[KangTeuk] : Forgotten Mind ...2

posted on 16 May 2008 14:26 by icebox

...2...

" พี่อีทึก " คนตาสวยหันตามเสียงเรียก ร่างบางกำลังนั่งดูนิตยสารที่ฮยอกแจเพิ่งซื้อมาจากร้านหนังสือ..เรียววุคเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นก่อนเอ่ยถามเบาๆ





" ผมมีเรื่องขอรบกวน " น้ำเสียงเกรงใจจนคนฟังหลุดยิ้มเอ็นดูคนถาม..อยู่ด้วยกันมาจนเหมือนครอบครัวเดียวกัน แต่ทุกครั้งก็ยังหลงเหลือความอ่อนน้อมเสมอ





" เรียววุค..พี่ว่างสำหรับนายเสมอ ทีหลังเลิกพูดเรื่องรบกงรบกวนได้แล้ว " อีทึกได้ทีหยอกเรียววุคที่ทำท่าจะก้มลงขอโทษ..





" พอได้แล้วน่า ..ทำเป็นคนอื่นไปได้ มีอะไรก็รีบว่ามา " มือเรียวตบลงบนบ่าบางก่อนเลื่อนเก้าอี้มาให้คนตรงหน้านั่ง อีทึกสังเกตมือของเรียววุคที่กำบนหน้าตักแน่น..รอยยิ้มที่ปรากฏเริ่มจางลง สีหน้าของหนุ่มน้อยตอนนี้ดูเคร่งเรียดไม่น้อยดูท่ากำลังคิดหนักว่าควรพูดเรื่องที่จะบอกเขาดีหรือไม่





" เรียววุค นายมีอะไรก็พูดมา..อย่าอ้ำอึ้ง ไม่งั้นพี่จะไปทำอย่างอื่นแล้วนะ "





" เดี๋ยว.. " เสียงแหลมร้องเรียกคนที่กำลังลุกขึ้นจากที่นั่ง คนตาสวยเหลียวมองก่อนนั่งลงอีกครั้ง





" คือ..ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือเปล่า ผมกลัวว่าตัวเองอาจมองพลาดไปก็ได้..แต่เมื่อสองวันก่อน " ร่างเล็กผ่อนลมหายใจเบาๆ ท่าทางหนักใจยิ่งทำให้คนฟังเครียดตามไปด้วย





" ผมเห็น..คังอิน " ใบหน้าหวานของอีทึกกำลังนั่งลุ้นคำพูดที่จะหลุดจากริมฝีปากบางตรงหน้าต่อจากนี้





" หมอนั่นทำไม.. "





" หลังจากที่ผมไปออกรายการวิทยุของเยซองเสร็จ..พอดีมีเวลาเหลือเกือบสองชั่วโมงกว่าจะเข้าบริษัท ผมจึงไปหาเพื่อนแถวผับที่เราไปฉลองกันบ่อยๆแล้วผมก็เห็น..คังอินกำลังโทรศัพท์อยู่หน้าร้านที่เยื้องจากที่ประจำของพวกเรา สักพัก..ผมก็เห็นผู้หญิงสวมหมวกเดินมาหาเขาแล้วทั้งคู่ก็เดินจากไป " อีทึกรู้สึกหายใจติดขัด ..ถึงจะรู้ว่าเขาไม่มีทางหยุดความกะล่อนของร่างสูงไว้ได้ แต่การที่พฤติกรรมของคังอินปรากฏต่อสายตาของคนรู้จักแล้วเอามาเล่าให้เขาฟัง..ดูจะสร้างความผิดหวังให้เขาไม่น้อย





" พี่... " ดวงตาเรียวมองร่างของอีทึกที่นิ่งเงียบไป ถ้ารู้ว่าพูดออกไปแล้วจะทำให้คนตรงหน้าหนักใจก็คงเลือกที่จะเก็บไว้ดีกว่า มือเล็กจับท่อนแขนของอีกฝ่ายพลางเขย่าเบาๆ





" เอาน่า ..เรื่องแค่นี้เอง ถึงนายไม่บอกพี่ก็ต้องรู้อยู่ดี ในเมื่อเลือกที่จะรักแล้วนี่นา..ก็ต้องรับตัวตนของเขาให้ได้สิจริงมั้ย " อีทึกฉีกยิ้มกว้างให้เรียววุค ..ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ให้ได้





