[KiHae] : Untitled Story ... 4
posted on 15 May 2008 09:38 by iceboxดวงไฟตรงประตูบ้านสว่างขึ้น กระเป๋าประจำตัวบนบ่ากว้างขณะที่ร่างสูงกำลังเดินเข้าสู่ห้องนั่งเล่น มองสำรวจสมาชิกที่กระจุกตัวอยู่หน้าโทรทัศน์เครื่องใหญ่พร้อมกับฉากสนามบอลในเกมส์ที่กำลังดุเดือด
“ กลับมาช้าจังนะ.. ”
ซองมินหันมองคนมาเยือนแวบนึงก่อนกลับไปจ้องมองโทรทัศน์ต่อ มือที่ถือจอยสติ๊กกดอย่างเมามันส์
“ มีข้าวเหลืออยู่ในตู้เย็น ถ้าหิวก็เอาออกมาอุ่นกินละกัน ”
เสียงชินดง ..คู่แข่งในการเล่นฟุตบอลของกระต่ายน้อยพูดเสริม มีหน่วยลุ้นที่นั่งอยู่รายล้อมอีกสามราย คยูฮยอน ..เรียววุค และเยซอง
คิบอมแปลกใจเมื่อไม่เห็นขาประจำ ฝีมือดี ปกติถ้าเปิดเครื่องเมื่อไหร่..รายนั้นก็ต้องประจำหน้าเครื่องทุกครั้ง ร่างสูงสะบัดหน้าไล่ความคิดในหัวออก จะไปไหนก็เรื่องของมัน .. แผลบนใบหน้าเหลือรอยฟกช้ำจางๆหลังจากผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ อารมณ์ฉุนยังเกิดกับคิบอมเสมอเมื่อนึกถึงใบหน้าของฮยอกแจ ตอนที่พูด..ว่าดงเฮเป็นของมัน
ร่างสูงชะลอฝีเท้าลงขณะผ่านห้องนอนของฮยอกแจ ดูเงียบและมืดผิดสังเกต ..นี่ เพิ่งสี่ทุ่ม ไม่มีทางที่ไก่ตัวนั้นจะนอนเร็ว ถึงวันนี้มันนึกบ้าอะไรสักอย่างหรือป่วยเลยนอนเช้า แต่ดงเฮ..เขามั่นใจเลยว่าดงเฮต้องยังไม่นอนแน่ๆ หลายวันที่ผ่านมา..เป็นช่วงที่เขางานเยอะที่สุดเลยต้องกลับบ้านดึกเป็นพิเศษ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน เขาก็มักเห็นดงเฮนั่งดูรายการทีวีอยู่ตามลำพังหรือไม่ก็มีฮยอกแจนั่งเป็นเพื่อน เขาจึงอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าดงเฮต้องรอเขากลับบ้าน ..เป็นสาเหตุที่เขาคิดว่าดงเฮยังรักเขาอยู่
คิบอมโยนกระเป๋าบนโต๊ะเขียนหนังสือก่อนทิ้งตัวบนที่นอน เปลือกตาหนาปิดลงราวกับต้องการซึมซับความนุ่มของเตียงนอน ความอุ่นสบายในห้องของตน ..อาการเหนื่อยและเมื่อยล้าทำให้คิบอมก้าวสู่ห้วงนิทราโดยไม่รู้ตัว
..ตึง..ตึง..ตึง..ตึง..ตึง
เสียงดังข้างนอกปลุกร่างสูงตื่น เขานอนเกลือกกลิ้งบนเตียงสักพักก่อนขยี้ตาไล่ความงัวเงีย ..ห้าทุ่มสิบห้า คิบอมลุกจากที่นอนหยิบผ้าเช็ดตัวสีฟ้าแล้วเข้าห้องน้ำ หัวสมองที่ปลอดโปร่งขึ้นเมื่อถูกสายน้ำอุ่นกระทบผิวกายและใบหน้า ทำให้เขาคิดถึงใครบางคนอีกแล้ว ตามที่เลียบถามอีทึกไว้..ดงเฮมีคิวงานวันนี้ถึงแค่ตอนเย็นเท่านั้น นั่นก็หมายถึง ถ้าไม่เกิดเหตุผิดพลาด เมื่อคิบอมออกจากห้อง เขาคงได้เห็นใบหน้าหวานนั้นแน่นอน
แม้ไม่ได้คุยกัน ..แค่เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนนั่นก็พอหล่อเลี้ยงหัวใจให้อยู่ต่อไปได้
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คิบอมก็เดินลงมาด้านล่าง ..ดวงตาคู่เข้มยังมองหาคนที่เขาคิดถึง แต่ยังไร้วี่แวว
“ อย่าเบียดสิ.. ”
“ พี่นั่นล่ะ เขยิบหน่อย ผมก็อยากเห็นเหมือนกัน ”
“ จะทะเลาะกันทำไมนักหนา ”
ร่างสูงปรายตามองกลุ่มเพื่อนที่มุงดูของบางอย่าง ก่อนหันไปถามเรียววุคที่เดินผ่านมาพอดี
“ นายเห็นดงเฮหรือเปล่า ”
“ ถ้าดงเฮตัวจริงล่ะก็ ไปเที่ยวทะเลนู้นแล้ว ..แต่ถ้านายอยากเห็นตอนนี้เลยก็ไปดูกับพวกนั้นสิ ”
เรียววุคชี้ไปที่กระจุกลิงที่เบียดกันไปเบียดกันมาอยู่หน้าโซฟา เรียววุคกำลังจะเดินเข้าไปสมทบ แต่ถูกคิบอมดึงไว้ก่อน
“ หมายความว่ายังไง.. ”
“ ก็เช้าพรุ่งนี้ฮยอกแจกับดงเฮว่าง สองคนนั่นเลยขอพี่อีทึกไปเที่ยวข้างนอกกันแล้วตอนนี้ฮยอกแจก็กำลังส่งรูปที่ถ่ายเข้ามือถือซองมิน ”
คำอธิบายที่ทำให้คิบอมรู้สึกชาปลายนิ้วอย่างไร้สาเหตุ ทั้งที่มั่นใจแล้วแท้ๆว่าดงเฮยังเหลือเยื่อใยกับเขา แต่ทำไมถึงกล้าไปเที่ยวกับคนอื่น ทั้งที่เขาพยายามทำดีกับร่างบางมากขึ้น แต่ทำไม..นายถึงทำร้ายจิตใจฉันแบบนี้
คิบอมเดินเข้าไปอยู่ข้างๆคยูฮยอนซึ่งกำลังชะโงกหน้าดูรูป เขาพ่ายแพ้กับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง ..แม้โอกาสสร้างความโล่งใจให้เขาจะมีน้อยเต็มที
“ พี่ซองมิน ..รูปใหม่อ่ะ มาแล้วๆ กดดิ ”
คยูฮยอนร้องตื่นเต้น เมื่อเห็นสัญญาณข้อความภาพเข้ามาใหม่
“ รู้แล้วๆ ”
ไม่รอช้า ซองมินก็กดแสดงภาพหน้าจอทันที
“ เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~ เล่นงี้เลยเหรอ ”
เสียงอุทานดังขึ้น เมื่อภาพตรงหน้าแสดงรูปของคนไปเที่ยวกำลังถ่ายรูปหน้าชิดกัน
“ มากไปป่ะเนี่ย ..ดูดงเฮยิ้มดิ อิจฉาฮยอกแจชะมัด ”
เสียงบ่นโอดครวญจากชินดงกระตุกหัวใจร่างสูงร่วงวูบ มันก็เป็นอย่างที่ชินดงพูดจริงๆ รอยยิ้มที่ดงเฮเคยมีให้เขาเพียงคนเดียว..ตอนนี้กลับไปปรากฏอยู่บนหน้าหวานที่ถ่ายกับคนอื่น
“ มาอีกแล้วๆ เปิดเร็ว.. ”
“ เอ่อ............ ”
ไม่มีเสียงใดเอ่ยต่อ ภาพที่กดโชว์เล่นเอาคำพูดที่กำลังจะพรั่งพรูออกมาถูกกลืนหายในลำคอ ..เงาของคนสองคนกำลังโน้มหน้าเข้าหากันโดยมีฉากหลังเป็นทะเลยามค่ำคืน แม้จะไม่เห็นใบหน้าชัดเจน..แต่มันก็เพียงพอจะบอกให้คนที่ยืนล้อมว่าทั้งสองกำลังทำอะไรกัน
เจ้าของมือถือเลื่อนสายตามองคิบอมที่ยืนอยู่ข้างหลัง คงเห็นแล้วสินะ .. กระต่ายน้อยถึงกับพูดไม่ออก เขารู้สึกเหมือนมีส่วนร่วมในการทำร้ายจิตใจของคิบอม มือเล็กรีบกดปิดแล้วลบรูปนั้นออกทันที คนที่เคยมุงๆกันอยู่ก็สลายตัวไปคนละทิศคนละทาง ซองมินจึงเดินเข้าไปหาคนที่ยืนนิ่ง
