[KiHae] : Untitled Story ... 2

posted on 19 Apr 2008 10:31 by icebox
  

คิบอมลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงมองร่างเปลือยเปล่าที่หลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่ม เขาสะกดสายตาของตัวเองไว้ที่ดงเฮจนกระทั่งคนถูกมองขยับตัว ลืมตาขึ้นมองมาทางเขาช้าๆ

“ นายจะนอนต่ออีกหน่อยก็ได้ ”

เสียงทุ้มเอ่ย พลางก้มลงหอมแก้มเนียนของคนนอน

“ คงไม่แล้วล่ะ .. ”

ดงเฮยันตัวนั่งข้างร่างสูง เขยิบตัวเข้าสู่อกแกร่งที่ไร้เสื้อ เขายังไม่เต็มอิ่มกับสัมผัสของคนตรงหน้าเลย

“ นายอยากให้ฉันกอดเหรอ ”

“ อืม ได้หรือเปล่า ”

มือเรียววางพาดบนตัวคิบอม ขณะที่อีกคนก็โอบไหล่บางกระชับแน่น.. ดงเฮซุกใบหน้าเข้าซอกคอของคิบอม อยากอยู่อย่างนี้นานๆ ..

“ ได้สิ แต่แค่ตอนนี้นะ ”

คิบอมก้มลงจูบหน้าผากของคนในอ้อมกอด แผ่วเบา แต่นุ่มลึก

“ แค่ตอนนี้เท่านั้นสินะ ฉันคงได้แค่เท่านั้น ”

เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าคิบอมไม่ใช่พวกยึดติด แถมเกลียดการผูกมัดเป็นที่สุด แต่เขาก็ยังพาตัวเองเข้าสู่วังวนแห่งความเจ็บปวด ด้วยการรักคนตรงหน้า ..

“ เราสองคนไม่ต่างกัน เป็นแค่ตอนนี้ของกันและกัน อย่าลืมสิ นายเองก็มีฮยอกแจอยู่แล้ว ..หมอนั่นต่างหากที่นายควรคิดถึงในอนาคต ”

งั้นเหรอ .. ทั้งที่ฉันรักนายมาตลอด แต่กลับถูกผลักไสให้ไปหาคนอื่น ทำไมชีวิตของฉันถึงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาย

“ นายเองก็มีอาราแล้วเหมือนกัน ..คนที่จะเป็นอนาคตของนาย ฉันว่า’ตอนนี้’ของเราคงหมดลงแล้วล่ะ ”

ดงเฮค่อยๆดึงมือมาหาตัว ใบหน้าที่ไร้การแสดงความรู้สึก เขาไม่รู้จะกลั้นความเศร้าได้นานแค่ไหน ร่างบางลุกเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการชำระร่างกายของตนเองให้สะอาด เขาเพิ่งตัดสินใจในวินาทีนั้น.. ร่างกายที่ถูกคิบอมว่าด้วยถ้อยคำทำร้ายจิตใจเมื่อคืน จะไม่มีวันกลับไปหาคิบอมอีก จะไม่เหลือรสสัมผัสจากร่างสูงอีกต่อไป

..เขาต้องเลิกรักคิบอมให้ได้

คิบอมรู้สึกสับสน คำพูดที่ฝืนออกจากริมฝีปากบางนั่นมีผลต่อความรู้สึกเขาไม่น้อย แต่ความคิดที่สัญญากับตัวเองมาโดยตลอด เขาไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ การผูกมัดจะทำให้เกิดปัญหาระยะยาว ความไม่เป็นส่วนตัว ..รวมทั้งความเป็นตัวของตัวเองจะถูกบั่นทอนลง เพราะอีกคนที่ต้องเข้ามาร่วมกันแบ่งปันความรู้สึก จนกลายเป็นการครอบงำอีกฝ่ายให้ทำตามที่ตนต้องการ

ชีวิตเขาต้องไม่เป็นแบบนั้น ใช่.. เขารักดงเฮ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าคนรักกันต้องคบกันเสียหน่อย ไม่ใช่ ..อย่างน้อย เขาก็คิดว่า เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น แบบที่ดงเฮต้องการ นั่นคือ.. การคบกัน

ความสัมพันธ์แบบครั้งคราว เป็นเป้าหมายที่คิบอมต้องการมากกว่า ..ความใกล้ชิดที่จบลงในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ต้องมีพันธะต่อกัน ต่างฝ่ายต่างมีคนที่คอยให้ความห่วงใย ดงเฮมีฮยอกแจ..ถึงมันจะจอมปลอม แต่ดูเหมือนทั้งคู่ก็พยายามที่จะสานสัมพันธ์กันอยู่ ส่วนเขา ..อารา คิบอมไม่เคยคิดกับหญิงสาวในแง่คนรัก อย่างน้อยก็ในช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ถ้าการเข้าใจผิดของดงเฮจะทำให้ร่างบางยอมรับที่จะมีคิบอมแบบชั่วคราว เขาก็ไม่คิดว่าจะเสียหายเลยกลับเป็นผลดีด้วยซ้ำ

..อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ดงเฮรักเขามากเกินไป


ครืดดดดดดดดดดด... ครืดดดดดดดดดดดดดด

คิบอมหยิบโทรศัพท์ของตนที่อยู่โต๊ะแต่งตัว สายเข้า..อึนฮยอก มือเรียวยาวกดปุ่มรับสายด้วยรอยยิ้มมุมปาก

[ คิบอม นายอยู่กับดงเฮรึปล่าว ]

เสียงปลายสายถามอย่างร้อนรน กว่าจะเจียดตัวออกมาจากงานได้ เขาต้องรอเวลาถึงชั่วโมงกว่านับจากโดนเพื่อนสนิทตัดสายแถมปิดเครื่องหนีอีก

“ ดงเฮอยู่ในห้องน้ำ ”

[ นายทำอะไรเขาหรือเปล่า คิบอม ]

“ แล้วนายคิดว่าฉันจะทำอะไรเขาล่ะ ฮยอกแจ ”

เสียงทุ้มเอ่ยทีเล่นทีจริงราวกับสนุกที่ได้ยั่วคู่สนทนา

[ ..อย่าเข้าใกล้เขาด้วยความคิดที่ทำให้ดงเฮกลับไปชอบนายอีกเด็ดขาด ไม่งั้นฉันเอานายตายแน่! ]

“ ท่าทางจะเป็นแฟนนายเองมากกว่าที่พยายามเข้าใกล้ฉัน น่าจะเป็นเขาที่นายควรเตือน ”

คิบอมพ่นลมหายใจสั้นๆเข้าไปในโทรศัพท์เหมือนต้องการให้ฮยอกแจรู้ว่าเขากำลังกลั้นหัวเราะอยู่

[ แก ..คิบอม ฉันขอเตือนครั้งสุดท้าย อย่ายุ่งกับดงเฮอีก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าหลายวันที่ผ่านมาแกทำอะไรกับดงเฮไว้บ้าง ]

คนพูดกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด ถ้าหลายวันมานี้..เขาไม่ทำตัวตามติดดงเฮล่ะก็ ป่านนี้ร่างบางก็คงยอมโอนอ่อนไปกับคนแก้มป่องอีก ถ้าตกหลุมพรางของคิบอมคราวนี้ ..คงไม่มีทางลุกออกมาได้อย่างแน่นอน

สายตาที่คิบอมมองดงเฮสิ ..บางทีก็เย็นชา ..แต่บางทีก็ยั่วยวน

มันจะเอายังไงกับดงเฮกันแน่วะเนี่ย..