" ว่าแต่นายเห็นไม่ผิดคนแน่นะ ..ถ้าพี่รู้ทีหลังว่าที่นายพูดมาไม่ใช่เรื่องจริงล่ะก็ นายจะหาว่าพี่ใจร้ายไม่ได้นา.. " คนตาสวยพูดทีเล่นทีจริงจนคนฟังถึงกับพยักหน้าอย่างหนักแน่นยืนยันคำพูดของตัวเอง





" แล้วพี่จะทำยังไงต่อ... " เรียววุคถามขึ้น อยากรู้ว่าพี่ใหญ่ของเขาจะจัดการกับคนรักอย่างไร





" อืม ..ยังคิดไม่ออก ว่าแต่นายเถอะ..สบายใจได้เลยนะ "





" สบายใจ?? "





" เยซองไม่ใช่คนหนีเที่ยวแน่ๆ ดังนั้นก็รีบบอกเขาเร็วๆแล้วกัน " อีทึกทิ้งคำพูดต่อท้ายก่อนวางหนังสือในมือแล้วเดินออกจากบริเวณนั้น ทิ้งให้เรียววุคครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะเข้าใจความหมายนัยของหัวหน้าวงฝีเท้าที่ก้าวอยู่ผ่อนช้าลง ..มือสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง.. เสียงของเรียววุคยังคงลอยวนเวียนอยู่ในหัว



ร่างสูงกับผู้หญิง ..ใครกัน แค่สองคนเหรอ.. ไม่เห็นคังอินจะบอกเขาเลย วันนั้น..เขาก็มีจัดรายการเหมือนกัน โทรบอกให้ร่างสูงมารับหลังจัดรายการเสร็จ แต่หมอนั่นก็แค่บอกว่าไม่สะดวก..น้ำเสียงจริงจังทำให้อีทึกเชื่อจนตัวเองต้องกลับบ้านคนเดียว เพราะฮยอกแจนัดเจอกับซี้เก่าอย่างจุนซู





ดวงตาคู่สวยเงยหน้ามองน้องๆที่รวมตัวกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ..เสียงโวยวายของซองมินก็ยังดังไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าจะมีคนปราบอย่างฮันกยองคอยควบคุม แต่พอหนุ่มจีนไม่อยู่..กระต่ายน้อยก็แผลงฤทธิ์เหมือนเช่นเคย



ส่วนอีกคู่ก็นั่งเบียดกันอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่..ทั้งที่โซฟากลางห้องก็มีพื้นที่ว่าง แต่กลับเลือกที่ตรงนั้นสำหรับพวกเขาแค่สองคน..อยู่ภายใต้ผ้าผืนใหญ่ที่คลุมร่างของพวกเขาไว้



ร่างบางเดินผ่านห้องครัว..ซีวอนกับฮีชอลกำลังเกี่ยงกันทำของว่างสำหรับพวกเขา สองคนนี้บทจะรักกันก็หวานจนน่าอิจฉา..บทจะทะเลาะกันก็ทำเอาบรรยากาศมาคุมาคุจนไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง อีทึกหยุดยืนมองอย่างอมยิ้ม..ก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กๆเมื่อผลสุดท้ายเป็นอย่างที่คาดไว้ ซิมบ้าน้อยในกำมือขององค์หญิงซินต้องเป็นคนลงมือทำ ขณะที่คนสวยนั่งมองอย่างอารมณ์ดี





อีทึกหยุดยืนหน้าประตูห้องนอนของตัวเอง ..คังอินอยู่ในห้องแน่ เขาพร้อมที่จะเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของคนรักแล้วหรือยัง จะว่าไป..ทุกอย่างที่ได้ยินมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเขานัก หมอนั่นเคยเผยสเปคสาวในฝันให้เขาฟังบ่อยๆก่อนที่เราจะคบกัน สวย..หุ่นดี..ที่สำคัญต้องรวยอีก ตอนนั้นก็ขำกับเสียงทุ้มนั่น แต่





ตอนนี้สิ..แม้แต่จะกระตุกยิ้มยังทำไม่ได้เลย



ไม่เป็นตัวของตัวเองซะเลย





คังอินกำลังงีบหลับในช่วงสาย ..อีทึกนั่งลงตรงปลายเตียง แรงยวบตามน้ำหนักที่กดลง..เหมือนลำคอที่ตีบตันเมื่อเห็นร่างของคนรัก เป็นอย่างที่ได้ยินแน่หรือ.. คำถามที่ติดค้างได้แต่ตอกย้ำซ้ำไปซ้ำมา ไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ก็ไม่เคยเชื่อใจว่าคนตรงหน้ามีเขาเพียงคนเดียว ดวงตาคู่สวยสะดุดกับโทรศัพท์มือถือของร่างสูง..แน่นิ่งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง





เรียววุคบอกว่า คังอินโทรหาคนคนนั้น..นั่นก็หมายถึงต้องมีเบอร์อยู่ในเครื่อง เบอร์ของผู้หญิงคนนั้น ร่างบางเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์เป้าหมาย อยากรู้..ว่าเธอคือใคร ของที่อยู่ในมือบาง..สิ่งของที่จะเปิดเผยความจริงทุกอย่าง อีทึกเหลียวมองคังอินที่กำลังนอนหลับอีกครั้ง จำได้ว่า..ตั้งแต่คบกัน เขาสองคนไม่เคยยุ่งของของอีกฝ่ายเว้นแต่เจ้าของจะอนุญาต นี่จะเป็นครั้งแรก..คังอินต้องไม่ชอบใจแน่ถ้ารู้ว่าเขาทำแบบนี้ อีทึกกดค้นหาเบอร์ในมือถือ..สองวันก่อน เวลาที่เยซองจัดรายการเสร็จ..น่าจะประมาณ



ร่างบางไล่เวลาพร้อมกับเบอร์ที่โทรเข้าเครื่องหายไป..ลิสต์ของวันนั้นถูกลบทิ้งทั้งหมด ไม่มีทางที่..คังอินจะไม่ใช้โทรศัพท์ในวันนั้น หมอนั่นจงใจที่จะลบมันออก มีเหตุผลอะไร..แล้วใครกันที่ทำให้นายต้องทำถึงขนาดนี้ อีทึกเริ่มหงุดหงิด..หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธ มองใบหน้าเข้มที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว.. เขากำลังชั่งใจอยู่ว่าควรเอ่ยปากถามเพื่อให้หายข้องใจหรือว่าควรเก็บเงียบแล้วสืบเอง ดูท่าอารมณ์ของเขาตอนนี้อยากให้เป็นอย่างแรกเสียมากกว่า





" คังอิน " เสียงหวานดังขึ้น พลางดึงผ้าห่มออก





" อืม..อีทึก " ชายหนุ่มยิ้มตอบ ก่อนปิดเปลือกตาลง..พร้อมกับเอื้อมแขนโอบร่างบางลงนอนกับตัวเอง อีทึกพยายามขืนเอาไว้จนคนที่นอนอยู่ยอมแพ้ปรือตาขึ้นมองคนรัก




อีทึกหยิบโทรศัพท์ของคังอินส่งให้เข้าตัว " เมื่อสองวันก่อน..นายลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านเหรอ " ร่างสูงยันตัวขึ้นนั่งมองของในมือของอีทึก





" ปล่าวนี่..ฉันเอาติดตัวตลอด ฮ่าว.. " คังอืนยกมือปิดปากขณะหาว กะพริบตาถี่มองคนรักที่ท่าทางไม่สบอารมณ์นัก





" งั้นก็ต้องมีคนโทรเข้ามาบ้างรวมทั้งฉัน " จบเสียงหวาน ใบหน้าเข้มก็พยักหน้าหงึกๆ..ที่อีทึกปลุกเขาขึ้นมา เพื่อจะถามเรื่องแค่นี้หรือ ดูจะไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย..ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาต้องเอาคือคนตรงหน้าให้เข็ด





" แล้วทำไมในนี้ถึงไม่มีซักเบอร์ที่โทรหานายวันนั้น ..ไม่มีแม้แต่เบอร์ของฉัน " คำพูดที่ทำให้คนสะลึมสะลือตาสว่างขึ้นทันที หลักฐานที่ถูกโยนลงตรงหน้า คังอินหยิบขึ้นมาพลางมองหน้าคนรักอย่างงุนงง





" อีทึก ..นายเปิดดูในมือถือ " เสียงทุ้มขึ้นสูงเป็นคำถาม ร่างบางพยักหน้าช้าๆ มือหนากำโทรศัพท์ของตนแน่น ริมฝีปากบางถูกเม้มจนห้อเลือดเป็นสีแดง..ไม่มีคำพูดใดๆถูกเอ่ยจากคนทั้งสองราวกับว่าพวกเขากำลังใช้เวลาอยู่กับความคิดของตัวเองและรอให้อีกฝ่ายเริ่มพูดก่อน





" ช..ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจที " เสียงหวานพูดอย่างยากเย็น ดวงตายังคงจ้องมองใบหน้าของคนรักที่ไร้รอยยิ้มอย่างที่เคยเป็น