“ คิบอม ..นายคงไม่รู้สึกอะไรใช่มั้ย ฉันไม่ควรรู้สึกผิด เพราะนายเลิกกับดงเฮไปแล้ว เพราะตอนนี้ดงเฮคบกับฮยอกแจ ดังนั้นภาพที่เห็น..นายไม่ควรโกรธ แล้วฉันก็จะไม่รู้สึกผิดด้วย ”
ซองมินตบมือลบบ่ากว้างสองสามที คำปลอบที่เหมือนจะพูดเตือนตัวเองมากกว่าให้อีกคนฟัง ไม่ว่ายังไงเขาก็รู้สึกว่าไม่ควรให้คนตรงหน้าได้เห็นภาพเหล่านี้อยู่ดี ..แม้คิบอมจะบอกเลิกกับดงเฮไปแล้ว แต่เขาก็เห็นเส้นใยบางๆที่เชื่อมคนทั้งสองอยู่เสมอ แล้วตอนนี้มันก็เริ่มดึงคนทั้งคู่เข้าหาใกล้กันมากขึ้นทุกขณะ
“ พวกเขาอยู่ที่ไหน ”
น้ำเสียงเรียบเฉย ทำเอาคนฟังเดาอารมณ์ไม่ถูกแถมยังเริ่มกล้าๆกลัวๆ
“ คิบอม นายใจเย็นๆก่อน คือ.. ”
“ ฉันถามว่า สองคนนั่นอยู่ไหน!! ”
มือหนากระชากคอเสื้อของซองมินอย่างแรง พลางมองร่างที่พยายามดึงมือของคิบอมออกด้วยแววตาแข็งกร้าว เพื่อนที่เคยกระจายไปคนละทางเริ่มเข้ามารวมตัวอีกครั้งเมื่อเห็นท่าไม่ดี คยูฮยอนกับชินดงดึงร่างคนโกรธออกห่างแล้วล็อคตัวไว้ ส่วนเยซองกับเรียววุคก็เข้าไปดูอาการของซองมินที่กำลังไอค่อกแค่กเพราะขาดอากาศหายใจเมื่อครู่
“ แกเป็นบ้าอะไร ซองมินไม่รู้เรื่องด้วยนะเว้ย ”
เยซองตวาดใส่คนที่กำลังคลุ้มคลั่ง คิบอมดิ้นหมายจะหลุดออกจากการจับกุม แต่ก็ดูไร้ผลเมื่อชินดงเป็นคนคุมตัวเขาอยู่
“ ก็บอกมาสิ บอกมา ..ฮยอกแจ มันพาดงเฮไปที่ไหน ”
“ ถ้าบอกแล้วแกจะหายบ้ารึไง ถ้าบอกแล้วแกจะไม่ไปตามพวกนั้นใช่มั้ย ”
เสียงทุ้มประชด เรียววุคพยุงซองมินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่ม เยซองเลยเดินเข้ามาหาคิบอมก่อนจ้องหน้าด้วยแววตาจริงจัง
“ ถ้าแกตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว แกต้องรับกับผลที่เกิดขึ้น ถึงแกจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ”
พอเห็นท่าทีของคิบอมสงบลง ชินดงเลยปล่อยแขนที่จับไว้ แต่ก็ยังคอยระวังอยู่ห่างๆ.. เยซองยังมองคนที่ก้มหน้าเหมือนกำลังคิดหนัก สภาพของคิบอมตอนนี้ไม่ต่างกับคนที่โดนชกจนจุก ..แม้แต่หายใจ เขาก็ยังรู้สึกเจ็บเหลือเกิน
..ก็ปฏิเสธเขาไปแล้ว ยังจะเรียกร้องอะไรอีก
“ ในเมื่อพวกแกไม่ยอมบอก ฉันก็จะออกไปตามหาเอง ”
สิ้นเสียง ร่างสูงก็หยิบกุญแจรถที่แขวนอยู่ตรงหน้าชั้นรองเท้าเร่งรีบจะเดินออกจากบ้าน หากไม่มีกลุ่มบุคคลอาวุโสในวงเดินสวนเข้ามาเสียก่อน
“ จะออกไปไหนกัน ”
อีทึกถาม มองหน้าคิบอมแล้วเลยไปด้านหลังที่มีเยซองกับชินดงวิ่งมาหยุดยืน
ร่างสูงไม่ใส่ใจกับคำพูดของคนตาสวย ในสมองเขามีแต่ภาพของฮยอกแจกับดงเฮลอยเต็มไปหมด..ยิ่งเร่งความคิดให้เลยเถิดไปกันใหญ่
“ อีทึกถามไม่ได้ยินหรือไง คิบอม ”
คนถูกเรียกหันมองเจ้าของเสียงดุ ถึงจะเคารพเชื่อฟังฮีชอลดั่งพี่ชายแท้ๆ แต่เรื่องนี้เขาขอขัดคำสั่งสักครั้งแล้วกัน
“ ฉันถามแกอยู่ เป็นใบ้หรือไง!! ”
ฮีชอลตวาดเมื่อเห็นคนที่ตนต้องการให้ตอบยังเฉยเมยแถมยังสวมรองเท้าโดยไม่สนใจเขา
“ ถ้าผมเจอเขาแล้ว ผมจะกลับมา ”
คนสวยดึงแขนของคนพูดเอาไว้
“ ถ้าแกหมายถึงดงเฮ ฉันไม่ปล่อยให้แกไปเด็ดขาด ”
“ คิบอม พรุ่งนี้นายมีงานตั้งแต่เช้า คืนนี้พักผ่อนไม่ดีกว่าเหรอ เพิ่งกลับมาเอง.. ”
อีทึกหว่านล้อมด้วยวาจาหวาน หวังให้อารมณ์พลุกพล่านของคิบอมเย็นลง ฟังเหตุผลโดยไม่ใช้ความรู้สึกของตัวเอง
“ พี่ ..ผมต้องไป ผมไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาอยู่ตามลำพัง!! ”
มือหนาแกะมือของฮีชอลออกจากแขนของตัวเอง หัวใจที่เริ่มร้อนรนทำให้คิบอมขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัว
..เพี๊ยะ..
“ ฮ..ฮีชอล ”
อีทึกอุทานชื่อคนฝากรอยแดงบนแก้มของคิบอม
“ แกจะใช้สิทธิ์อะไร!! ถามตัวเองให้ดีก่อน ดงเฮไม่ได้เป็นอะไรกับแกแล้ว ..แกเคยถามเขาบ้างหรือเปล่า ว่าเขาต้องการอะไร แกไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยถาม แล้วยังไปสรุปเอาเองว่าเขาเป็นของแก ทั้งที่แกไม่เคยคิดจะมองเขาในฐานะคนรักเลย.. ”
ฮีชอลหอบเหนื่อย โกรธทั้งความงี่เง่าของคิบอมผสมกับความเหนื่อยล้าที่คิดว่าจะได้กลับมาบ้านพักผ่อน แต่กลับเจอเรื่องให้เวียนหัวอีก คนสวยมองคนที่เขารักประหนึ่งน้องชายด้วยสายตาผิดหวังก่อนเดินเลี่ยงเข้าบ้าน
“ คิบอม คืนนี้ยังไงนายก็ต้องอยู่ที่นี่ ..อย่าทำให้พวกพี่ผิดหวังอีกเลย ”
น้ำเสียงล้าสุดกำลังของอีทึก คิบอมได้ยินทุกคำ ..อย่าทำให้ผิดหวังอีก มันหมายถึงอะไร เขาเคยทำให้พวกพี่คาดหวังอะไรไว้อย่างนั้นหรือ ก่อนที่จะเอ่ยถามให้รู้เรื่อง อีทึกก็เดินเข้าไปข้างในเสียแล้ว คิบอมมองตามด้วยความสงสัยแล้วหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง ความหิวที่เคยส่งเสียงให้เขาลงมาหาของกิน ตอนนี้กลับไม่ได้ยินเสียงนั้นอีกแล้ว เพราะมีอีกเสียงที่ดังกลบแทน ..หัวใจที่กำลังถูกบีบอย่างรุนแรงจนได้ยินเสียงดังขรมอยู่ภายใน
แม้ในใจจะร่ำร้องอยากออกไปมากเท่าใด แต่เขาจะไม่ทำให้ใครผิดหวังอีก แม้ตัวเองจะต้องนอนทุรนทุรายอยู่บนเตียงด้วยความปวดร้าว คร่ำครวญของคนนั้นมากเท่าใด เขาก็ไม่อยากได้ยินเสียงผิดหวังในตัวเขาจากคนที่เขาให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่พี่อีทึกกับพี่ฮีชอล
..รวมถึงใครบางคนที่ทำให้เขาเสียน้ำตาในค่ำคืนนี้
..............................................................................