“ แต่ฉันว่านายคงยังไม่รู้ว่าวันนี้ฉันกับเขาทำอะไรกันบ้าง แต่ก็เอาเถอะ ..ผิวบางๆของดงเฮยังหอมหวานเหมือนน้ำผึ้งอย่างเคย แล้วริมฝีปากสีเชอร์รี่นั่นอีก.. วันนี้ฉันอิ่มเลยล่ะ ”

[ แก!! ... ]

ฮยอกแจหลุดคำสบถ ..เขาไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาพรรณนาความเลวของคิบอม ความเลว..ที่มันทำกับดงเฮไว้

[ ถ้าแกต้องการเขา ทำไมแกถึงไม่รักเขา ห๊ะ!! ดงเฮไม่ใช่ของเล่นของแกนะ ]

“ ฮยอกแจ นายควรอยู่ในส่วนของตัวเอง ..เราสองคนไม่น่าก้าวก่ายกัน ดงเฮจะเป็นคนตัดสินเองว่าเวลาไหนที่เขาควรอยู่กับใคร ”

คำพูดที่เหมือนน้ำเย็นเฉียบสาดใส่ใบหน้าคนฟัง ฮยอกแจรู้สึกว่ามือที่ถือโทรศัพท์อยู่กำลังสั่นด้วยความโกรธ

..ดงเฮกำลังโดนคิบอมดูถูก

[ คิบอม ถือว่าฉันขอร้องนาย ..อย่ารั้งดงเฮด้วยความสนุกอีกเลย หมอนั่น..ไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ ]

เมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล การพูดโน้มน้าวน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับฮยอกแจ

“ ดงเฮออกมาแล้ว จะคุยกับเขาหรือเปล่า ”

คิบอมพูดเสียงดัง เมื่อเห็นร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำ

[ ส่งมือถือให้เขาที ฉันมีเรื่องจะคุย ]

“ แถวนี้ไม่ค่อยมีสัญญาณเลย นายได้ยินหรือเปล่า .. ”

คิบอมพูดใส่โทรศัพท์ก่อนกดตัดสาย แกล้งว่าไม่มีคลื่นแต่ที่จริง..ไม่อยากให้ดงเฮกับฮยอกแจได้คุยกันมากกว่า

“ ใครโทรมาเหรอ ”

เสียงหวานถาม ขณะซับผมของตัวเองที่เพิ่งสระเสร็จ คิบอมหยิบผ้าเช็ดตัวพันบังท่อนล่างไว้ก่อนเดินมาหาร่างบางที่นั่งอยู่ปลายเตียง

“ พี่อีทึกน่ะ โทรมาถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย ”

คิบอมโกหกก่อนก้มลงจูบขมับของคนที่นั่งอยู่หน้ากระจกอย่างอ่อนโยนแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ..เหมือนแอปเปิ้ลที่อาบยาพิษ ดงเฮพยายามข่มใจของตัวเองไม่ให้เต้นไปตามการสัมผัสของร่างสูง สมองที่พยายามย้ำว่า เขาจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ..เพื่อให้สามารถมองดวงตาสีดำคู่นั้นได้โดยไม่ต้องหลบสายตานั้นอีกแล้ว

 

.....................................................................................

 

ร่างบางกำลังยืนอยู่หน้าบริเวณที่จัดงานริมสระว่ายน้ำ รอเวลาที่คิบอมจะมาถึง ..ดวงตาสีอ่อนมองแขกเหรื่อที่ทยอยกันเข้างาน เสียงหัวเราะสนุกสนานดังเป็นระยะ ทำให้ดงเฮยิ่งรู้สึกอยากเดินขึ้นห้องเพื่อไปสงบความรู้สึก แต่เสียงทุ้มที่บอกให้เขายืนคอยตรงนี้จนกว่าตนจะไปรับอาราที่ห้องแล้วพาลงมาด้วยกัน

“ ขอโทษที่ให้รอนะ ดงเฮ ”

ดงเฮได้ยินเสียงหญิงสาวก่อนที่จะเห็นตัวซะอีก ..ร่างสองร่างที่เดินคู่กันเหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายที่หลุดมาจากเทพนิยาย ร่างบางเผลอสบตากับคิบอมแล้วหันมาเอ่ยทักทายกับอาราแทน

“ ผมรออาราจนท้องร้องไปหลายรอบแล้ว เข้าไปกันเถอะ ”

ดงเฮพูดติดตลก ฝืนหัวเราะเมื่อเห็นอารายิ้มกว้างกับคำพูดของตัวเอง ส่วนอีกคนเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเท่านั้น แล้วทั้งหมดจึงเดินเข้าไปข้างในงาน..

 

...

... 

...

 

หลังประธานจัดงานกล่าวสุนทรพจน์และเปิดงานอย่างเป็นทางการ ดงเฮก็เริ่มหยิบจานขึ้นตักอาหาร ..การทานแบบบุฟเฟต์ก็ดีไปอย่าง อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องสามารถหาเวลาอยู่คนเดียวได้ไม่ยากนัก

“ เฮ้อ~ ” เสียงหวานระบายลมหายใจยาว อยากกลับโซลชะมัด ..คิดถึงฮยอกแจจัง

พูดถึงชื่อเพื่อนสนิท เขายังไม่ได้เปิดเครื่องโทรศัพท์เลยนี่นา ..แถมยังทิ้งไว้อยู่บนห้องอีก ป่านนี้ฮยอกแจคงบ่นเขาให้ได้ยินไปสามบ้านแปดบ้านแล้วที่ไม่ยอมโทรกลับ

ดงเฮวางจานของตนบนถาดบริกรสาวก่อนวิ่งเข้าตึกที่พัก เพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมา ... ระหว่างเดินลงมาชายหาด ร่างบางก็รีบเปิดเครื่องแล้วกดหาฮยอกแจทันที

“ ฮยอกแจ .. ”

ดงเฮพูดเสียงอ้อน หวังจะผ่อนโทษหนักของตนให้กลายเป็นเบา

[ นายไม่ต้องพูดอีกแล้ว ดงเฮ ฉันจะไม่เชื่ออะไรนายอีกเด็ดขาด ]

“ ไม่เอาน่า ..ก็โทรมาง้ออยู่นี่ไง อย่าเพิ่งงอนน้า ”

[ ฉันไม่ได้งอน ไม่เคยคิดที่จะทำแบบนั้นด้วยซ้ำ ..แล้วนายอยู่ไหน อยู่กับไอ้ค.. เอ่อ คิบอมหรือเปล่า ]

ยังโมโหไม่หาย ทำเป็นพูดดีจะให้เขาคุยกับดงเฮ แต่ที่ไหนได้..กลับตัดสายต่อหน้าต่อตาดงเฮ พอโทรกลับก็ไม่มีคนรับ แสบได้อีกนะ ไอ้คิบอม

“ เปล่า ฉันออกจากงานมาเข้าห้องน้ำน่ะ ”

[ ดีเลย ฉันใกล้จะถึงโรงแรมแล้ว นายช่วยมารอที่ล็อบบี้แล้วกัน ]

“ ว..ว่าไงนะ ฮยอกแจ แล้วงานคืนนี้ล่ะ ”

ดงเฮถามอย่างตกใจ ฮยอกแจกำลังมาที่นี่ ..มาหาเขา

[ พอดีเขาโทรมางดน่ะ เลยมีเวลามาพานายกลับโซลเนี่ยแหละ ]

“ ไม่ ..ถ้าฉันกลับก็กลายเป็นว่าหนีความรับผิดชอบน่ะสิ ”

ดงเฮหาข้ออ้าง ..ฮยอกแจคงไม่ไว้ใจให้เขาอยู่กับคิบอม

[ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันพาเยซองมาด้วย หมอนั่นจะมาอยู่แทนนายเอง ]

“ แต่.. ”

[ ไม่มีแต่แล้วนะ นายไม่ต้องทำเป็นห่วงงานหรอก ..สิ่งสำคัญที่นายควรทำตอนนี้คือ เลิกเข้าใกล้คิบอมอย่างที่เคยพูดไว้ซะที ฉันช่วยนายแล้วนะ ถึงตาที่นายจะต้องช่วยตัวเองได้แล้ว ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอีกยี่สิบนาทีเจอกัน ]

หมดแล้วสินะ เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ ..แต่ก็ดี มันคงทำให้การจากลาเป็นไปได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยการร้องไห้ตอนอยู่ในห้องน้ำเมื่อบ่ายก็ช่วยบรรเทาความเจ็บไปได้มากโข

ดงเฮเก็บกระเป๋าแล้วเดินลงมารอฮยอกแจที่ล็อบบี้ สายทอดยาวมองงานเลี้ยงที่เริ่มไปได้ไม่นาน ..สองคนนั้นคงสนุกอยู่ที่นั่น ที่..ที่ไม่จำเป็นต้องมีเขา คิบอมก็ยิ้มได้ถ้าไม่มีคนชื่อดงเฮ แต่เขาล่ะ..มันกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

ในเมื่อตัดสินใจไปแล้วว่าจะเลิกคิดถึง ก็คงต้องทำให้ได้ ..ไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่เพราะฮยอกแจ ..เพราะฮยอกแจที่ทำทุกอย่างให้ เขาต้องทำเพื่อฮยอกแจ ..นั่นคือเหตุผลเดียว

“ ดงเฮ.. ”

หน้าหวานมองที่ประตูกระจกที่เลื่อนออก สองคนที่เดินเข้ามาอย่างรีบเร่ง ฮยอกแจหยิบกระเป๋าสะพายของดงเฮขึ้นพาดหลัง

“ เยซอง ..นี่กุญแจห้องนะ ตอนนี้คิบอมอยู่ในงาน นายจะเข้าไปตอนนี้เลยก็ได้ ของกินในนั้นอร่อยและเยอะจนพอให้นายอิ่มเลยล่ะ ”