อย่าทำหน้าแบบนั้น..เหมือนกับนายยอมรับเรื่องที่ฉันพูด





" มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย นายก็แค่ปฏิเสธออกมาทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว..ทำไมถึงนั่งเงียบอยู่ล่ะ " ร่างบางเขย่าต้นแขนของอีกฝ่าย ดวงตาสีเข้มหลุบต่ำ..ไม่กล้าเผชิญหน้า จะให้ตอบอย่างไรที่จะถนอมความรู้สึกของคนตรงหน้าได้มากที่สุด ในเมื่อความจริงถูกล่วงรู้ถึงคนรัก..




" ความจริงก็คือความจริง ฉันคงปิดบังอะไรนายไม่ได้.. ใช่ ฉันไปเที่ยวมาเมื่อสองวันก่อนอย่างที่นายพูด " คังอินจำใจต้องบอกความจริง ทั้งที่ตัวเองกะว่าจะเก็บไว้..ไม่บอกให้คนตรงหน้ารู้ แต่เมื่อเรื่องกลับกลายเป็นอย่างนี้ เขาคงไม่มีความจำเป็นที่ต้องโกหกเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด และเขาก็มั่นใจว่า อีทึกไม่มีทางเลิกรักเขาด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้





" กับใคร.. " คำถามห้วนจากร่างบางที่กำผ้าปูแน่น ..ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึก แต่ทำอะไรไม่ได้ต่างหาก รู้อยู่เต็มอกว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคังอินให้เป็นอย่างที่ตนต้องการได้ แต่ก็ยังหวังลึกๆว่าความรักที่เขามอบให้จะยื้อร่างสูงอยู่กับเขานานที่สุด





หรือว่าที่ฉันให้..มันไม่พอ





" คนที่ออกรายการด้วยกันเมื่ออาทิตย์ก่อน.. ตอนนี้ฉันก็เลิกติดต่อแล้ว ดูสิในมือถือนายก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่มีเบอร์คนแปลกหน้าน่ะ " มือรวบเอวร่างบางที่นั่งอยู่ใกล้ๆก่อนเกยคางไว้บนไหล่ ข้อหาหนักเอาการ..อยากรู้จริงๆว่าใครกันที่เอาข่าวมาบอกอีทึก คนตาสวยพยายามสะกดอารมณ์ขุ่นมัว..ถอนหายใจเบาๆ มองมือของร่างสูง





มือที่จับผู้หญิงคนนั้น..มือที่สัมผัสคนอื่น



ทั้งที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ ทำได้ยังไงกัน





"  ฉันไม่เคยว่าถ้านายจะไปอยู่กับใคร ที่ไหน ..แต่ขอแค่อย่าให้รู้มาถึงฉันแค่นั้น ถ้าคิดว่านายทำแบบนี้แล้วฉันจะให้อภัยเหมือนครั้งก่อนๆ คิดผิดถนัดแล้วล่ะ คังอิน.. " เสียงหวานเอ่ยเรียบก่อนหยิบเสื้อกันหนาวของตัวเองแล้วเดินออกมาข้างนอก ทิ้งร่างหนานั่งมองตามจนพ้นสายตา..ท่าจะยากแฮะ กว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม อีกอย่าง..เขาก็เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้นแล้วด้วย ทำไมถึงไม่เข้าใจกันบ้าง จะว่าไป..อีทึกก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเขาเป็นคนยังไง จะให้เปลี่ยนตัวเอง..ยากยิ่งกว่าให้ลดความอ้วนซะอีก





ฉันคิดว่านายจะเข้าใจฉันซะอีก..




..............................................................





" รีบแต่งตัวกันหน่อยสิ พวกนายนี่อืดอาดกันจริงๆ " เสียงใสแหวขึ้นแต่เช้า เร่งเร้าให้เหล่าเพื่อนๆที่กำลังแต่งตัวด้วยเปลือกตาปรือรีบแต่งตัวให้เสร็จ เยซองมองหน้าซองมินอย่างไม่สบอารมณ์..ก็คนที่วิ่งวุ่นอยู่ตอนนี้เป็นคนปลุกพวกเขาตั้งแต่ยังไม่เห็นเส้นขอบฟ้ายามเช้าด้วยซ้ำ กับแค่เหตุผลที่ว่า..ฮันกยองจะกลับมาถึงเกาหลีเช้านี้