“ แน่ใจว่ากลับหอเองได้?? ”
“ อืม ..ฉันไม่ใช่พวกสมองปลาทองจนจำทางกลับหอไม่ได้สักหน่อย ”
ดงเฮรับกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดกะทัดรัดของตัวเองจากมือของฮยอกแจ พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าสถานีวิทยุที่ฮยอกแจมีคิวจัดรายการต่อ กลับมาจากไปนอนพักสัมผัสกลิ่นอายของทะเลเมื่อคืนก็ต้องบึ่งรถกลับมาให้ทัน
“ เข้าไปได้แล้ว เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว ”
มือเรียวยกปัดไล่หลังให้ร่างโปร่งเดินเข้าไปในตึก ..ไม่รู้จะกังวลอะไรนักหนา ทำอย่างกับเขาจะไปเจอเรื่องเลวร้ายอย่างนั้นล่ะ
“ นายก็เดินไปก่อนสิ ฉันจะได้เข้าตึก ”
“ เอางั้นก็ได้ นายนี่มันเรื่องมากจริงๆ ”
หน้าหวานระบายยิ้มอ่อนใจกับนิสัยเหมือนเด็กของเพื่อน ก่อนหันหลังกลับโบกรถแท็กซี่เพื่อมุ่งตรงสู่บ้าน ฮยอกแจยืนมองดงเฮจนขึ้นรถเรียบร้อย เขาจึงเดินเข้าบริษัท ..แผนการไปเที่ยวกะทันหันเมื่อคืน เขาเป็นคนชวนดงเฮเอง ชวนไปทั้งที่รู้ว่าจะมีคนไม่พอใจอยู่ที่บ้าน แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอย่างใด แม้จะเคยชิมกำปั้นของอีกฝ่ายมาแล้วก็ตาม อีกทั้งร่างบางเองก็ไม่ได้ปฏิเสธแถมยังพูดให้เขาใจชื้นด้วยว่า ‘เขาเองก็อยากไปทะเลอยู่เหมือนกัน’ พอเห็นมีเวลาน้อยนิดที่สามารถเจียด ไปได้ ทั้งคู่จึงโทรไปบอกอีทึกแล้วออกไปก่อนได้จะได้รับอนุญาตด้วยซ้ำ
ดงเฮจ่ายเงินค่าแท็กซี่เสร็จ ก้าวลงจากรถ .. หยิบกุญแจสำรองที่เตรียมไปด้วยขึ้นไขประตูเข้าบ้าน บรรยากาศเงียบเชียบราวกับไม่มีคนอยู่ ทำให้ดงเฮถอนหายใจอย่างโล่งอก ความกังวลที่อยู่กับเขาตลอดทางที่นั่งรถมายังบ้านได้หายไปเรียบร้อยแล้ว
“ ไปเที่ยวมา..สนุกมั้ย ”
เท้าบางหยุดกึก พลางมองตามเสียงที่ดังจากห้องครัว ..ร่างสูงยืนกอดอกพิงประตูมองเขาด้วยใบหน้าฉาบรอยยิ้ม ดงเฮพยายามข่มหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ รอยยิ้มที่ดูก็รู้แล้วว่าฝืนแค่ไหนกว่าจะคลี่ออกมา ..ทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก
“ อืม ฉันเหนื่อย..ขอตัวก่อนนะ ”
เสียงหวานเอ่ยตัดบท
“ เหนื่อยเพราะเที่ยวแน่หรือ ดงเฮ ”
คิบอมเดินเข้ามาใกล้ร่างบางที่กำลังจะก้าวเดิน หากไม่ได้ยินเสียงทุ้มเสียก่อน
“ ถ้าเป็นเพราะสาเหตุอื่น นายก็ไม่ควรจะเหนื่อยนะ ..ปกตินายออกจะอดทนกับเรื่องพวกนั้นได้ดีเกินคาด ”
เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูของคนฟัง ดงเฮตวัดสายตามองใบหน้าเข้มที่ส่งสายตาท้าทายให้เขา
“ อย่ามองอย่างนี้สิ ไม่น่ารักเลย..รู้มั้ย ”
คิบอมใช้นิ้วดันปลายคางของดงเฮขึ้น เพื่อให้เขามองได้ถนัดถนี่ ..สำรวจว่าร่างที่ทำให้เขาต้องทนนอนซบหน้ากับหมอนตลอดทั้งคืนสึกหรอไปบ้างหรือเปล่า
“ เอามือของนายออกไป.. ”
ดงเฮปัดมือของคิบอมออกจากใบหน้าของตน แม้แต่ปลายนิ้ว ..ถ้านายไม่ได้ให้มันด้วยความรัก ฉันก็ไม่ต้องการ
“ แค่ครั้งเดียว มันก็ทำให้นายปฏิเสธฉันเลยหรือ ..ท่าทางคงจะติดตราตรึงใจมากเอาการ ”
“ ... ”
“ เงียบทำไม หรือว่าไม่ใช่ครั้งแรก?? ”
คิบอมเน้นเสียงถาม ยิ่งเห็นคนตรงหน้าเงียบเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งว้าวุ่นใจมากเท่านั้น ..ดวงตาสีอ่อนช้อนมองใบหน้าหล่อด้วยแววตาโกรธ
“ ก็อย่างที่รู้ๆกัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันกับฮยอกแจออกไปค้างคืนข้างนอก เอ๊ะ!.. หรือว่านายยังไม่รู้ ”
ดงเฮหัวเราะในลำคอ ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน.. อยากให้เป็นอย่างนั้นมากใช่มั้ย ได้ เขาจะสงเคราะห์ให้ ..ในเมื่ออยากให้เขาเป็นของฮยอกแจนัก ในสายตานาย..ฉันจะแสดงบทบาทคนรักของฮยอกแจให้เต็มที่เลย
“ น..นายกับมัน ตั้งแต่เมื่อไหร่ ”
เสียงหวานที่กรอกใส่หู ทำเอาปากที่เคยเอ่ยส่อเสียดถึงกับอ้าไม่ออก ..ไม่ใช่ครั้งแรก
“ ก็วันที่ฮยอกแจพาฉันกลับมาที่โซลไงล่ะ ..แต่นายคงนึกไม่ถึงสินะ ก็คนข้างตัวนายตอนนั้นก็คงทำให้นายมีความสุขไม่แพ้ที่ฮยอกแจให้ฉัน ”
อาราคงอยู่กับนายตลอดทั้งคืน ..ฉันคิดถูกแล้วสินะที่ตามฮยอกแจออกมาจากที่นั่น ถ้าอยู่ต่อคงรับกับสภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้แน่ๆ
คิบอมจับมือบางแน่นจนดงเฮต้องคลายกระเป๋าในมือออก
“ ทำอะไร ..ฉันเจ็บนะ ”
ร่างสูงไม่ฟังเสียงคนโอดโอย แรงทุบตีจากมืออีกข้างที่ยังเป็นอิสระยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บที่ได้รับจากคำพูดของดงเฮเลยแม้แต่น้อย
“ ปล่อยเดี๋ยวนี้!! ”
คิบอมลากดงเฮไปที่ห้องนอนของตัวเองก่อนเหวี่ยงร่างบอบบางลงกับที่นอนของตัวเอง
“ น..นายจะทำอะไร ”
“ ไม่เห็นต้องอธิบายเลยนี่ คนเจนโลกอย่างนาย..น่าจะเข้าใจดี ไหนๆก็ได้มีความสุขกับฮยอกแจไปแล้ว ลองตกนรกกับฉันหน่อยเป็นไง ”
มือบางถูกจับยึดไว้ราวกับถูกตะปูตอกแน่น ..ร่างสูงแทรกตัวระหว่างขาทั้งสองข้างของดงเฮเพื่อล็อกไม่ให้เขาหนี หน้าเข้มซบลงดูดเม้มซอกคอขาวก่อนไล่ขึ้นบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายราวกับต้องการทำลายด้วยน้ำมือของเขา
“ ไม่.. คิบอม หยุดซะที อื้อ... ”
แม้ใบหน้าหวานจะหลีกหนีไปทางใด ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากความโหดร้ายที่คิบอมมอบให้ .. เข็มขัดหนังเนื้อดีถูกดึงออกจากกางเกงรวบมัดแขนของร่างบางไว้กับหัวเตียง แรงขัดขืนที่ดูจะอ่อนลงตามเวลา..แต่แววตาของคนด้านล่างทำให้คิบอมฉุนขาด สายตาที่มองเขาอย่างเคียดแค้น..มองอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยเลยก็ตาม
“ ทำไม ..นายจะสู้งั้นเหรอ ลองอ้อนวอนสิ ฉันอาจจะปล่อยนายก็ได้ ”
คิบอมก้มลงจูบปากกับดงเฮอีกรอบ ลิ้นอุ่นสอดควานหาความหอมหวานภายในโพรงปากของอีกฝ่าย แต่ร่างสูงก็ต้องถอนจูบในไม่กี่วินาทีต่อมา พร้อมกับรสเลือดฝาดที่ติดบนริมฝีปากของตัวเอง
“ ในเมื่อนายชอบเจ็บๆ ฉันคงไม่ต้องเกรงใจนายแล้วสินะ ”
มือหนาบีบคางมนให้อ้าปากออกก่อนรุกลิ้นอย่างหนักหน่วง ดงเฮสะบัดใบหน้าหนี แค่นี้ก็ยังไม่สามารถขืนแรงอีกฝ่ายได้ ..น้ำตาที่อยากจะไหลออกมาเพื่อช่วยบรรเทาความหวาดกลัวในใจ ตอนนี้กลับลงโทษเขา แม้สักหยดก็ยังไม่เอ่อล้นออกมา
คิบอมกำลังทำร้ายจิตใจของเขา ..ทำร้ายจนหัวใจของเขายับเยิน ถ้ามอบความอ่อนโยนให้กันบ้าง ..ถ้าพูดจาด้วยเหตุผลไม่ใช่ประชดประชันกันเหมือนในห้องครัว เขาก็จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เขารักคิบอมมาก..มากจนตัวเขาเองก็ไม่เคยรู้ว่าจะเจ็บปวดขนาดนี้หากร่างสูงจากไป เขาชอบเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกัน..เวลาที่ได้พูดคุยกัน แม้ส่วนใหญ่คิบอมจะเป็นคนฟังมากกว่าก็ตาม ชอบ..เวลาที่เขาทั้งสองมอบสัมผัสอบอุ่นให้กันและกัน ดงเฮยอมแลกศักดิ์ศรีกับรสสัมผัสนั้น แต่ไม่ใช่อย่างตอนนี้ ..ไม่ใช่การกระทำอันป่าเถื่อนที่คิบอมบังคับให้เขารับ การกระทำที่เรียกว่า ขืนใจ..
แม้ร่างกายจะบอบช้ำแค่ไหน แต่หัวใจที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวไม่หลงเหลืออีกแล้ว
.......................................................................