ดงเฮพูดพลางหัวเราะเบาๆ เยซองพยักหน้างึกงัก ชักหิวแล้วสิ..พอเลิกงานปุ๊บก็โดนไก่ข้างตัวลากมาที่นี่เลย

“ ฉันไปบอกคิบอมก่อนนะ ว่าจะกลับ ”

ฮยอกแจถลึงตาพลางตอบด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

“ ไม่ต้อง ..เดี๋ยวเยมันเจอ แกจะบอกเองใช่มั้ย ”

เจ้าของชื่อหน้าเหวอ พอเห็นฮยอกแจขยิบตาให้เลยต้องพยักหน้ารับปาก ..คิดถูกคิดผิดที่มากับมันเนี่ย

ร่างบางตั้งท่าจะแย้ง ท่าทีจริงจังของฮยอกแจกลับทำให้เขาเลือกที่จะยอมแต่โดยดี

“ ฉันไปแล้วนะ แล้วเจอกันที่โซล ”

ฮยอกแจตัดบท ร่างบางยังไม่ทันโบกมือลาได้เสร็จดีก็ถูกเพื่อนสนิทดึงให้เดินไปที่รถ ..เสียงเครื่องยนต์ดังไกลออกไป ทิ้งเยซองนั่งกอดกระเป๋าใบย่อมอยู่บนโซฟา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อนึกว่าคืนนี้จะต้องพบเจออะไรบ้าง

ถ้าคิบอมมันรู้ว่า..ดงเฮถูกลากกลับโซลไปโดยเพื่อนสนิทอย่างไก่น้อย มีเหรอที่มันจะไม่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วไม่พ้นเขาที่ต้องมาให้มันซักไซ้ถามอย่างกับผู้ต้องหาอีก พอถึงตรงนี้..ชายหนุ่มก็ถอนหายใจอีกเฮือกส่งท้าย

เมื่อไหร่..แกจะรู้ตัวซะทีว่าควรจะจัดการกับคนที่แกรักยังไง คิบอม

 

............................................................

 

“ ฉันไม่ไปโรงพยาบาลกับนาย ฮยอกแจ ”

“ ฉันป่วยอยู่นะ ไปเป็นเพื่อนแค่นี้ไม่ได้รึไง ..เสียแรงที่ยกตำแหน่งเพื่อนสนิทอันดับหนึ่งให้ ”

“ แต่คิบอมก็เป็นไข้หวัดเหมือนกัน ฉันต้องดูแลเขา ”

“ เหอะ ..รักกันเข้าไป สักวันฉันจะใส่ยาถ่ายลงไปในข้าวต้มคนป่วยของคิบอม ให้มันลุกไม่ขึ้นเลย ”

“ ฮยอกแจ อย่างอนสิ ..เขาเป็นคนรักของฉันนี่นา ”

 

คนรักเหรอ ..เป็นความสุขที่พยายามทวงคืนมาจากอดีต ความสุขที่อาจมีดงเฮเพียงคนเดียวที่ยังถามหาอยู่

“ ดงเฮ คิบอมทำอะไรนายหรือเปล่า ”

ฮยอกแจมองคนที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกรถด้วยความเป็นห่วง นอกจากจะต้องฝืนตัวเองขับรถในยามดึกแบบนี้แล้วยังต้องมาพะวงกับความรู้สึกของร่างบางอีก

“ ไม่ ..เขาไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้..แม้แต่จะรักกันด้วยซ้ำ ”

เสียงเรียบที่ตอบดูขัดกับดวงตาที่ฉายแววตัดพ้อ การเอื้อมไขว่คว้า..ที่เหมือนกับตอกย้ำว่าเขากับคิบอมต่างกันเพียงใด

คนที่กำลังขับรถอยู่เริ่มสังเกตอาการของร่างบางที่พยายามฝืนไว้ ถ้าดงเฮยังเป็นแบบนี้ไปตลอดทาง เขาก็จะยิ่งขาดสมาธิในการขับรถมากยิ่งขึ้น ..แล้วอุบัติเหตุก็คงจะถามหาอย่างแน่นอน

ฮยอกแจตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโรงแรมขนาดเล็กที่อยู่ข้างทาง ..เล็กมากขนาดที่ถ้าไม่สังเกตก็อาจจะมองผ่านเลยไป ล้อที่หมุนเข้าจอดประจำที่หยุดลงพร้อมเครื่องยนต์ที่ถูกดับ ดงเฮมองใบหน้าของฮยอกแจด้วยความสงสัย

“ จอดทำไม ”

“ เราจะพักกันที่นี่สักสองสามชั่วโมง ”

คนตอบปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว พลางเปิดประตูรถ

“ แต่..นายบอกว่าอยากรีบกลับโซล ”

“ เราจะอยู่ที่นี่จนกว่านายจะเลิกคิดถึงมัน.. ”

น้ำเสียงเฉียบขาดของคนพูดสร้างความประหลาดใจให้คนฟังไม่น้อย นับครั้งได้ที่ฮยอกแจจะพูดด้วยความรู้สึกที่ข่มความโกรธไว้เต็มที่ และคนที่ทำให้ฮยอกแจโกรธก็คงเป็นเขาที่ยังไม่เลิกนึกถึงคิบอม

ดงเฮนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ของตนบนเตียงเดี่ยวขนาดควีนไซส์ โรงแรมที่ถูกต้องขึ้นเพราะจุดประสงค์ที่แอบแฝง ทำให้ที่นี่มีแต่ห้องที่มีเตียงขนาดนี้ทั้งหมด ตอนเช็กอินเข้า พอรู้ว่าพวกเขาต้องพักด้วยกันในสภาพห้องแบบนี้.. ต่างฝ่ายต่างหันหน้ามองหนีไปคนละทาง สายตาของเจ้าของโรงแรมที่มองมาราวกับพวกเขาเป็นคนรักยิ่งทำให้พวกเขาทำอะไรไม่ถูกมากขึ้น ถึงแม้จะเคยนอนห้องเดียวกันมาแล้วตอนอยู่ที่บ้าน แต่มันต่างกันตรงที่..บรรยากาศที่นั่นดูจะสร้างความเป็นเพื่อนมากกว่า

..ไม่เหมือนตอนนี้

 

.....................................................

 

...ปึง...

ดงเฮมองร่างของเพื่อนสนิทที่เดินตามเข้ามาทีหลัง โดยอ้างว่ายังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เลิกงานเลยขอไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อข้างๆก่อนเข้ามา

“ เอ้า.. ”

ฮยอกแจโยนถุงพลาสติกที่บรรจุของหนักพอควรลงตรงพื้นที่ว่างของที่นอนตรงหน้าดงเฮ มือเรียวล้วงของข้างในขึ้นออกดู

“ ทำไมซื้อมาเยอะขนาดนี้ ”

“ ไม่เยอะหรอก ฉันไม่ได้กินคนเดียวซะหน่อย ..นายต้องกินเป็นเพื่อนฉัน ”

ฮยอกแจจัดแจงหยิบกระป๋องเบียร์ออกจากถุงพลาสติก ซื้อมามากจนเรียกว่าเหมาจากร้านได้เลยทีเดียว ..

“ ฉันรู้ว่านายคอไม่แข็งแล้วนายก็ไม่ชอบที่จะกินมัน แต่เพื่อตัวนายเอง กระป๋องแรก ..เอาแค่ลืมเรื่องราววันนี้ กระป๋องที่สอง ..ลืมเรื่องของอาทิตย์ที่แล้วๆมา กระป๋องที่สาม ..ลืมว่านายเคยรักกับหมอนั่น กระป๋องที่สี่ ..ลืมชื่อของคิบอมออกไปจากชีวิตของนาย ”

ดงเฮมองหาแววตาล้อเล่นของคนที่ดันกระป๋องเบียร์มาทางเขา ไม่มี..คำพูดที่เหมือนจะหยอกให้ขำ แต่ฮยอกแจพูดจริง

“ ฮยอกแจ.. ”

“ กระป๋องที่ห้า.. ถ้านายสามารถดื่มได้ถึงห้ากระป๋อง ฉันจะปล่อยนายไป ”

จะไม่ห้ามนายยุ่งกับคิบอมอีกแล้ว ..จะได้รู้กันเสียทีว่า ความรักที่นายมีให้คิบอมมันทำให้คนที่คอพับคออ่อนตั้งแต่กระป๋องที่สองสามารถมีกำลังดื่มถึงห้ากระป๋องได้

“ ฮยอกแจ ..ฉันไม่ได้จะให้มันเป็นแบบนี้ ฉันตั้งใจจะเลิกรักเขาแล้วจริงๆ ”