" รีบทำไม ..ฮันกยองไม่หนีไปไหนหรอกน่า ยังไงก็ต้องรอให้เราไปรับอยู่แล้ว " ฮยอกแย้งขึ้น เห็นท่าทางดี๊ด๊าของกระต่ายน้อยแล้วเกิดอาการหมั่นไส้ พอเขาไม่อยู่ล่ะ..ก็เอาแต่บ่นถึงคิดถึง แต่เห็นหน้าเข้าจริงๆกลับพูดอิดออดทำเป็นไม่สนใจ




ชินดง คิบอม เยซอง..ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ไม่สนใจเสียงร้องเรียกของซองมิน " พวกนาย.. โว้ย!! ทำไมถึงทำอย่างนี้ ดงเฮ..นายบอกให้แฟนนายลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ นายก็ด้วยเรียววุค นายอยู่ใกล้เยซองดึงหมอนั่นขึ้นมาเลย ส่วนชินดง ถ้ายังไม่ลุกอีก..คืนนี้ฉันไม่ออกมากินขนมเป็นเพื่อนด้วย " เสียงใสยื่นคำขาด



คำสั่งที่ดูราวกับลมผ่านหู ดงเฮมองหน้าคนรักสลับกับเพื่อนสนิทอย่างลำบากใจ..ก่อนถูกคิบอมดึงตัวเข้ากอด ส่วนร่างเล็กอีกคนก็ได้แต่มองคนตัวใหญ่ที่หลับเรียบร้อยแล้วโดยไม่สามารถทำอะไรได้ แค่ยืนใกล้..ก็เล่นเอาแก้มของเขากลายเป็นลูกมะเขือเทศน้อยๆแล้ว คนสุดท้าย..ชินดง ดูท่าของกินจะไม่มีอิทธิพลต่อร่างอ้วนซะแล้ว หรือเป็นที่คนพูดกันแน่ คนหลับประเมินแล้วว่า วันนี้ฮันกยองกลับมา..ดังนั้นซองมินไม่มีทางเดินออกไปกินขนมเป็นเพื่อนเขาแน่นอน





" โอเค..โอเค เพื่อนเค้าทำกันแบบนี้ใช่มั้ย ได้..ฉันจะไปคนเดียว ชิส์..นอนกันไปให้พอเลย ไม่ต้องตื่นมาเลยก็ยิ่งดี " ซองมินสบถส่งท้ายก่อนออกจากห้องด้วยอารมณ์หงุดหงิด หลังจากเสียงปิดประตูเงียบลง..เสียงหัวเราะร่วนก็ดังขึ้น





" ซองมิน หมอนั่นยังทำตัวให้น่าแกล้งเหมือนเดิม "





" นั่นสิ คิดว่าฮันกยองจะเอาอยู่หมัดแล้วเชียว ยังป่วนคนอื่นใช่เล่นเลยนะ "





" หมอนั่นน่าจะขอบใจเราที่ไม่ไปเป็นก้างขวางคอต่างหาก "





" อืม ..รับรองเลยว่าสองคนนั่นต้องกลับมาเย็นแน่ๆ "





บทสนทนาเงียบลงอีกครั้งตามด้วยรอยยิ้ม.. ซองมินก็แค่ชวนพวกเขาเป็นพิธีเท่านั้น ที่จริงน่ะอยากไปรับฮันกยองคนเดียวต่างหาก เรื่องแค่นี้ทำไมพวกเขาถึงจะไม่รู้

 

............................................................................

 

" ถึงไหนแล้ว " คนที่กำลังกดรีโมทเปลี่ยนช่องเรื่อยเปื่อยหันมองฮีชอลที่นั่งอยู่ข้างเขา





" อะไร..ถึงไหน " เสียงทุ้มย้อน สีหน้าบวกอารมณ์ที่ไม่ดีเอามากๆ..มือหนากระแทกสิ่งของในมือลงกับโต๊ะเล็กกลางห้อง





" อาทิตย์กว่าแล้วนะ นายจะปล่อยให้มันยืดเยื้อกว่านี้รึไง " คนสวยขึ้นเสียงบ้าง อย่ามาทำตัวซื่อบื้อนักเลย..เจ้าหมีป่า เรื่องที่พวกนายทะเลาะกันคิดว่าจะไม่มีใครรู้ใครเห็นรึไง..อย่างน้อยฉันก็รู้ในฐานะเพื่อนสนิทของอีทึก