“ อึก.. ”
ดงเฮสะดุ้งตื่นเพราะความเจ็บที่แล่นปลาบทั่วร่างกาย มือเรียวจับขมับตัวเองก่อนค่อยๆปรือตามองรอบห้อง จังหวะขยับตัวทำให้ดงเฮรู้สึกเจ็บบริเวณท้องน้อยอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ควรจะเคลื่อนไหวร่างกายมากนัก ดวงตากลมก้มมองมือของคนที่กอดเขาจากด้านหลัง ..แรงกระเพื่อมของหน้าอกที่ขึนลงสม่ำเสมอ ทำให้ดงเฮรู้ว่าอีกคนยังหลับสนิท ร่างบางปลดมือของอีกฝ่ายออกจากตัวก่อนลุกขึ้นเดินอย่างทุลักทุเล แต่ละก้าวฝืนยกอย่างยากลำบาก..อาการของเขาในตอนนี้มันคงเทียบไม่ได้กับความรู้สึกทางจิตใจที่ถูกคนที่เขารักบีบจนแตกละเอียด
ดงเฮใส่เสื้อผ้าชุดเดิมแล้วเดินออกจากห้องของคิบอม ..ออกจากบ้าน ร่างบางกำลังเดินห่างออกไปทุกที อยากทำให้ร่างกายลืมความเจ็บปวด ดงเฮไม่รู้ว่าเขากำลังไปที่ไหน แต่สิ่งที่รู้คือเขาต้องไปให้ไกลที่สุด
...
...
...
ปลายนิ้วเรียวยาวกระดิกเล็กน้อย ร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มสีอ่อนค่อยๆขยับตัว..กลิ่นกายของอีกคนยังติดอยู่บนที่นอนของเขา คิบอมพลิกตัวนอนตะแคงขณะสูดกลิ่นหอมจางๆที่ยังไม่คลายตัว เขายังนอนหลับตาพลางควานหาร่างที่เขาได้เชยชมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หมายจะกอดร่างนั้นไว้แนบอก..กอดให้แน่นจนคนในอ้อมแขนได้ยินเสียงหัวใจของเขา
เมื่อพบแต่ความเย็นชืดของที่นอน คิบอมจึงลืมตามองหาร่างบาง เสียงน้ำไหลลงกระทบพื้นในห้องน้ำก็ไม่มี ..เริ่มสร้างความวิตกให้ร่างสูง คิบอมรีบแต่งตัวแล้ววิ่งออกมานอกห้องเพื่อตามหาดงเฮ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่าไม่ควรนิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นความรู้สึกผิดหลังจากลงมือทำร้ายคนที่ตัวเองรักอย่างไร้ความปรานี ..เพราะความขาดสติของตัวเอง
ร่างสูงวิ่งลงมาข้างล่าง เสียงเปิดประตู..ดังจากทางหน้าบ้าน ก่อนปรากฏร่างของอีกคนที่พอเห็นใบหน้าของเขาก็ปราดเข้ามาปล่อยกำปั้นชกทันที
“ แกทำบ้าอะไร.. ”
ฮยอกแจตะโกนอย่างโมโห เพื่อนที่เข้ามาด้วยต่างก็ดึงแขนไม่ให้คนโกรธลงไม้ลงมืออีก คิบอมหันหน้ากลับมามองพลางเช็ดเลือดที่เปื้อนตรงมุมปาก
“ ฮยอกแจ ..ใจเย็น ” ซองมินร้องเตือน
“ เย็นไม่ไหวแล้ว จะทำร้ายดงเฮไปถึงไหน แค่นี้หมอนั่นก็เจ็บมากพออยู่แล้ว ..แกนี่ มันยิ่งกว่าปีศาจซะอีก ” คิบอมนิ่วหน้า ..ไม่เข้าใจในสิ่งที่ฮยอกแจพูด ดงเฮคงไม่ตื่นมาแล้ววิ่งโร่ไปฟ้องคนตรงหน้าหรอกนะ
“ แกพูดอะไร... ”
“ ดงเฮหนีไปแล้ว ..หมอนั่นไปจากพวกเราแล้ว!! ” คำพูดที่มีอำนาจมากพอที่จะกระชากความรู้สึกทั้งหมดออกจากตัวของร่างสูง เขายืนนิ่งเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง ช็อกกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน พลางก้มหน้ามองมือทั้งสองข้างของตัวเอง ..เป็นไปไม่ได้ที่ดงเฮจะหนีไป ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว เขายังมีร่างนั้นไว้ในอ้อมกอดอยู่เลย
...ไม่มีทาง
__________________________________________________
ท่ามกลางอาทิตย์ทอแสงสีส้มยามเย็น รั้วบ้านสีขาวสะอาดตาถูกอาบจนกลายเป็นสีส้มอ่อน สนามหญ้าสีเขียวเข้มกำลังจางลงเพราะแสงที่เริ่มลาตามดวงอาทิตย์ ตู้จดหมายสีแดงติดอยู่หน้าประตูรั้ว..โดยมีร่างชายหนุ่มนั่งคู้เข่าเอาหน้าฟุบลงอย่างอ่อนล้ามากว่าสองชั่วโมง เจ้าของบ้านที่เพิ่งเลิกงานกำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดีก่อนหยุดมองคนที่นั่งอยู่หน้าบ้านของตน
“ ดงเฮ.. ”
แม้ไม่เห็นใบหน้า แต่เขาก็จำได้ว่าคนตรงหน้าคือน้องชายเพียงคนเดียวของตัวเอง
“ พี่ดงฮวา ”
ร่างบางลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ขาที่พยายามยืนหยัดรู้สึกสั่นจนเกือบประคองตัวเองไม่อยู่ ดงฮวาเห็นดังนั้นจึงรีบคว้าต้นแขนเอาไว้
“ ทำไม..ตัวร้อนอย่างนี้ ”
ดงฮวาพูดอย่างเป็นห่วง ไอร้อนจากผิวกายของน้องชายทำให้เขากลัวว่าดงเฮจะเป็นไข้
“ พี่..พี่ ผมเจ็บเหลือเกิน ”
มือเรียวสวมกอดร่างพี่ชายแน่นเหมือนต้องการความเข้มแข็งจากอีกฝ่ายช่วยบรรเทาความเลวร้ายที่ตนเพิ่งประสบมา ดงฮวานึกสงสัยไม่น้อยว่าเพราะเหตุใด..คนตรงหน้าถึงเอาแต่ร้องไห้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากลูบหลังปลอบแล้วพาเข้าบ้าน ที่สุดท้ายที่ดงเฮมักนึกถึงเสมอเวลามีเรื่องทุกข์ใจ..
น้ำอุ่นไหลผ่านลำคอระหงหลังทานเม็ดยาลดไข้ ดงเฮวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วเลื่อนตัวลงนอนใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตากลมมองใบหน้าของพี่ชายที่ยิ้มอ่อนโยนให้ เวลาที่เขาป่วย..ดงฮวาก็จะเป็นคนดูแลหาหยูกยาให้เขามาตลอด พี่ชายที่ไม่เคยบ่นว่าหรือเบื่อหน่ายที่ต้องดูแลน้องไม่เอาไหน ดงเฮชื่นชมพี่ชายคนนี้เป็นที่สุด
“ นายกำลังจะเป็นไข้ ทางที่ดี..นอนพักสักหน่อยดีกว่า ”
ดงฮวากระชับผ้าห่มบนตัวร่างบางให้มิดชิดขึ้น
“ พี่ ผมขออยู่ที่นี่สองสามวันนะ ”
หน้าหวานส่งสายตาขอร้อง พอไม่ได้กลับมานานเลยรู้สึกเหมือนกลายเป็นแขกไปซะแล้ว
“ ที่นี่บ้านของนาย ไม่ต้องขอพี่หรอก อยากอยู่กี่วันก็ตามใจ แต่ว่า..อย่าให้เสียงานแล้วกัน ”
ดงฮวาเอื้อมมือลูบผมนุ่มของคนนอนด้วยความเอ็นดู
“ ขอบคุณครับ ..พี่ดงฮวา ”
ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปปิดไฟก่อนเปิดประตูออกนอกห้อง ดงเฮมองสิ่งของต่างๆในห้องนอนของตัวเองด้วยแสงสลัวที่ยังรอดผ่านหน้าต่างในเวลาพลบค่ำเช่นนี้ โต๊ะหนังสือ..ชั้นวางลูกบอล..ตู้เสื้อผ้า..กล่องใส่รองเท้าฟุตบอล ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม..อยู่เหมือนรอคอยให้เจ้าของห้องกลับมา
ความทุกข์ใจที่ทำให้พาร่างของดงเฮมาถึงที่บ้าน กลับมีความอุ่นใจเข้ามาแทนที่ ..สลายความหวาดกลัวจากการกระทำของคนที่เขาบอกตัวเองมาตลอดว่ารักเพียงคนนี้คนเดียว แต่ความรักที่เขาทะนุถนอมถูกขว้างทิ้งอย่างไม่ใยดี ความรู้สึกที่บรรจงมอบให้ถูกปฏิเสธราวกับเป็นสิ่งไร้ค่า
ที่ถูกทำร้ายก็เพราะเหตุผลนี้หรือ
..เพราะเขาง่ายเกินไปอย่างนั้นหรือ
ดงเฮพลิกตัวนอนหันหน้าเข้าผนัง ก่อนหลังบางจะไหวตามแรงสะอื้น เจ็บจนต้องให้น้ำตาไหลออกมาบรรเทาความรู้สึก ทั้งที่บอกว่าจะไม่เสียน้ำตาให้คนคนนั้นอีกแล้ว แต่ทำไม..ทำไมถึงหยุดร้องไม่ได้เสียที
...............................................................................