ร่างบางออกอาการวิตก คนตรงหน้าเหมือนกำลังประชดเขาอยู่ ..ลงโทษที่เขาดื้อดึงกับสิ่งที่ฮยอกแจหวังดีมาตลอด ฝ่าฝืนกับความต้องการของตัวเองทั้งที่เป็นฝ่ายร้องขอให้ฮยอกแจช่วย

ร่างโปร่งไม่แสดงกิริยาใดๆตอบ นอกจากหยิบกระป๋องขึ้นเปิดฝาแล้วยื่นใส่มือของดงเฮ ก่อนเปิดให้ตัวเองอีกกระป๋อง

“ ดื่มซะดงเฮ ..ฉันเองก็อยากรู้ว่านายรักคิบอมมากแค่ไหน ”

ใบหน้าหวานลอบมองคนตรงหน้าที่ยกดื่มรวดเดียวจนเขาคิดว่าฮยอกแจคงขาดใจตายหากดื่มนานกว่านี้ ท่าทีของเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนไป คงผิดหวังกับการกระทำของเขา..ที่ไม่สามารถหลุดจากความทรมานที่คิบอมเป็นคนทำ ไม่สิ น่าจะพูดว่าดงเฮเป็นคนทำตัวเองเสียมากกว่า เขาเรียกร้อง..ต้องการ..เป็นฝ่ายเริ่มต้น

จะโทษคิบอมได้อย่างไรในเมื่อร่างสูงก็แค่ตอบสนองสิ่งที่เขาเสนอให้เท่านั้น

ริมฝีปากนุ่มรู้สึกถึงความเย็นของโลหะก่อนของเหลวภายในจะไหลผ่านเข้ามาผ่านลำคอ ..รสเฝื่อนที่เคยปฏิเสธทุกครั้ง หากมันจะแลกกับการที่เขาจะตัดใจได้ง่ายขึ้น ดงเฮก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย

“ กระป๋องที่สามแล้วนะ ..นายทำลายสถิติของตัวเองไปแล้ว ดงเฮ ”

ฮยอกแจพูดด้วยน้ำเสียงประชดเล็กน้อย ถึงตอนนี้ร่างโปร่งก็ยังไม่รู้สาเหตุที่ดงเฮดื่มมากมายขนาดนี้ว่าเป็นเพราะต้องการลืมคิบอมหรือว่าต้องการให้เขาปล่อยคนทั้งสองไปกันแน่

“ ฉันยังไหวน่า.. ตอนนี้นายเริ่มมึนหัวรึยัง ”

ดงเฮพยายามบังคับเสียงของตัวเองให้ออกมาเป็นคำพูด แม้จะยังมองใบหน้าของฮยอกแจได้ชัดเจน แต่ดงเฮรู้สึกถึงความร้อนภายในร่างกายที่พุ่งขึ้นกว่าที่เคย ..

“ ที่แน่ๆ นายน่าจะเมาก่อนฉัน ..แน่ใจว่าจะฝืนดื่มต่อ ฉันไม่อยากคอยมาเช็ดอ้วกของนายหรอกนะ ”

“ ฉันต่างหากที่ควรพูดคำนั้น ”

ยังไม่เลิกปากเก่ง ทั้งที่สภาพตัวเองตอนนี้แทบจะไม่สามารถฝืนตัวเองให้นั่งตรงได้ ..ฮยอกแจแยกร่างงั้นเหรอ ภาพร่างโปร่งเริ่มซ้อนห่างกันราวกับมีหลายคน ใบหน้าหวานสั่นไล่ความมึนก่อนดื่มต่อ

เข้าสู่กระป๋องใบที่สี่ ดงเฮหยิบขึ้นมาเปิดก่อนถือไว้ด้วยมือที่เริ่มควบคุมไม่ได้ ดวงตาที่พยายามฝืนลืมขึ้น ..อุณหภูมิภายในร่างกายกำลังบอกตัวเขาว่า เกินลิมิตที่ร่างกายจะฝืนรับได้แล้ว

ฮยอกแจกรอกเบียร์เข้าปากเรื่อยๆโดยไม่คิดว่าตัวเองจะต้องดื่มเป็นเพื่อนดงเฮจนถึงกระป๋องที่หก ถึงเขาจะคอแข็งกว่าดงเฮแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลยตอนนี้ ในหัวที่เริ่มมีเสียงตุ้บๆดังเป็นระยะ หัวใจที่สูบฉีดรุนแรงเพราะแอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกาย ดวงตาที่มองสิ่งรอบตัวยังไม่ถึงกับเกิดภาพซ้อน แต่ที่สิ่งที่เขารับรู้ผ่านดวงตาคู่นี้กลับดูนุ่มนวลขึ้นผิดปกติ แม้แต่ภาพของคนตรงหน้า

“ ดงเฮ จะพับแล้วเหรอ ..ยังไม่ถึงห้าเลยนะ ”

ฮยอกแจเอ่ยยั่วร่างบางที่กำลังส่ายหัวไล่ความมึนงง ใบหน้าหวานหรี่จ้องมาทางเขาเหมือนกำลังเพ่งมองสิ่งของที่อยู่ห่างไกล

“ ม่าย.. ม่ายได้เมา ดื่มต่ออีกหน่อยยยย ”

มือเรียวยื่นกระป๋องของตัวเองไปหาฮยอกแจ หวังว่าจะได้ชนกระป๋องกันก่อนกระดกอีกสักอึกสองอึก ทว่ากลับพลาดเมื่อฮยอกแจไม่รับรู้ถึงการกระทำของดงเฮจึงยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มในจังหวะเดียวกัน ร่างของดงเฮเลยถลาฟุบบนตักของฮยอกแจ ขณะที่ของในมือของตัวเองหลุดหล่นอยู่บนพื้น

“ เฮ้ย!! ดงเฮ เบียร์ของนายหกแล้ว ”

ฮยอกแจวางกระป๋องในมือลงบนโต๊ะข้างเตียง หมายจะเอื้อมเก็บสิ่งที่กลิ้งไปมาอยู่บนพื้นแต่ถูกมือบางรั้งไว้ซะก่อน ดงเฮยันกายขึ้นนั่งเผชิญหน้ากับฮยอกแจ แววตาที่ดูเลื่อนลอยเหมือนกำลังจะพูดความในใจออกมา

“ ฉันยังรักเขา ..แต่ฉันก็กำลังเกลียดเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความรักที่ฉันคาดหวังกำลังจะถูกความเกลียดที่ฉันมีทำลาย ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลยจริงๆ อยากจำคิบอมในฐานะคนที่ทำให้ฉันมีความสุขไม่ใช่สร้างบาดแผลในใจให้ แต่ทำไม่ได้แล้ว ..ไม่ได้แล้วจริงๆ ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ฉันขอจดจำเขาอย่างไร้ความรู้สึกดีกว่า ”

ดวงตาของดงเฮไม่มีเค้าของการร้องไห้อยู่ก่อน แต่หยาดน้ำใสกลับเปื้อนลงมาเป็นทาง ..ไม่มีเสียงสะอึกสะอื้น เพราะไม่ได้ร้องไห้ให้กับการจากลา แต่ร้องเพื่อระบายความรู้สึกที่มีต่อคนคนนั้นให้หมดไป ..ไหลออกไปเหมือนกับน้ำตาของเขา

แขนเรียวดันแผ่นหลังของดงเฮเข้าสู่อ้อมแขนของตัวเอง แม้จะเคยเห็นใบหน้าหวานร้องไห้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทุกครั้งรังแต่จะสร้างความไม่สบายใจให้เขา ..ผู้เป็นเพื่อนที่ค่อยอยู่เคียงข้าง แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนกัน บางอย่างบอกว่าดงเฮกำลังใช้กำลังยื้อกับรักที่ไม่สมหวังนั้นอีกหน และเขาก็มั่นใจว่าคราวนี้ ดงเฮจะไม่เหลือใจให้คิบอมอีกแล้ว

ดงเฮซบใบหน้าบนเสื้อยืดของอีกฝ่าย ผ้าที่ซับความเปียกจากการร้องไห้ได้อย่างดี มือนุ่มบีบไหล่ทั้งสองข้างของฮยอกแจแน่น หัวใจที่กำลังฟื้นฟูตัวเองเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด..เหมือนดักแด้ที่กำลังกลายร่างเป็นผีเสื้อ ศัตรูย่อมรู้ถึงช่วงเวลาและจัดการในตอนนั้น

