาไม่รู้อะไรเลย ..ไม่อยากรู้ว่าคิบอมเปลี่ยนแปลงเพราะตัวเองไปมากแค่ไหน ไม่อยากมองคิบอมที่มีแต่แววตาเย็นชาให้กันเหมือนตอนที่เขาเพิ่งเข้าไปอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กใหม่ๆ ทั้งหมดคือสิ่งที่ดงเฮทำให้คิบอมเป็นแบบนั้น ..เป็นคนที่ขังตัวเองอยู่ในความเลวร้ายอีกครั้ง

 

 

เสียงน้ำกระเด็นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดงเฮเบนสายตามองคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขา.. สีเสื้อโค้ทที่เมื่อถูกแสงไฟแล้วทำให้เขารู้ว่าเจ้าของคือใคร ดงเฮกลืนน้ำลายหนืดลงคอ ดวงตาที่ยังจับจ้องทุกย่างก้าวของร่างสูงไว้ เข้ามาใกล้และกำลังจะเดินผ่านตัวเองไป

 

 

“ คิบอม .. ” ร่างบางตัดสินใจเรียกชื่อของร่างสูงอย่างกล้าๆกลัวๆ ชายหนุ่มที่ถูกเรียกหยุดก้าวเท้าก่อนหมุนตัวกลับช้าๆ

 

 

“ เจอกันอีกแล้ว ” คิบอมยิ้มมุมปาก ดวงตาสีเข้มจ้องหน้าหวานไม่กะพริบ ..ทุกวันที่ซอยแคบแห่งนี้เป็นทางลัดสู่ที่พักของเขา ซอกหลืบที่คนทั่วไปลงความเห็นว่าคงไม่ปลอดภัยหากเดินผ่านที่นี่ จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่พบเจอคนตรงหน้าเป็นครั้งที่สอง

 

 

“ นายสบายดีหรือเปล่า ” คำถามที่คนพูดคิดว่าโง่เง่าสิ้นดี แต่เขาก็ไม่รู้จะเริ่มสนทนากับร่างสูงอย่างไร

 

 

“ จากที่เห็น ..คุณคิดว่าผมสบายดีหรือเปล่า ” คิบอมย้อนถาม ดงเฮมองชายหนุ่มไล่จากรองเท้าขึ้นสู่ใบหน้าที่ไว้หนวดเคราเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับหน้าตาของตัวเอง

 

 

 

 

 “ แล้วนายพักอยู่ที่ไหน ”

 

 

“ สักที่..ที่เหมาะสมกับผม ” ร่างสูงยังคงใช้คำแทนตัวเอง เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างเขากับดงเฮ ..เตือนสติว่าคนตรงหน้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีกแล้ว

 

 

“ เลิกพูดประชดฉันสักที ..นายคิดว่ามีแต่ตัวเองคนเดียวงั้นหรือที่เจ็บปวด นายคิดว่าฉันอยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นหรือไง ”

 

 

คิบอมเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงหวานระบายความรู้สึก ดวงตาแดงก่ำของอีกฝ่ายเร้าให้คิบอมรู้สึกสะใจมากขึ้น

 

 

“ คุณทำตัวเอง ..คุณทำแล้วคุณก็เจ็บ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมซะหน่อย ”

 

 

ดงเฮมองหน้าคิบอม ..ภาวนาว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาให้ความสนิทตอนเด็ก ไม่อยากทำลายความทรงจำที่ดีระหว่างเขากับร่างสูง “ ฉ..ฉันขอโทษ  

 

 

“ ผมเสียเวลาเยอะแล้ว คงต้องขอตัวก่อน ” พูดจบ ร่างสูงก็หันตัวกลับเตรียมก้าวเท้าโดยไม่สนใจเสียงหวานที่เอ่ยคำพูดเมื่อครู่

 

 

ร่างบางมองแผ่นหลังที่เริ่มเคลื่อนห่างออกไป ถ้าจากกันตอนนี้ ..แล้วเมื่อไหร่จะได้เจออีก ดงเฮวิ่งตามแล้วดึงต้นแขนให้อีกฝ่ายเผชิญหน้ากับตน

 

 

“ ฉันอยากเจอนายอีก เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ” ดงเฮเสียงเข้ม คิบอมโคลงศีรษะเหมือนการตื้อของดงเฮสร้างความรำคาญให้เขา

 

 

“ ได้ แต่ในฐานะอะไร ..ถ้าเพื่อน มันก็จบไปนานแล้ว ” เสียงทุ้มเว้นช่วง ขณะใช้มือหยาบบีบต้นแขนอีกฝ่ายราวกับจะให้แหลกละเอียด ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ ..คงห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้แล้วสินะ อยากให้ต่างคนต่างอยู่ แต่ในเมื่อร่างตรงหน้าต้องการให้เขาเกี่ยวข้องด้วยอีก ก็คงต้องตอบสนองให้เสียหน่อย

 

 

“ ถ้าในฐานะคนผิดสัญญา ฉันคงต้องทำตามที่เคยพูดเอาไว้ ..รอรับผลกรรมนั้นได้เลย ลี ดงเฮ ”

 

 

ร่างสูงผลักอีกฝ่ายกระแทกกำแพงจนดงเฮหลับตาด้วยความเจ็บ เขาหัวเราะในลำคอสองสามครั้งก่อนทิ้งร่างบางยืนนิ่งตรงนั้นตามลำพัง ดงเฮก้มดูแผลช้ำตรงแขนที่ถูกบีบเมื่อครู่ ..ถึงเวลาแล้วสินะ ที่เขาจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองเป็นคนทำทั้งหมด

 

 

..บทลงโทษที่กำลังเริ่มต้นขึ้น

 

___________________________________________

 กระแสตอบรับน่าจะโอเคอยู่ (คิดไปเองหรือเปล่า -*-) ..พอดีติดช่วงเรียนหนัก เพิ่งได้เริ่มแต่งเมื่อสองวันที่แล้ว

ขอบคุณ..ความเห็นเล็กๆน้อยๆมากเลยนะ อย่างน้อยก็ทำให้ไอซ์ชื่นใจ และเตือนให้ไอซ์ไม่ดอง ฮ่าฮ่า