ฮีชอลกอดอกนั่งมองสามสี่คนที่สาละวนเดินผ่านหน้าเขาไปมาด้วยความรีบร้อน จนเขาทนไม่ไหวเลยโพล่งถามออกมา
“ นี่ ..ไม่มีก้นหรือไง นั่งกันบ้างสิ เดินจนฉันปวดหัวแล้วนะ ”
คนที่ถูกว่ารู้สึกถึงอารมณ์คนพูดในน้ำเสียงเลยค่อยๆเดิน ส่วนอีกคนก็นั่งบนพื้นพลางหยิบสมุดจดออกมาดูเบอร์โทรศัพท์
“ แค่ดงเฮหาย ..ทำตื่นไปได้ ”
ฮีชอลพึมพำ เงยหน้ามองเวลา..หกชั่วโมงที่หนุ่มน้อยหน้าหวานหายตัวไปโดยไร้ล่องลอย มีแค่ข้อความที่ถูกส่งเข้ามือถือของฮยอกแจบอกไม่ให้เป็นห่วง แค่อยากไปพักผ่อน.. เขาก็อยากกะตือรือร้นในการออกความเห็นในการตามหาเหมือนกัน แต่ที่น่าแปลกจนทำให้เขาฉุกคิดก็เห็นจะเป็นร่างของคนตาสวยที่ยังนั่งดูรายการโชว์กับคังอินด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน เหมือนว่าเรื่องนี้..เป็นแค่เหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้น หรือไม่อีทึกก็ต้องรู้ว่าดงเฮอยู่ที่ไหน
“ พี่ว่าเราไปแจ้งตำรวจดีมั้ย ”
“ บอกผู้จัดการดีกว่า... ”
“ เอาดิ.. ”
“ เราแบ่งคนออกไปตามหาเหอะ ”
พอเห็นใบหน้าของน้องๆที่พยักหน้าแล้วเตรียมลุกออกจากบ้าน ฮีชอลจึงยกมือห้ามบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ
“ ฉันว่าพวกเราคอยดูท่าทีไปก่อนดีกว่า ดงเฮก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว ..หมอนั่นคงเอาตัวรอดได้ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก แล้วที่บอกให้ไปแจ้งความ ยังหายไม่ครบ 24 ชั่วโมง ..ตำรวจเขาไม่รับแจ้ง แล้วเรื่องบอกผู้จัดการ ปล่อยให้อีทึกเป็นคนตัดสินดีกว่าว่าจะพูดเมื่อไหร่ สุดท้ายเรื่องที่ควรล้มเลิกความคิดไปได้เลยนั่นคือ แบ่งคนไปตามหา ..ยิ่งหายิ่งหายล่ะไม่ว่า ”
เจอคำพูดฮีชอลเท่านั้น เหล่าคนที่กระวีกระวาดลุกเตรียมของเลยนั่งลงที่เดิม แต่ความร้อนใจภายในยังไม่หายกลับยิ่งมากขึ้นด้วยซ้ำ
“ ฮยอกแจ นายเป็นคนได้เมสเสจของดงเฮเป็นคนสุดท้ายใช่มั้ย ”
เสียงชินดงถามขึ้น ฮยอกแจพยักหน้า
“ งั้นนายก็รู้สาเหตุที่ดงเฮหนีไปหรือเปล่า ใครทำให้หมอนั่นหายไป ”
ฟังคำถามของชินดง ฮยอกแจนิ่งอึ้งแวบนึงก่อนก้มหน้ากุมขมับ ไม่มีคำตอบจากคนถูกถาม.. ความเงียบและการมองหน้ากันของสมาชิกดูเป็นสิ่งที่ถูกกระทำมากที่สุดในตอนนี้
..ไอ้เลวคิบอม.. ฮยอกแจอยากบอกให้รู้กันไปเลยว่า ภายใต้หน้ากากเย็นชาของคิบอมซ่อนความเลวไว้มากเพียงใด ทำร้ายดงเฮครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนแรกที่เขายื่นมือเข้าช่วยก็เพราะเห็นแก่เพื่อน แต่ตอนนี้..กลายเป็นว่าเขาอยากให้ดงเฮเลิกคบกับคิบอมอย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งที่สัมผัสมาด้วยตัวเอง
ได้รับรู้ว่าดงเฮดีเกินกว่าที่จะอยู่กับคนที่ไร้ความรู้สึกแถมยังไร้หัวใจอย่างหมอนั่น
ร่างที่ถูกสาปส่งจากคนในห้องนั่งเล่นกำลังกดโทรศัพท์ของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เขาขลุกตัวอยู่ในห้องนอนตั้งแต่รู้ว่าดงเฮไม่อยู่ คิบอมทรุดลงนั่งพื้นพิงแผ่นหลังล้าไว้กับเตียงนอน ทุกครั้งที่กดเบอร์โทรหาดงเฮก็มีแต่เสียงตอบรับอัตโนมัติของเครื่อง ร่างสูงอยากจะขว้างมือถือทิ้ง ดงเฮปิดเครื่องเพราะเขาหรือเปล่า ..หรือว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย เขาไม่สามารถรู้สาเหตุที่แท้จริงได้ เขาไม่รู้ว่าดงเฮรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน แต่การที่ร่างบางทิ้งเขาไว้ข้างหลัง มันสร้างบาดแผลให้เขาเยอะเหลือเกิน
วินาทีที่มีเขาอยู่เคียงข้าง แต่ชั่วพริบตา..กลับมลายสิ้น
คิบอมโขกหัวลงกับเตียงหวังจะลดความคิดวุ่นวายในสมองให้น้อยลง แต่ภาพดงเฮที่กำลังมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อกลับตอกย้ำว่าเขาได้ทำอะไรลงไปบ้าง ทำไปโดยไม่คิดถึงจิตใจของอีกฝ่าย ..ทำไปเพราะความหึงหวง ..เพราะความไม่แน่ใจว่าดงเฮยังรักเขาอยู่หรือเปล่า
“ โธ่เว้ย!!! ”
คิบอมลุกขึ้นชกผนังอย่างแรง จนมีเลือดไหลอาบพร้อมสีแดงที่ฝากอยู่บนผนัง ร่างสูงกลั้นหายใจ เพราะความแปลบตรงอก ก่อนที่น้ำตาจะพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่ได้
ดงเฮ ..นายเคยเจ็บแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า
เจ็บจนอยากจะตายให้พ้นๆ ...ถ้านายรู้ว่าฉันเจ็บ นายจะกลับมาหรือเปล่า
...................................................................
คิบอมเดินลงมาข้างล่างตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่าเพื่อนๆที่เมื่อวานไปทำรายการด้วยกันยังไม่ตื่นสักคน ร่างสูงจำเป็นต้องใช้เวลาว่างที่หาได้เพียงน้อยนิดตามช่องว่างในตารางงานของตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่เขากำลังกระวนกระวายอยู่
“ คิบอม .. ”
ร่างสูงยืนตัวแข็ง คิดว่ายังไม่มีใครตื่นแล้วเชียว ..แล้วเสียงที่ได้ยินก็พอเดาได้ว่าเจ้าของเป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการที่เขาต้องเชื่อฟัง
คนตาสวยเดินมาหยุดยืนข้างรุ่นน้องที่แต่งตัวเตรียมออกนอกบ้าน
“ รู้ใช่มั้ย ว่านายมีงานตอนบ่าย ”
“ ครับ ”
คิบอมก้มหน้าตอบ
“ ตื่นเช้าแบบนี้ คงไม่ได้หวังดีกับเพื่อนถึงขนาดทำอาหารเช้าให้หรอกนะ ”
ทำไมจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะทำอะไร สองวันแล้วที่พอมีเวลาว่าง คิบอมก็จะหายตัวทันที แม้งานจะยุ่งขิง แต่คนตรงหน้าก็หาเวลาออกไปได้เสมอ อีทึกรู้ถึงความพยายามของคิบอมที่ต้องการตามหาดงเฮให้พบ แต่เขาจะแน่ใจอย่างไรว่าคิบอมอยากเจอดงเฮเพราะความรัก
“ ดงเฮ ..หมอนั่นจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ”
อีทึกพูดขึ้นลอยๆ แต่ก็เรียกปฏิกิริยาจากคนฟังได้ดี ดวงตาสีเข้มตวัดมองหน้าของอีทึกด้วยความตกใจ
“ พี่รู้เหรอ พี่รู้ว่าดงเฮอยู่ที่ไหนใช่มั้ย ”
เสียงทุ้มถามอย่างร้อนรน ต้องใช่แน่ๆ.. ไม่งั้นพี่อีทึกคงไม่นิ่งเฉยราวกับเป็นสิ่งปกติ ทั้งที่สมาชิกในวงหายไปทั้งคน
“ แล้วไปหาที่ไหนบ้างแล้วล่ะ ”
“ ที่พักของดงบังชินกิ ..บ้านผู้จัดการ ..ร้านอาหารที่ดงเฮชอบไป ”
เมื่อเห็นสายตากรุ้มกริ่มของคนข้างตัว เขาจึงรู้ว่าตกหลุมพรางของอีทึกแล้ว ไม่เคยบอกใครว่าหายไปทำอะไร ..แต่อีทึกก็ล้วงคอให้เขาพูดจนได้
“ นายอยากเจอดงเฮเพราะอะไร ”
อีทึกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ผม... ”
ร่างสูงอ้ำอึ้ง เพราะไม่เคยบอกความรู้สึกที่แท้จริงให้ใครฟัง ..มันก็ยากที่จะเอ่ยครั้งแรก
“ รู้สึกอย่างไรกับเขาก็บอกไป อย่าเก็บเอาไว้ ..นายก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าผลจากการที่นายปากหนัก มันเป็นอย่างไร ”
“ พี่อีทึก ที่พี่เคยบอก..อย่าทำให้ผิดหวังอีกเลย ผมไม่เข้าใจ ”
คำถามที่ค้างอยู่ในใจได้พูดออกมาเสียที อีทึกสบตาคิบอมพลางเอามือจับไหล่หนาเอาไว้
“ มันก็แค่ความรู้สึกส่วนตัวของพี่ ..บางทีมันฟังแล้วไม่มีสาระ แต่พี่ก็ยังอยากให้เป็นอย่างนั้น ตอนนี้..พี่หวังให้ นายรักดงเฮ นายทำได้หรือเปล่า คิบอม ”
“ ... ”
“ นายไม่ต้องตอบพี่ก็ได้ ถ้าคำตอบของนายคือ ใช่ ..เก็บคำพูดสำคัญคำนั้นไว้พูดให้ดงเฮฟัง แต่ถ้า ไม่..ก็เลิกยุ่งกับเขาเถอะ ”
อีทึกมองใบหน้าเข้มที่กำลังสับสนก่อนระบายยิ้มจางๆ
“ อีกอย่างที่พี่จะบอกนาย คิบอม ”
เสียงหวานเว้นช่วง รอคิบอมเงยหน้ามองเขา
“ ถ้าจะรักใครสักคน ..อย่าบีบบังคับให้เขาเป็นอย่างที่ตัวเองคิด นายต้องรู้จักการเชื่อใจ เพราะสิ่งนี้จะทำให้ความรักของนายไม่มีวันหมดอายุ ”
“ เหนื่อยเพราะเที่ยวแน่หรือ ดงเฮ ”
“ ถ้าเป็นเพราะสาเหตุอื่น นายก็ไม่ควรจะเหนื่อยนะ ..ปกตินายออกจะอดทนกับเรื่องพวกนั้นได้ดีเกินคาด ”
“ แค่ครั้งเดียว มันก็ทำให้นายปฏิเสธฉันเลยหรือ ..ท่าทางคงจะติดตราตรึงใจมากเอาการ ”
เสียงหวานสุดท้ายของอีทึกที่รื้อคำพูดของตัวเองออกมา คำพูดที่เขาเป็นคนยัดเยียดความคิดของตัวเองให้ร่างบาง ..คำพูดที่บ่งบอกว่าเขาไม่เคยเชื่อใจดงเฮเลยสักครั้ง ยืนยันกับตัวเองมาตลอดว่าดงเฮรักแค่เขาคนเดียว แต่สิ่งที่ทำ..กลับทำให้คิบอมเข้าใจตัวเอง
..กลัวว่าจะกลายเป็นแค่อดีตคนรัก
...................................................................