ดงเฮกำลังอ่อนแอ ..และฮยอกแจก็กำลังสงสารคนตรงหน้าจับใจ ช่วงเวลานี้ศัตรูตัวฉกาจสำหรับคนทั้งคู่คือ กระป๋องเบียร์ที่ล้มเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น สิ่งที่กระตุ้นให้ทั้งคู่มองกันและกันแปลกไป

ฮยอกแจดันร่างบางออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย สบดวงตาที่ชื้นไปด้วยละอองน้ำ ..หากเป็นตอนที่มีสติครบถ้วนเขาคงไม่คิดว่าดวงตาคู่นี้กำลังยั่วยวนเขา นิ้วเรียวยาวดันปลายคางของดงเฮขึ้นเล็กน้อย..เตรียมรองรับริมฝีปากของตัวเอง ใบหน้าหวานดูจะดึงสติที่เลือนลางออกมาได้ทันท่วงทีจึงเบี่ยงหลบ พลางปัดมือของฮยอกแจที่เชยคางตนอยู่ออก

“ น..นายจะทำอะไร ”

“ ไม่รู้สิ ..แล้วนายคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ ”

ฮยอกแจหยั่งเชิง ..เกือบไปแล้ว อยู่ดีๆก็รู้สึกอยากสัมผัสคนตรงหน้าขึ้นมาดื้อๆ แต่เขาก็ยังไม่เลิกคิดหรอกนะว่าอยากทำสิ่งนั้น

แม้ดงเฮจะพูดเหมือนว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างได้ แต่ร่างบางรู้ตัวเองดีว่า..ถ้าฮยอกแจคิดจะทำอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆล่ะก็ เขาคงไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนอย่างแน่นอน ดงเฮเขยิบตัวถอยห่างออกมาอีกฟาก กำลังแขนที่ใช้กลับอ่อนลงเพราะสิ่งที่เพิ่งดื่มเข้าไป ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าร่างบางกำลังนอนหงายอยู่บนเตียงแทน

“ ยังยืนยันว่าตัวเองไม่เมาอยู่อีกมั้ย นายแทบจะขยับตัวไม่ได้อยู่แล้ว ”

ฮยอกแจคลานเข้ามานั่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ใบหน้าหวานที่ถูกเงาจากร่างข้างบนบดบังจากแสงไฟ

“ ไม่ได้เมาจริงๆ ก็แค่ไม่มีแรงเท่า... ”

เสียงหวานถูกกลืนหายด้วยรสจูบของคนข้างบนที่ยื่นให้ชิม ฝ่ามือเรียวไม่ได้ทุบตีอีกฝ่ายเพื่อให้ปล่อย ..แต่ก็ไม่ได้โอบกอดร่างตรงหน้าด้วยเช่นกัน สมองและหัวใจที่รับรู้เพียงใครสักคนที่กำลังฉุดเขาขึ้นจากหลุมพรางที่เคยจองจำตัวเองไว้ ไม่แน่นะ ฮยอกแจอาจจะเป็นคนคนนั้น..คนที่จะทำให้เขาลืมการมีตัวตนของคิบอมได้

ไม่ใช่ทดแทนกัน ..แต่ทำให้มันว่างเปล่า

.............................................................................

หลังจากที่ร่างสูงส่งหญิงสาวเข้าห้องพร้อมกับการหอมแก้มเหมือนเดิมทุกครั้ง ระยะทางระหว่างห้องพักของเขากับอาราดูไกลพอที่จะให้คิบอมคิดถึงใครบางคนได้ ในงานเลี้ยง..ดงเฮแยกจากพวกเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้ตัวอีกทีก็ถูกห้อมล้อมด้วยนักข่าวที่พยายามยิงแฟลชถ่ายรูปคู่ของเขากับหญิงสาวเป็นการใหญ่ พยายามเดินตามหาทั่วงานแล้ว..แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของร่างบางสักนิด สงสัยคงจะขึ้นมาบนห้องก่อน เพราะตอนบ่ายเห็นบ่นว่าไม่อยากลงไปร่วมงานอยู่เลย

คิบอมไขกุญแจพลางก้าวเท้าเข้ามาในห้องที่ถูกปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากภายนอกที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาให้เป็นเป็นเงาสิ่งของต่างๆเท่านั้น รวมทั้งเงาของใครบางคนที่นอนหันหลังห่มผ้าอยู่บนเตียง

ใบหน้าเข้มเปรยยิ้มอย่างมีเล่ห์ ขณะนั่งลงข้างคนนอนแล้วก้มลงใช้จมูกสัมผัสแก้มเนียนนั้น

“ เฮ้ย!! ”

เสียงตะโกนโวยวายจากคนนอน ทำให้คิบอมคิ้วขมวดมุ่น.. เสียงของดงเฮ มันไม่เป็นแบบนี้นี่นา คิดได้ดังนั้น ร่างสูงจึงรีบวิ่งไปกดเปิดไฟห้องทันที

“ ไอ้เย.. ”

เสียงทุ้มหลุดปากออกมา พร้อมกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“ ฉันเอง ..คิดว่าเป็นดงเฮรึไง ”

คนเพิ่งตื่นปิดปากหาววอดๆ พลางมองเพื่อนร่วมห้องที่ยืนติดผนังราวกับเห็นเขาเป็นตัวประหลาด

“ นี่แกทำกับดงเฮอย่างนี้เลยเหรอ ทั้งที่พวกแกเลิกกันแล้วเนี่ยนะ ”

“ ทำไมถึงเป็นแก ..ดงเฮหายตัวไปไหน ”

คิบอมไม่สนคำถามของเยซองแม้แต่น้อย แถมยังถามย้อนกลับอีกเพราะกำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ เห็นเพื่อนนี่ ไม่กะทักกันเลยนะ ..เอาแต่ถามถึงแฟนเก่า ”

เยซองเน้นคำสุดท้าย เหมือนจะให้คิบอมรู้สถานะของตัวเองกับดงเฮเสียทีว่าเป็นอะไรกัน ..และควรทำตัวอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานภาพนั้น

“ เพราะเห็นว่าแกสบายดีเลยไม่ต้องถาม... ”

“ เลยถามถึงคนที่แกคิดถึงอยู่ใช่มั้ย คิบอม ”

เยซองต่อประโยคให้เสร็จสรรพ พลางส่งสายตารู้ทันให้คนที่ยืนอยู่

“ เอาล่ะๆ ไม่แกล้งแกแล้วก็ได้ ..ดงเฮกลับโซลไปตั้งแต่สองทุ่มแล้ว ”

“ สองทุ่ม?? ใครมารับ?? ”

“ จะมีใครก็เพื่อนซี้จอมหวง ฮยอกแจน่ะสิ ..แถมยังลากฉันมาติดแหง็กกับแกอีก ”

ฮยอกแจงั้นเหรอ ..น่าสนุกดีนี่ อุตส่าห์ขับรถมารับถึงที่นี่ คงกระวนกระวายใจไม่น้อย แต่ความสนุกกลับต้องหยุดลงเมื่อคิดได้ว่ากว่าจะเสร็จงานก็อีกตั้งสองวัน สองวันที่ไม่ได้เห็นใบหน้าหวาน ..สองวันที่ต้องปล่อยร่างบางให้อยู่กับไก่ตัวนั้น ..และอีกสองวันที่ต้องทนอยู่กับคนรู้ทันเขาไปซะทุกเรื่องอย่างเยซอง

คิบอมไล่ความคิดในสมองออก พลางแย่งผ้าห่มให้พ้นตัวของเยซอง ..มีหรือที่เจ้าของจะยอม จึงกลายเป็นสงครามย่อยๆในห้องพักแห่งนี้แทน ความผ่อนคลายที่ได้รับ ..ทำให้คิบอมไม่เอะใจเลยว่า

..สิ่งที่ตัวเองคิดว่าเป็นของตายกำลังจะหลุดลอยจากไป

 

...................................................................

 

“ กลับมาแล้วครับ.. ”

เสียงที่เอ่ยเนือยๆตามมารยาทดังพร้อมเสียงกุกกักจากการโยนรองเท้าเข้าตู้

เมื่อไร้เสียงขานรับ คนพูดจึงก้าวเท้ายาวเข้ามาสู่บริเวณห้องนั่งเล่นพลางกวาดสายตาหาสิ่งมีชีวิต

“ ไม่มีใครอยู่เลยหรือไง ”

“ น่าจะมี แต่คงไม่มีใครดีใจที่นายกลับมาขนาดวิ่งโร่โผกอดนาย ”

ร่างสูงที่หยุดยืนข้างเยซองบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย สองวันที่อยู่กับคนข้างตัวก็พอทำให้เขาอยากเอาคืนมันบ้าง..

“ เหอะ งั้นถ้าเป็นแกพูด ดงเฮคงวิ่งหน้าตาตื่นมาหาแกเลยสินะ ”

ชื่อที่ถูกเอ่ยในประโยคคือเหตุผลที่ทำให้คิบอมอยากเห็นสีหน้าขัดใจของเยซอง ก็ตลอดเวลาที่อยู่โรงแรม ..ไม่มีสักครั้งที่เวลาเยซองจะเหน็บแนมร่างสูงแล้วจะไม่มีชื่อคนน่ารักนั้นอยู่ด้วย ก็รู้ว่ามันพูดเล่น(แต่ตั้งใจกระแทกเต็มๆ) แต่พอได้ยินเสียงเยซองพึมพำว่าตอนนี้ดงเฮกับฮยอกแจกำลังทำอะไรอยู่ ... เท่านั้นก็พาลให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาได้ คงคิดว่าวิธีนี้จะทหเขาหึงหวงบ้างสินะ

“ ว่าไง คิบอม ..ถ้าแกแน่จริง เอาเลยสิ ”

เยซองท้าทายด้วยดวงตาเรียวเล็ก ..น้ำเสียงเยาะเย้ยเป็นนัยกระตุ้นความอยากเอาชนะของคิบอมได้สำเร็จ

“ กลับมาแล้วครับ.. ”

เสียงทุ้มบ่งบอกถึงการรับคำท้าโดยสมบูรณ์ หากมีใครที่ยังอยู่ในบ้านหลังนี้คงต้องได้ยินอย่างแน่นอน และดูเหมือนว่าจะมีคนรับรู้ถึงการมาของพวกเขาทั้งสองแล้ว

“ ตะโกนดังสามบ้านแปดบ้าน คิดว่าพวกฉันจะไม่รู้รึไงว่าพวกนายกลับมาแล้วน่ะ ”

ฮีชอลสวมกางเกงผ้าฝ้ายสีแดงสดออกมาจากห้องนอนของตัวเองแล้วนั่งลงบนโซฟา

“ แค่พวกแกกลับมา ต้องให้ทุกคนยืนรอรับกันเลยมั้ย.. ”

คังอินพูดประชดขณะเดินเข้ามาจากหลังบ้านผ่านประตูห้องครัวพร้อมร่างของอีทึก

คิบอมกับเยซองได้แต่ยิ้มแก้เก้อ มองหน้ากับอีกฝ่าย..เหมือนกับรอสิ่งที่ตัวเองพนันกันอยู่ จะมาหรือเปล่า

“ พี่ ..ดงเฮไม่อยู่เหรอ ”

เยซองถามขึ้น เมื่อเห็นการปรากฏตัวของสมาชิกในบ้านเว้นระยะห่างนานกว่าปกติ ซึ่งถ้าดงเฮอยู๋ในบ้านนี้และยังมีความรู้สึกที่ดีต่อคิบอมอยู่ก็ควรจะอยู่ตรงหน้าพวกเขาได้แล้ว

“ ไม่อยู่เหรอ อีทึก ”

คังอินหันถามคนข้างตัว ..เหมือนตัวเองเป็นโรคสมองเสื่อมชั่วขณะ

“ อยู่สิ คงอยู่ข้างบนมั้ง ”

“ อ้าว แต่เมื่อเช้าก็ลงมาแล้วหนิ.. จะขึ้นไปทำไมอีกล่ะ ”

คังอินย้อนถาม ช่างเป็นความสงสัยที่ตรงกับใจใครบางคนเสียจริง

“ เอ๊ะ!! ตอนนั้นนายก็อยู่นะ คังอิน ก็ที่ฮยอกแจมันบ่นปวดหัวแล้วอ้อนให้ดงเฮพาขึ้นไปพักผ่อนไง ”

“ จริงด้วย คังอิน ..นายไม่น่าแก่ก่อนวัยอันควรเลยนะ ”

คนสวยที่นั่งไขว่ห้างสำทับคนแกล้งโง่อีกรอบจนเจอสายตาแค้นเคืองของหมีป่ากลับมา

“ พูดถึงพวกผมกันอยู่เหรอ ”

ฮยอกแจก้าวเท้าลงตามขั้นบันได้จนถึงขั้นสุดท้ายแล้วหยุด ร่างโปร่งกวาดตามองคนที่อยู่ข้างล่างก่อนสบตากับคิบอมนานกว่าปกติ แววตาที่ไม่มีความโกรธเคืองหลงอยู่.. ยิ่งเร้าให้คิบอมเบนสายตามองร่างบางที่ยืนติดกับฮยอกแจด้วยความสงสัยมากขึ้น

“ ถ้าไม่หูตึงก็คงได้ยิน พวกนายนี่ก็จริงๆเลย มีเวลาว่างทีไรก็ชอบหนีไปอยู่ตามลำพังทุกที ..หมายความว่าไง ห๊ะ!! ”

พอเจออารมณ์เกรี้ยวเล็กๆของฮีชอล ..คนถูกว่าก็เอาแต่มองหน้ากัน ก่อนฮยอกแจจะเป็นฝ่ายตอบ

“ ก็เป็นคนเพิ่งคบกันไงพี่ ไม่เห็นต้องถามเลย ถ้าพี่ไม่เข้าใจทำไมถึงไม่ไปถามพี่คังอินกับพี่อีทึกล่ะ สองคนนั้นก็ชอบหายตัวเหมือนกัน ”

โยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนา สองคนที่อยู่ในประโยคถึงกับหน้าเหวอ.. รวมทั้งฮีชอล ที่ไม่คิดว่าลิงน้อยอย่างฮยอกแจจะกล้าย้อนนางซนอย่างเขา

“ หนอย..  ”

คำพูดที่บอกถึงสถานะของคนสวยได้อย่างดี ..เสียท่าให้มันซะแล้ว

“ ถ้าพี่หายข้องใจแล้ว ผมกับดงเฮจะออกไปข้างนอกสักพักนะ ..บ่ายๆจะกลับ ”

คิบอมมองเจ้าของเสียงที่จับมือแบบประสานนิ้วกับดงเฮ ถ้ามันเป็นการจับตามปกติ เขาคงไม่รู้สึกผิดสังเกตขนาดนี้ ..ก็วิธีจับมือแบบนั้นมันสำหรับคู่รักชัดๆ

“ อ้อ ..พวกนายก็อยู่ด้วยเหรอ ลืมทักซะสนิท เยซอง ...คิบอม ”

ชื่อของชายหนุ่มคนสุดท้ายโดนกดเสียงต่ำเสียจนอึดอัด โดยเฉพาะร่างบาง

“ ไปกันเถอะ ฮยอกแจ ต้อนรับกลับบ้านนะ เยซอง ”

ดงเฮกระตุกมือของฮยอกแจให้รีบไปเพื่อสลายความอึมครึมดังกล่าว แต่ก็ยังพอมีเวลากล่าวทักทายกับเยซอง

“ อืมๆ.. ”

เมื่อร่างของคนทั้งคู่พ้นขอบประตูเรียบร้อย ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ทำให้เยซองกับคิบอมขอตัวแยกย้ายเข้าห้องนอนของตนเอง

หลังจากคิบอมดึงลูกบิดประตูปิดสนิท เขาโยนกระเป๋าของตัวเองไปที่เตียงแล้วนั่งทรุดพิงบานประตู หน้าเข้มเงยหัวพิงประตูก่อนกระแทกสองสามครั้ง สิ่งที่เห็นเมื่อครู่ทำเอาขาของเขาแข็งจนก้าวไม่ออก..เสียงหวานนั่นไม่คิดจะพูดกับเขาเลยหรือ ยืนด้วยกันเกือบห้านาที แต่ดงเฮก็ไม่คิดจะสบตากัน ..ขนาดคำเอ่ยทักก็ดูยากเย็นที่จะออกจากริมฝีปากคู่นั้น

..ผิดปกติ

คิบอมยกมือนวดขมับตัวเอง ไล่ความคิดที่จะบั่นทอนความรู้สึกออกไป ..ความคิดที่ว่าดงเฮอาจอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเขา

“ ไม่ ..หมอนั่นยังต้องการฉันอยู่ ”

คำพูดปลอบใจตัวเอง ..ดังหนักแน่น แต่ตรงข้ามกับความรู้สึกของคนพูดโดยสิ้นเชิง

..............................................................................