ดงเฮทำอาหารอยู่ในครัว มื้อเช้าอันแสนเร่งรีบในเวลาทำงาน เขาจึงเตรียมขนมปัง ไข่ดาวแล้วก็กาแฟให้พี่ชายที่ต้องออกไปทำงาน มือบางยกจานสองใบมาตั้งที่โต๊ะกินข้าวก่อนชงกาแฟให้ดงฮวา
“ ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย ”
ชายหนุ่มถาม พลางขยับแว่นตาเหมือนต้องการมองอีกคนให้ชัดขึ้น
“ กลับมาวิ่งเล่นได้เหมือนเดิมแล้ว ฮะฮะ ”
ดงเฮยิ้มกว้าง ก่อนคลายผ้ากันเปื้อนที่ตัวเองผูกเมื่อครู่ออก
“ แล้วจะกลับเมื่อไหร่ ”
ดงเฮเจื่อนยิ้มลง สามวันที่เขากลับมาอยู่ที่บ้าน..ความอบอุ่นและสบายใจที่นี่ ทำให้ร่างบางไม่คิดลืมคิดเรื่องพักงานเสียสนิท อันที่จริงเขาบอกอีทึกก่อนที่จะกลับมาบ้านแล้วว่าจะขอพักหนึ่งสัปดาห์และห้ามอีทึกบอกคนอื่นยกเว้นผู้จัดการ แม้แต่ฮยอกแจเพื่อนสนิท..เขายังส่งเมสเสจบอกนิดหน่อย เพราะกลัวว่าฮยอกแจจะตามมาด้วยความเป็นห่วงจนสุดท้ายคนคนนั้นอาจจะมาหาเขาด้วยอีกคน
มาหางั้นหรือ ..ร่างบางแค่นหัวเราะอย่างขมขื่น กำลังหวังอะไรอยู่ คิดว่าคิบอมจะมาใยดีตัวเองอย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมาคิบอมก็ไม่เคยบอกรักสักคำ แล้วเพราะอะไรร่างสูงถึงต้องตามหา.. มีแต่ดงเฮที่ยอมมาตลอด ยอมให้ดูถูกเพราะคิดว่าจะได้รับเศษความเห็นใจจากอีกคนบ้างก็ยังดี เขาเป็นฝ่ายผิดเองที่ไม่รู้จักพอ ริอยากได้สิ่งที่มีค่าอย่างความรักจากคิบอม เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องทรมานอยู่แบบนี้
“ อีกสองสามวัน รอให้ผมพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน ..ถึงเวลานั้น พี่จะต้องภูมิใจที่มีน้องอย่างผมแน่ ”
“ ครับ ลี ดงเฮ ..แล้วพี่จะรอดู ”
ดงฮวาตอบพลางเอามือขยี้ผมของดงเฮแล้วคว้าเสื้อสูทที่แขวนบนเก้าอี้
“ พี่ไปก่อนนะ ดูแลบ้านให้ดีล่ะ ”
หลังจากจัดการเรื่องในครัวเสร็จเรียบร้อย ดงเฮจึงกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง..รื้อกระเป๋าหากุญแจไขกล่องใส่ของเล่นที่เก็บติดตัวไว้ ดวงตากลมมองเห็นโทรศัพท์ที่นอนนิ่งอยู่ใต้สุดจึงค่อยๆหยิบออกมา จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ใช้มันก็ตอนโทรบอกพี่อีทึกจากนั้นเขาจึงปิดเครื่องเพื่อไม่ให้ใครรบกวน
ดงเฮสูดลมหายใจลึกๆแล้วกดเปิดเครื่อง ..อยู่ๆเขาก็รู้สึกหัวใจเต้นแรง มือเรียวกุมหน้าอกตัวเอง กะพริบตาถี่ ภาพหน้าจอแสดงข้อความบอกสายที่ไม่ได้รับเป็นร้อยจากเจ้าของเบอร์ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
>> ฮยอกแจ 123
>> ซองมิน 43
>> เรียววุค 32
>> ชินดง 45
>> เยซอง 12
>> ซีวอน 27
>> ฮีชอล 5
>> คังอิน 7
>> อีทึก 2
>> คิบอม 154
ร่างบางเพ่งมองเจ้าของเบอร์คนสุดท้าย คนที่เขาไม่คิดว่าจะโทรหาเขาแม้แต่ครั้งเดียว คนที่ดงเฮคิดว่าคงดีใจมากกว่าที่เขาไม่อยู่ขวางหูขวางตา ทั้งชื่อ..แล้วก็จำนวนโทรเข้า ทำให้ดงเฮหายใจไม่ออก สมองเริ่มว่างเปล่า ..มันจะตีความหมายได้หรือเปล่า เขาควรยิ้มกับสิ่งที่เห็นใช่มั้ย หรือว่าสุดท้ายแล้ว คิบอมก็แค่โทรมาหา..เพื่อเช็คว่า เขาตายหรือยัง ก็แค่นั้น
ดงเฮเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากห้อง กลับมาอยู่ที่กวางจูยังไม่ได้ออกไปเดินเล่นเลย ..คงต้องออกไปสักครั้งก่อนจะกลับไปลุยงานต่อ คิดได้ดังนั้น ดงเฮจึงหยิบเสื้อแขนยาวอีกตัวสวมทับแล้วเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้าที่ดูสดชื่นขึ้นกว่าตอนเพิ่งกลับมา
...
...
...
“ บ้านคิบอมอยู่อเมริกาเลยเหรอ ”
“ อืม นายอยากไปหรือเปล่า ”
“ อยากสิ แต่มันไกลจัง ..ไปเที่ยวบ้านฉันก่อนดีมั้ย ”
“ บ้านนาย?? ”
“ อืม ว่างๆแล้วเราไปด้วยกันนะ ”
ชายหนุ่มที่สวมหมวกบดบังใบหน้ากำลังเดินตามหาบ้านที่มีเลขที่เดียวกับในเศษกระดาษที่จดด้วยลายมือขยุกขยุย เข่ายาวเดินทอดน่องมาเรื่อยๆจนพบหมายเลขบ้านดังกล่าว ร่างสูงมองเลยรั้วสีขาวเข้าไปถึงตัวบ้าน เงาแมกไม้ทำให้บ้านหลังนี้ดูน่าอยู่ ตรงต้นไม้ใหญ่ที่ถูกปลูกในบ้านมีรอยขีดเขียนเป็นรูปวาด..เหมือนตัวการ์ตูน รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นมุมปากหลังจากใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าจะมาถึงที่นี่ ดูเหมือนภายในจะไม่มีคนอยู่ คงออกไปข้างนอกกันหมด เขาเลยตัดสินใจนั่งรออยู่หน้ารั้วสีขาว ..บริเวณเดียวกับที่ดงเฮเคยนั่งรอพี่ชาย ผิดกันก็ตรงที่คิบอมกำลังนั่งรอ..คนรัก
...
...
...