 

ม้านั่งตัวเดียวในสวนหลังบ้านถูกร่างบางที่สวมเสื้อยืดกับกางเกงขายาวนั่งจับจอง ท้องฟ้าที่ตอนนี้มีแต่ความมืดเข้าปกคลุม อย่าว่าแต่ดวงจันทร์เลย ขนาดดาวสักดวงก็ยังไม่เห็น ดงเฮชันเข่าพลางใช้แขนโอบไว้..  ถอดถอนใจเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน ถึงจะได้รับคำชื่นชมจากฮยอกแจว่าทำได้ดีแล้ว แต่เขาก็ยังไม่คุ้นกับการกระทำเช่นนั้นอยู่ดี คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ไม่นานก็คงชินที่จะ’ห่าง’กับคิบอม

“ นั่งด้วยคนได้มั้ย ”

เสียงทุ้มปลุกร่างที่ตกในห้วงความคิดเข้าสู่ความจริง ดงเฮปล่อยขาลงนั่งตามปกติก่อนเขยิบให้ร่างสูงนั่งด้วย

“ ใส่เสื้อบางแบบนี้ ไม่หนาวเหรอ ”

คิบอมถาม ขณะเอนกายพิงพนักไม้

“ ไม่ ..แต่หนาวนิดหน่อย ”

ถ้าบอกปฏิเสธก็คงดูเกินจริง ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้คงดีกว่า เท้าเรียวสอดเข้าไปในรองเท้าแตะสีสดเหมือนเตรียมลุกหนี น่าเสียดายที่ร่างสูงมองเห็นซะก่อน มือหนากระชากข้อแขนเรียวให้ถลาเข้าสู่อ้อมอกตัวเองแล้วปิดวงแขนไม่ทิ้งช่องให้คนในอ้อมกอดหนี

“ อุ่นขึ้นมั้ย ”

เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ดงเฮก้มหน้านิ่ง ..จะทนได้เหรอ ถ้าขาดสัมผัสนี้ สองวันกับคำว่าว่างเปล่าที่ดงเฮมีให้คิบอม มันเป็นความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจะละลายความมีชีวิตชีวาของดงเฮไปด้วย ถ้าไม่เห็นหน้าของคิบอม เขาอาจจะตัดใจได้เร็วและเด็ดขาดกว่านี้

“ อย่าทำแบบนี้ ”

อย่าทำเหมือนฉันขาดนายไม่ได้ นายคงรู้แล้วว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ ..นายก็แค่เติมเชื้อไฟที่กำลังจะมอดให้ลุกขึ้นมาเท่านั้น

“ อย่าทำแบบนี้ หรือว่า..อยากได้มากกว่านี้ ”

คิบอมยิ้มมุมปากมองร่างบอบบางในอ้อมแขนที่ยังคงไม่กล้าสบตากับเขา ทำร้ายจิตใจเพราะคำพูดมากี่ครั้ง..แต่ก็ไม่เคยเข็ดซะที เพราะรู้ว่าเป็นดงเฮ ..ถึงได้พูด ถึงได้ทำร้ายกันอย่างนั้นหรือ

“ ฉ..ฉันไม่ใช่ของนายอีกแล้ว คิบอม กรุณาให้เกียรติกันในฐานะเพื่อนร่วมวงด้วย ”

ดงเฮกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด กัดฟันที่จะต้องพูดออกไป.. เขาไม่รู้ว่าคิบอมคิดกับเขาอย่างไร แต่ตอนนี้ ..ตอนนี้ที่ดงเฮไม่อยากเป็นอะไรก็ตามที่คิบอมจะครอบครองได้ง่ายๆแล้วคิดจะทำอะไรก็ได้อีก

..เขามีจิตใจเหมือนกัน

“ ไม่ใช่ของฉัน จะบอกว่านายเป็นของฮยอกแจแล้วรึไง ”

เมื่อเห็นคนในอ้อมกอดเงียบ คิบอมก็ยิ่งขัดเคือง ..ไม่ตอบ แปลว่ายอมรับสินะ

“ นายนี่ ..จริงๆเลย ”

พูดไม่ออกเหมือนมีก้อนแข็งจุกอยู่ที่คอ เขาควรจะต่อว่าคนตรงหน้าหรือไปชกไอ้ลิงวอกนั่น...

“ ฉันก็แค่ ..ร่านอย่างที่นายเคยว่าไว้ ”

น้ำเสียงที่ไม่มีความรู้สึกเจือปน พูดออกมาราวกับเป็นเรื่องปกติ ..สร้างอุณหภูมิโกรธภายในตัวของคิบอมจนอยากหยิบกระถางต้นไม้ที่อยู่แถวนั้นปาทิ้ง

“ เหอะ นายนี่มัน... คิดว่าฉันจะดีใจหรือไง ที่มีแต่คนต้องการนายน่ะ ”

“ ไม่ดีใจเหรอ อย่าบอกว่านายเสียใจ ”

“ แล้วถ้าฉันบอกว่า เสียใจล่ะ ”

“ ฉันก็จะได้รู้ไว้ว่า คนอย่างคิม คิบอมก็โกหกเป็นเหมือนกัน ”

ดงเฮเงยหน้ามองคิบอม ดวงตาที่ฝืนนิ่งขณะที่สะกดกลั้นของเหลวข้างในที่พยายามไหลออกมา..

“ อยากหาเรื่องกันใช่มั้ย ลี ดงเฮ ”

คิบอมคลายวงกอดก่อนใช้มือบีบต้นแขนของร่างบางด้วยแรงโกรธ เสียงทุ้มแฝงความรู้สึกน่ากลัวอย่างชัดเจน หัวใจที่เต้นกรุ่นๆด้วยความรู้สึกอยากทำให้ดงเฮยอมรับและเห็นด้วยตามที่เขาต้องการ

“ พอเถอะ ทุกอย่างจบแล้ว ..ฉันเหนื่อยที่จะทำตัวไร้ค่า และนายก็จะได้ไม่รู้สึกรำคาญอีก ”

นิ้วเรียวแกะมือที่พันธนาการเขา แต่มันแน่นจนดงเฮรู้สึกถึงแรงกดบนกระดูก ... พูดอะไรผิดงั้นหรือ นั่นคือสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่หรือไง คิบอม

“ ไร้ค่า ..รำคาญ เหอะ อยากให้ตัวเองเป็นอย่างนั้นนักใช่มั้ย ห๊ะ!! ”

ใบหน้าหวานเบี่ยงหลบเสียงเกรี้ยวกราดที่ตวาดลั่น มือหนาบีบคางมนให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาก่อนบดเบียดสัมผัสบนริมฝีปากให้ดงเฮอย่างหนักหน่วง กลีบเนื้อสีเรื่อถูกรุกรานด้วยเรียวลิ้นอันแข็งแกร่ง ..ดงเฮปฏิเสธการกระทำดังกล่าวอย่างยากลำบาก เพราะมือหนาที่ประคองศีรษะเข้าให้อยู่กับที่

“ โอ๊ย.. ”

ดงเฮผละตัวออกจากคนร้อง ..คิบอมยกมือแตะริมฝีปากที่โดนกัดเมื่อครู่ เลือดสีแดงสดไหลซึมทั่วบริเวณ

“ คิบอม ฉันจะบอกอะไรให้นะ ..นายเองก็ไม่ได้ต่างจากฉันเลย เราสองคนก็แค่เงาของกันและกัน นายเห็นฉันเป็นแค่ของเล่น เมื่อไหร่ที่ต้องการก็จะเรียกหา ..เบื่อแล้วก็เก็บลงกล่อง ฉันก็ไม่ต่างกัน ”

ดวงตาสีนิลจับจ้องใบหน้าเข้มด้วยแววตาเย็นชา นั่นเป็นครั้งแรกที่คิบอมเห็นดงเฮแสดงความรู้สึกแบบนั้นกับเขา

“ นายก็เป็นได้แค่ ‘ชู้’ เท่านั้น คิบอม ”

“ ดีนี่ ตำแหน่งชู้เนี่ย ไม่ใช่จะได้กันง่ายๆ แสดงว่านายคงชอบเวลาที่เราอยู่บนเตียงด้วยกันสินะ ”

มือหนาเริ่มกำหมัดแน่นขึ้น ขณะพยายามข่มอารมณ์ ..ไม่เจอกันแค่สองวัน ดงเฮดูกล้าขึ้นมากจนเขาตกใจ อยากรู้ว่าจะทนไปได้กี่แค่ไหน

“ ก็แค่ตัวสำรอง แล้วตอนนี้ฉันก็อยากเปลี่ยนตัวสำรองออกนอกสนามแล้วด้วยสิ ”

ใช้แรงมากมายเพียงใดกว่าจะบังคับทุกคำพูดให้หายสั่น ..ทุกคำที่จะส่งผลถึงจิตใจอยู่ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว คิบอมเป็นคนบีบให้เขาทำแบบนี้เอง เป็นคนที่ไล่กันเอง

“ แต่ก่อนที่ตัวสำรองคนนี้จะถูกไล่ออกจากสนาม ก็อยากขอพิสูจน์ฝีมือกันซะหน่อย.. ว่าตัวจริงกับตัวสำรอง ใครจะเล่นดีกว่ากัน ”

“ น..นายจะทำอะไร ”

ดงเฮร้องเสียงหลง เมื่อคิบอมคว้าแขนเขาแล้วลากเข้าไปในบ้าน ..คำถามที่มีเสียฝีเท้าหนักเป็นคำตอบ มือบางทุบตีและยื้อ เพื่อให้ร่างสูงปล่อยเขา อยากตะโกนให้ใครบางคนมาช่วย แล้วถ้าตะโกน..คนทั้งบ้านก็จะรู้ว่าเขากับคิบอมยังมีเยื่อใยกันอยู่

...ถ่านไฟเก่า

“ ทำไมไม่ตะโกนล่ะ ฮยอกแจอยู่ห้องไม่ใช่เหรอ ”

เสียงทุ้มเอ่ยเย้ยหยัน ก่อนเปิดประตูห้องนอนตัวเองแล้วเหวี่ยงร่างบางไปที่เตียง ดงเฮสบดวงตาสีเข้มด้วยความรู้สึกแค้น ..แค้นที่คิบอมรู้ถึงความคิดในใจของเขา รู้ว่าอะไรที่เป็นจุดอ่อน ..และรู้ว่าทำอย่างไรเขาถึงจะยอมโดยไม่ปฏิเสธได้

“ น..นายเคยรักฉันบ้างหรือเปล่า คิบอม ”

ดงเฮเลื่อนตัวไปนั่งพิงหัวเตียง ชันขาขึ้นกอดด้วยความรู้สึกอ้างว้าง ..อยากคุยเปิดอกให้รู้เรื่องกันเสียที ถ้าคราวนี้เขาต้องร้องไห้ล่ะก็ มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเสียน้ำตาให้คิบอมแล้วจริงๆ

“ มาถามตอนนี้ ไม่คิดว่าช้าไปหน่อยเหรอ ”

ที่นอนปลายเตียงกดยุบตามแรงนั่ง คนตอบจ้องมองตู้เสื้อผ้าของตน ..ในนั้นเคยมีเสื้อผ้าของดงเฮอยู่ และตอนนี้ในพื้นที่ส่วนนั้นก็ยังว่างเปล่าเหมือนรอเจ้าของคนเดิมกลับมา

“ ไม่ว่านายจะตอบอย่างไร มันก็ไม่มีผลต่อปัจจุบัน ..ฉันแค่อยากรู้เท่านั้นว่าช่วงเวลาที่ฉันเคยรักนาย นายมีฉันอยู่บ้างมั้ย ”

“ เพราะนายเป็นของมันแล้วงั้นเหรอ นายรักมันแล้วใช่มั้ย ”

ทั้งที่เคยคิดว่าจะไม่ก้าวก่ายชีวิตของอีกคน ชีวิตที่อยู่ในด้านที่สว่าง ..กับฮยอกแจ แต่ก่อนเขาอาจจะคิดว่ามันแค่เกมที่ดงเฮสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านความรู้สึกที่มีต่อเขา แต่ตอนนี้ทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองต่างหากที่กลายเป็นคนโง่ที่คิดว่านั่นคือเกม

“ อย่าเรียกฮยอกแจแบบนั้น ”

“ ฮึ ..แตะไม่ได้เลยสินะ คงรักกันมากจนลืมว่านายเคยรักฉันมากแค่ไหน ตอนนี้รักมันเท่ากับที่เคยรักฉันหรือยังล่ะ ”

คิบอมบังคับอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้ว เขาใช้ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องมากเกินไป ปกติร่างสูงจะเป็นคนคุมสถานการณ์ทั้งหมด ทุกอย่างเขาต้องเหนือกว่าและควบคุมดงเฮให้เป็นไปตามที่ต้องการ แต่นี่ไม่ใช่ ..ความรู้สึกว่าจะเสียคนตรงหน้าไป ทำให้เขาก้าวพลาด

“ ฮยอกแจกับนายเทียบกันไม่ได้หรอก เขากับนายต่างกันมากจนฉันไม่คิดว่าจะรักเขาได้ ”

“ นายอยากรู้ใช่มั้ย ว่าฉันเคยรักนายหรือเปล่า .. ฉันจะตอบให้ก็ได้ เผื่อนายจะมองเห็นอะไรให้ชัดขึ้น ฉัน..ไม่เคยรักนาย ไม่เคยมีความรู้สึกแบบนั้นกับนาย ”

พลั้งปากเพราะอยากให้อีกคนเจ็บ ..เจ็บแบบที่เขากำลังเจ็บอยู่ตอนนี้ ทั้งห้องดูเหมือนขาดอากาศหายใจสำหรับเขา ..หายใจไม่ออก เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมีใครอีกคนที่เริ่มจริงจังแล้วงั้นหรือ เพราะแบบนั้นเขาถึงรู้สึกแปลบที่หน้าอก

“ ทุกอย่างที่ให้ก็เพราะสงสาร เพราะนายเป็นคนเอ่ยชวน ฉันรู้สึกกับนายแค่นั้น ”

ดงเฮมองคนพูดด้วยสายตาตัดพ้อ ..สงสารสินะ สิ่งที่ได้รับจากคนตรงหน้าก็มีเพียงเท่านี้ ขนาดจะจากกันยังต้องรับความจริงที่เจ็บปวดขนาดนี้ ชีวิตฉันมันคงไม่มีค่าอย่างที่พูดไปจริงๆ

“ เข้าใจแล้ว ขอบคุณที่รู้สึกสงสารกัน.. ”

ดงเฮหลุบตาต่ำ ขณะก้าวเท้าเรียวลงจากเตียง ทุกก้าวที่กดลงบนพื้นตอกย้ำความโง่ที่ตัวเองทำมาตลอดเวลา ..คิบอมไม่เคยรักเขาเลย แม้ว่าจะทุ่มให้มากเท่าไรก็ตาม

“ ..ดงเฮ ”

คิบอมเดินมารั้งมือบางที่จับลูกบิดประตูค้างอยู่ด้วยสีหน้าตกใจ เพราะร่างบางกำลังทำในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็น ..ดงเฮกำลังจะร้องไห้งั้นเหรอ

“ อย่ามาถูกตัวฉัน ฉันต้องการความรักไม่ใช่ความสงสาร ”

มือเรียวสะบัดหนี มองใบหน้าเข้มด้วยสายตาแดงก่ำก่อนเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ..ถ้าอยู่นานกว่านี้ ฉันคงต้องเจ็บกว่านี้ใช่มั้ย คิบอม

 

 ______________________________

 ในวันที่ด๊องกะวอนอยู่เมืองไทยเป็นวันที่ 2 เพราะต้องถ่ายโฆษณา 12+

 เข้าไปอ่านในบอร์ด รู้สึกว่าเอลฟ์ที่ตามทำตัวไม่ค่อยเหมาะสมกันเลย

แต่ก็บางคนล่ะนะ บางทีพวกนั้นอาจจะไม่ใช่เอลฟ์ก็ได้

ถึงทำกับคนที่พวกเรารักอย่างนั้น

 

ปล.ด๊องไม่ใช่ปลาตู้นะ ดังนั้นอย่าขย่มรถ เข้าใจมั้ย!!!

edit @ 16 May 2008 13:14:45 by [i]ZU~Kise

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry



น้ำตาจะร่วง



ทำไมตาคิทำกะหมวยเยี่ยงนี้เล๊า



>__________<"



#1 By BLUE ♥ KIBUM on 2008-04-26 15:32

อ่า เศร้าอ่ะbig smile

#2 By chanta on 2008-05-03 12:59

มาต่อไวๆน่ะ
รอคอยอย่างมีความหวัง

#3 By chanta on 2008-05-03 12:59

เศร้า

ปากไม่ตรงกะจัย -*-

เปงเรื่องเลย

มาต่อ ด่วนๆๆๆ คร๊า

#4 By Kihae (118.172.92.84) on 2008-05-03 20:00

คิบอมพูดจาทำร้ายกันเกินไปหรือป่าว
ด๊องก็ทำแบบที่นายต้องการแล้วไง ไม่อยากผูกมัด
ด๊องก็อยู่กับฮยอกแล้วไง

ฮยอกเป็นเพื่อนที่ดีมาก ๆ อ่านเรื่องนี้แล้วรักตัวละครอย่างฮยอกมาก เพื่อเพื่อนไม่อยากให้เพื่อนเสียใจ

ยิ่งอ่านยิ่งหมั่นไส้คิบอม สงสารดงเฮที่สุด

#5 By วา (58.9.185.180) on 2008-06-18 04:16