ร่างบางหิ้วถุงพลาสติกหลายใบกลับบ้าน ของที่ได้มาโดยการซื้อและได้ฟรี ..ทุกคนที่ตลาดยังให้ความเป็นกันเองกับเขาเหมือนเดิม แม้จะไม่ได้กลับมาเยี่ยมที่นี่เป็นปีแล้วก็ตาม ดงเฮกำลังคิดว่าเย็นนี้จะทำอะไรเป็นมื้อเย็นดี ..หรือว่าอ้อนดงฮวาพาออกไปทานข้าวนอกบ้านดี เพราะว่าพี่ดงฮวาก็คงเบื่ออาหารฝีมือที่ไม่ได้เรื่องของเขาแล้ว ทนกินเกินสองวันได้นี่ สมแล้วที่เขาก็ยกตำแหน่งพี่ชายแสนดีให้
อีกไม่กี่สิบก้าวก็จะถึงประตูบ้าน แต่ภาพคนที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่งรออยู่ตรงหน้าบ้าน ทำให้ดงเฮชะลอฝีเท้าลงพร้อมกับเพ่งมองชายหนุ่มสวมหมวกคนนั้น
เสียงเบาๆของเม็ดกรวดที่ครูดกับพื้นถนนเพราะถูกรองเท้าเหยียบ เรียกใบหน้าเข้มหันมอง ร่างของคนที่ทำให้เขาจะกลายเป็นบ้าให้ได้อยู่ตรงหน้านี่แล้ว คิบอมลุกขึ้น..ถอดหมวก มองหน้าหวานที่ตัวเองคิดถึงมาตลอดหลายวัน
ดงเฮมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เป็นไปไม่ได้.. เขาคงตาลายจนเป็นภาพหลอนแน่ๆ ดงเฮโคลงหัวเบาๆไล่ความคิดเข้าข้างตัวเองออก
คิบอมมองร่างที่กำลังเดินผ่านหน้าเขาเข้าสู่รั้วบ้าน เห็นท่าทีเมินเฉยของดงเฮที่มีต่อเขาแล้ว..ยิ่งทำให้คิบอมปวดใจมากขึ้น จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ต้องทำให้ดงเฮใจอ่อนยอมพูดคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ..ให้เข้าใจตรงกันเสียที
..หมับ..
หน้าหวานค่อยๆเลื่อนมองมือที่จับแขนข้างขวาของเขาไว้ ดงเฮออกแรงดึงมากเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็ยึดแน่นมากเท่านั้น จนดวงตากลมต้องส่งสายตาโกรธให้
“ ปล่อย.. ”
ดงเฮพูดกดหางเสียงจนอีกฝ่ายรับรู้ความเคร่งเครียดของคนพูด คิบอมจึงคลายฝ่ามือน้อยๆแต่ก็ยังจับมือบางไว้อยู่
“ ขอเวลาพูดอะไรบางอย่างได้หรือเปล่า ”
“ ฉันให้เวลากับนายมากพอแล้วล่ะ ..และตอนนี้ก็คงไม่จำเป็นอีกแล้ว ”
ดงเฮสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุม แม้จะพูดอย่างตัดเยื่อใย แต่เขาก็ไม่กล้าสบตากับคิบอมที่ยืนยันว่าที่พูดคือความปรารถนาที่ต้องการจริงๆ
“ ดงเฮ ..ฉันขอโทษ ”
ร่างที่เดินพ้นรั้วบ้านหยุดกึก คิบอมมองแผ่นหลังบางเพื่อรอปฏิกิริยาของอีกคน ..จะใจอ่อนหรือเปล่า
“ แต่ฉันไม่ให้อภัย สิ่งที่นายทำ..เลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย ”
ดงเฮพูดโดยไม่หันหน้ามองร่างสูง เท้าเรียวก้าวพ้นเข้าประตูบ้าน คิบอมมองร่างบอบบางที่ถูกแผ่นไม้บดบังเรียบร้อยแล้ว เขายืนเงยหน้ามองท้องฟ้าเพื่อไม่ให้หยาดน้ำที่เอ่อคลอไหลออกมาก่อนนั่งลงที่เดิม ส่วนอีกคนกำลังลื่นไถลลงนั่งพิงประตู..คนข้างนอกจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าเขาใจอ่อนไปมากเพียงใด ทั้งที่อยากจะตัดใจ ..อยากให้เหลือแค่ความเป็นเพื่อนร่วมวง แต่เขาก็ทำไม่ได้เลย
แค่รู้ว่าคิบอมมา เขาก็ดีใจเหลือเกินแล้ว
แต่จะให้แสดงออกไปตามความรู้สึกได้อย่างไร
ในเมื่อคิบอมทำร้ายเสียจนเขากลัวว่าจะหลอกกันอีก
...................................................................
“ พี่กลับมาแล้วเหรอ ”
ดงเฮทักด้วยรอยยิ้มหวาน ดงฮวายิ้มเนือยๆตอบ อาการเหนื่อยล้าจากการทำงานถึงมืดถึงค่ำทำให้เจ้าตัวอยากอาบน้ำอุ่นแล้วเข้านอน
“ เรากินข้าวหรือยัง ”
“ เรียบร้อยแล้ว ถ้ารอพี่..ป่านนี้ผมคงท้องร้องเสียงดังแน่ๆ ”
ดงฮวาผลักหัวคนตอบเบาๆ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางหายเมื่อนึกถึงคนที่เขาเพิ่งพบก่อนเดินเข้าบ้าน
“ คิบอม.. ”
ชื่อชายหนุ่มที่ดงฮวาหลุดออกมา สังเกตท่าทีของร่างที่นั่งข้างกัน..รอยยิ้มที่เคยปรากฏค่อยๆจางลง เขาจึงตัดสินใจพูดต่อ
“ รออยู่ข้างนอก ”
“ เหรอครับ ”
คิดว่าจะกลับไปแล้วเสียอีก ถ้าอยู่ถึงตอนนี้ก็รวมเวลาเกือบสี่ชั่วโมงแล้ว ดงเฮรู้สึกถึงสายตาของพี่ชายที่จับจ้องเลยเสมองไปทางอื่น พี่รู้ว่าเขากับคิบอมเคยคบกัน ..พี่ก็รู้ว่าเขากับคิบอมเลิกกันแล้ว ..แล้วพี่จะรู้หรือเปล่าว่าเขายังรักคิบอมอยู่
“ จะไม่ออกไปหาเขาหน่อยเหรอ ”
ร่างบางสั่นหน้าเล็กๆแต่หนักแน่น ดงฮวาระบายยิ้มอ่อนใจกับความรั้นของดงเฮ ชอบดื้อกับหัวใจของตัวเอง
“ ดูท่าคืนนี้ฝนจะตก อย่าลืมปิดหน้าต่างหลังบ้านด้วยล่ะ ”
ดงฮวาตบบ่าแคบสองสามทีแล้วลุกเดินขึ้นชั้นสองของบ้าน
“ พี่ไม่ทานข้าวเหรอ ”
เสียงหวานตะโกนถามไล่หลังมา
“ เรียบร้อยแล้ว เราน่าจะไปถามคนข้างนอกมากกว่านะ ”
ชายหนุ่มใจดีพูดทิ้งท้ายแล้วเดินพ้นสายตาไป ดงเฮชันเข่าขึ้นกอด ริมฝีปากยางเม้มซีดราวกับใช้ความคิดอย่างหนักก่อนตัดสินใจแง้มผ้าม่านดู ..เงาตะคุ่มที่ยังปรากฏซ้อนทับที่ที่คิบอมเคยนั่งเมื่อตอนบ่าย เขาควรจะออกไปดีหรือเปล่า อีกเสียงในใจเถียงกลับให้ดงเฮเห็นสิ่งคิบอมที่เคยทำไว้ ร่างบางก้าวเท้าไปยังห้องนอนของตัวเองพร้อมคำพูดที่ท่องไว้ ..เขาไม่ได้ขอร้องให้คิบอมมาเสียหน่อย ดังนั้นก็ไม่ใช่ธุระอะไรที่เขาต้องใส่ใจหมอนั่น
...
...
...
ครืน ...ครืน ...ซ่า
ดงเฮตกใจตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องที่ดังข้างนอก เขามัวแต่คิดอะไรเพลินๆจนเคลิ้มหลับ มารู้ตัวอีกที ..ร่างบางก็กระโดดผึงออกจากเตียงพลางคว้าเสื้อกันหนาวตัวใหญ่แล้วรีบเดินออกจากห้อง
คิบอมถูฝ่ามือเพื่อเพิ่มความอุ่นแก่ร่างกาย มือหนาที่ยกขึ้นป้องปากให้ไออุ่นภายในได้ถูกใช้งานครั้งสุดท้ายก่อนปล่อยสู่ภายนอก สายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องและดูจะหนักขึ้นทุกที เขายังอยู่ที่เดิม..นั่งรออีกคนด้วยหัวใจที่กำลังเต้นแผ่วลง แม้จะไม่มีคำสัญญาหรือสัญญาณว่าดงเฮจะออกมาพบเขาหรือไม่ แต่คิบอมก็ตัดสินใจว่าจะนั่งตรงนี้จนกว่าอีกฝ่ายจะยอมคุยกับเขา ร่างสูงกระชับเสื้อตัวนอกแน่น..ความอบอุ่นในร่างกายเริ่มมอดลงพร้อมกับความหวังที่เหลือเพียงแสงรำไรเท่านั้น
“ ดงเฮ.. ”
คิบอมยืนขึ้น เมื่อเห็นร่างบางกางร่มป้องกันเม็ดฝนให้เขา ใบหน้าหวานยังคงเรียบเฉยจนเขายากที่จะจับความรู้สึกของอีกคน
“ ไม่ต้องรอแล้ว ..ฉันมาเพื่อจะบอกแค่นี้ ”
เสียงหวานที่กระชากรอยยิ้มที่เตรียมไว้ไปกองอยู่ที่พื้น ดงเฮยื่นร่มที่กางอยู่ไปไว้ในมือร่างสูง คิบอมมองร่างบางด้วยความรู้สึกเสียใจ.. เสียใจที่ทำให้พวกเขากลายเป็นคนอื่นของกันและกัน
ดงเฮกำลังจะเดินจากเขาไปอีกแล้ว ..แม้ไหล่บางจะสั่นไหวแค่ไหน หรือว่าเพราะอะไร แต่บางอย่างบอกเขาว่าไม่ควรปล่อยไปอีก บางทีนี่อาจเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เขาควรพูดคำคำนั้นเสียที
“ ฉันรักนาย.. ”
ฝ่าเท้าเรียวหยุดอยู่กับที่หลังได้ยินประโยคนั้น แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่..เมื่อดงเฮเริ่มเดินห่างคิบอมไปเรื่อยๆ เขาจึงทิ้งร่มแล้ววิ่งเข้าไปคว้าต้นแขนของอีกฝ่าย รวบตัวกอด
“ ฉันรักนาย ดงเฮ ..สิ่งที่นายอยากได้ ฉันให้นายได้แล้ว ”
แรงขัดขืนยิ่งมาก คิบอมก็ยิ่งออกแรงกอดแน่น ..จะไม่ปล่อยร่างนี้ไปไหนอีกแล้ว น้ำตาของคิบอมไหลออกมาพร้อมกับหยดน้ำจากฟ้า เขาไม่รู้ว่าร้องไห้ไปมากเพียงใด แต่ที่รู้..ดงเฮคงร้องไห้มากกว่าเขาหลายเท่า
“ ฉันไม่สนใจเรื่องนายกับฮยอกแจ ..แต่อย่าหมดรักในตัวฉันเลยนะ ฉันเจ็บมากพอแล้ว ดงเฮ ..ขอแค่นายอยู่ข้างฉัน คอยจับมือฉันไว้ ฉันขอแค่นั้น ”
เสียงทุ้มกลั่นความรู้สึกที่อยู่ในใจ เสียงของเขา..ความจริงใจแฝงอยู่ปลายเสียง แค่อยากได้ร่างตรงหน้ากลับมา..ให้เขาทะนุถนอม
มือเรียวค่อยๆแกะแขนที่โอบหลังตัวเอง ดงเฮจ้องมองใบหน้าเข้มที่ยังมีหยาดน้ำเปื้อนไม่ขาดสาย
“ ทั้งที่นายเกลียดการผูกมัดถึงขนาดทิ้งกัน แล้วจะกลับมาเรียกร้องให้เหมือนเดิมเพราะอะไร ”
“ ดงเฮ คือฉัน... ”
คิบอมพูดอย่างอ่อนแรง มองสีหน้าว่างเปล่าของอีกคนอย่างเจ็บปวด ..จะไม่รู้สึกอะไรแล้วจริงๆนะหรือ
“ เพราะฉันง่ายใช่มั้ย ..นายอยากเล่น อยากทิ้งขว้างเมื่อไหร่ก็ได้ คงเป็นเพราะเหตุผลนั้นสินะ ”
ดงเฮยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ปรากฏพร้อมแววตาตัดพ้อ คิบอมหลับตาพลางสูดหายใจลึก ริมฝีปากหนาสั่นระริกเพราะอากาศหนาวเย็นจากเม็ดฝน แต่หัวใจที่สั่นราวกับโดนค้อนทุบ มันเจ็บร้าวกว่ามาก..
“ ถึงนายจะพูดอย่างไร ..ต่อว่าฉันแค่ไหน แต่อย่าดูถูกตัวเอง อย่าให้คนโง่คนนึงที่เพิ่งเห็นค่านายต้องรู้สึกเจ็บไปมากกว่านี้เลย ”
“ กลับไปเถอะ อย่ามอบความหวังให้กันอีกเลย ”
ดงเฮหมุนตัวกลับ เงยหน้ามองท้องฟ้ามืดมิดที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆฝน คิบอมรักเขาแล้วจริงๆนะหรือ ..ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขาทำถูกแล้วใช่มั้ยที่จะเดินจากไป แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบีบขนาดนี้
..ฟึ่บ..
“ นายไม่ต้องให้อภัยฉัน ดงเฮ ..ขอแค่นายอย่าหันหลังให้ฉันเท่านั้น ถึงจะเกลียดกันมากมาย แต่ฉันจะรักนาย จะชดเชยจนกว่านายจะรักฉัน ยืนเคียงข้างฉันนะ ดงเฮ ”
แผ่นหลังสัมผัสหน้าอกกว้าง คิบอมซุกหน้าบนไหล่บาง ลุ้นคำตอบของดงเฮ ใบหน้าหวานมีน้ำตาไหลซึมออกมา ทั้งที่พยายามกลั้นแต่ก็ห้ามไม่ได้ ดงเฮหันหน้ามาหาคิบอม น้ำตาที่หยดไหลเป็นทางเมื่อเปลือกตาบางกะพริบไล่ละอองน้ำ ..เสียงทุ้มที่ย้ำคำว่ารักหลายต่อหลายที เขาจะเชื่อได้แล้วใช่มั้ย
“ ทำไม ..ทำไมถึงมาพูดตอนนี้ ”
ต้องรอให้ต่างฝ่ายต่างเจ็บ นายถึงจะยอมพูดคำนั้นออกมา.. นายมันงี่เง่าที่สุดเลย กำปั้นเล็กทุบอกแกร่งระบายความอัดอั้น แต่คิบอมก็ยังไม่ปล่อยเขาออกนอกอ้อมกอดจนดงเฮเป็นฝ่ายยอมหยุดเอง
“ ฉันผิดเอง ขอร้อง..อย่าไปจากฉันเลยนะ ดงเฮ ”
เสียงทุ้มกระซิบข้างหูดงเฮ ก่อนสบดวงตาสีอ่อนที่มีน้ำเปรอะทั่วใบหน้า ดงเฮเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้น เขาไม่รู้ว่าดงเฮให้อภัยกับความโง่เขลาของตัวเองหรือยัง..แต่สิ่งต่อมาที่ร่างบางมอบให้เขาเริ่มทำให้ความหวังที่พร้อมจะดับทุกเมื่อถูกจุดใหม่ขึ้นอีกครั้ง
ครืน.. ครืน..
เสียงฟ้าร้องท่ามกลางฝนที่ตกลงมาโดยไม่รู้จะหยุดเมื่อใด เหมือนจูบของคิบอมและดงเฮที่ดูเหมือนไม่มีทางสิ้นสุดลงง่ายๆ
หยดน้ำเย็นเฉียบที่ปะทะผิวกายของคนทั้งคู่ แต่หัวใจสองดวงอบอุ่นอย่างประหลาด
ยามที่ฟ้าทอแสงหลังพายุฝนเหมือจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่งบนโลกนี้
ดังความรักของคนทั้งคู่.. นับแต่นี้พวกเขาจะมีความรักใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
“ ฝนตกอีกแล้ว ฉันไม่ชอบ.. ”
“ นายเคยบอกว่าชอบหน้าฝนที่สุดไม่ใช่เหรอ ดงเฮ ”
“ ก็ใช่ แต่นายรู้หรือเปล่าว่าคนที่ชอบเวลาที่ฝนตกน่ะเป็นพวกขี้เหงา ”
“ งั้นนายก็เป็นด้วยน่ะสิ ”
“ ฉันไม่เป็นแล้ว ..เพราะเวลาฉันเหงา ฉันก็จะมีนายเป็นเพื่อนไง ”
.......................................................................
“ ฮยอกแจ มาเล่นเกมส์กัน ”
ซองมินกวักมือเรียกไก่น้อยที่เอาแต่นั่งใจลอย
“ ไม่อยากเล่น ”
“ นายใช่ฮยอกแจที่ซกมก ชอบดูหนังโป๊แล้วก็บ้าบอลป่ะเนี่ย ”
กระต่ายน้อยเริ่มสงสัย ตั้งแต่วันที่พี่อีทึกบอกคิบอมไปว่าดงเฮอยู่ที่ไหน แล้วฮยอกแจก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ยื่นมือเข้าขัดขวาง เขาเลยชอบนั่งตัวเหี่ยวตามลำพังเสมอ
“ เหอะ ..ใครซกมก ใครชอบดูหนังโป๊ แล้วใครบ้าบอล ”
“ ที่พูดมาก็นายทั้งนั้นล่ะ ”
ชินดงเสริมพลางกึ่งลากกึ่งดึงไก่ขี้น้อยใจมานั่งประจำที่
“ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า นี่มันผ่านไปสองวันแล้วนะ คิบอมมันไม่กลับมาก็แปลว่าสำมะเร็จ ”
ซองมินยักคิ้วให้ฮยอกแจแล้วยิ้มกว้าง
“ ดีใจหน่อยสิวะ ”
มือของชินดงตบผัวะเข้าที่กลางหลังของฮยอกแจจนร่างโปร่งกระเด็นไปข้างหน้า
“ เออ ถ้าดงเฮมีความสุข ฉันก็พอใจแล้ว อย่าให้คิบอมมันทำเรื่องแย่อีกแล้ว ฉันไม่เอามันไว้แน่ ”
ฮยอกแจพูด กระแทกหมัดลงกับมืออีกข้าง พอเห็นซองมินยื่นจอยสติ๊กมาให้ก็รีบคว้าไปทันทีก่อนลงมืออย่างเมามันส์
...The END...
_____________________________________
จบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ สักที ...
จะเปิดเทอมแล้ว รู้สึกถึงรังสีดำมืดเคลื่อนปกคลุมตัวเลย
ตั้งใจเรียนกันน้า ^^"
ปล.เอาเพลงตัวเต็มมาให้ฟังแล้วนะ คราวที่แล้วมีแค่ 30 วิเอง ...
edit @ 16 May 2008 13:17:39 by [i]ZU~Kise
บอมพระเอกมากๆ คาวีแน่ๆเลย 555+
ด๊องค่ะ น่าสงสารด๊องจังเลย โดนแต่ละคำพูด
เจ็บจนจุกเลยเหอะ
ขอบพระคุณพี่ทึกกี้ซะนะ หัวหน้าแสนดี
ไม่มีพี่ๆน้องบอมคงตาคงไม่สว่างหรอก
เจ๊น่ารักจัง แอบสงสารมิน เกือบแย่เพราะบอมมี่
จบแล้ว อยากอ่านอีกจัง สนุกดีๆ ชอบบอมแบบนี้อ่ะ
เปิดเทอมแล้ว ตั้งใจเรียนนะค่ะไรต์เตอร์ อิอิ
#1 By bumdong (125.24.20.19) on 2008-05-15 15:00