" แล้วไง ฉันไม่ผิดซะหน่อย..นายเองก็เอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนเหอะ " ดวงตากลมโตของคนที่โดนตอกกลับถมึงขึ้นด้วยอารมณ์โกรธ ..คนเขาอุตส่าห์หวังดีกลับตอบแทนกันอย่างนี้เรอะ ซีวอนที่นั่งอยู่เก้าอี้นวมอีกตัวถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคังอิน แต่ก็พยายามสงวนท่าทีไว้





" ทำไม..เรื่องของฉันมันเป็นยังไง " ฮีชอลจ้องร่างหนาที่ล้มตัวลงเอาหมอนอิงปิดหน้าเหมือนไม่ต้องการสนทนากับเขา มือบางดึงตัวคังอินขึ้น..แต่ดูจะไม่เป็นผล





" คังอิน ฉันเตือนนายแล้วนะ.. อีทึกไม่ใช่คนที่โกรธใครได้นาน แค่นายไปง้อเขา ฉันไม่เชื่อว่าหมอนั่นจะไม่ยอมยกโทษให้ แต่ถ้านายยังทำตัวไม่รู้ร้อนอยู่อย่างนี้ ระวังเถอะ..อย่าหาว่าฉันไม่เตือนแล้วกัน " เสียงฮีชอลเงียบไป คังอินจึงเบือนหน้าออกจากหมอน.. แผ่นหลังของฮีชอลกับซีวอนที่วิ่งตามไปติดๆ ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเอามือขยี้ผมระบายอารมณ์





คำว่า ง้อ ที่ฮีชอลพูดน่ะ ทำไมเขาจะไม่ทำ.. ถึงจะปากแข็งไม่ยอมรับว่าตัวเองทำผิดต่ออีทึก แต่การทำตัวแปลกของร่างบางก็ทำให้เขายอมที่จะง้อเพื่อให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมโดยเร็ว ทุกครั้งที่พยายามชวนพูดชวนคุย..ร่างบางก็ตอบนับคำได้ เวลานอน..อีทึกก็หันหลังให้เขาตลอดเวลา ที่สำคัญ..ตอนตื่นนอน ปกติถ้าคนตาสวยเป็นคนตื่นก่อนก็จะปลุกเขา แต่หลายวันมานี้..เขาต้องลืมตาพบกับความว่างเปล่าข้างตัวโดยปราศจากเสียงหวานยามเช้า





ไอ้คำพูดที่ว่า อีทึกโกรธใครไม่ได้นาน..สงสัยจะไม่มีเขารวมอยู่ด้วย



.........................................................




คนตาสวยนั่งดูเอกสารตารางงานที่วางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะในห้องนอน กรอบแว่นสีแดงเข้มช่วยแต่งแต้มใบหน้าหวานให้ดูมีสีสันขึ้น ปอยผมด้านหลังถูกมักรวมกันเป็นกระจุกเล็ก..เสริมความว่าน่ารัก พร้อมกับลักยิ้มบนแก้มข้างซ้าย





มือบางขยับแว่นตาออกวางบนโต๊ะ หลังจากดูรายละเอียดมานานกว่าสองชั่วโมง.. ช่วงนี้คิวงานของพวกเขาแน่นจนแทบไม่มีเวลาปลีกตัวไปพักผ่อน ท่าทางแต่ละคนแม้อิดโรยกัน แต่ก็ยังยิ้มและสนุกกับงานที่ทำ.. อีทึกวางปากกาในมือลง ดวงตาคู่สวยมองบรรยากาศรอบห้องนอนพลางสะดุดกับชั้นวางของที่ปรากฏตุ๊กตาหมีมากกว่าก่อน ..สิบเจ็ด.. ตลอดทั้งอาทิตย์ที่นอนของเขามีเจ้าขนปุยพวกนี้มาวางข้างหมอน พอเขาหยิบมันขึ้นมาแล้วมองไปที่คังอิน ร่างสูงกลับไม่พูดอะไรสักคำทำเหมือนไม่ใช่คนให้.. แบบนี้เหรอที่เขาเรียกว่า ง้อ





คำขอโทษ..เขายังไม่เคยได้ยินจากปากของคนรักเลย



แล้วจะให้ยกโทษได้อย่างไร





เท้าเรียวหยุดยืนหน้าหมีเหล่านั้น " เจ้านายของพวกแก ไม่รู้จักคำว่า 'ขอโทษ' รึไงกัน " มือบางตบหัวตุ๊กตาระบายอารมณ์ เอาสิ..จะคอยดู ว่านายหรือฉันที่ต้องยอมง้อีกฝ่ายกันแน่





" อีทึก อยู่ข้างในหรือเปล่า " ร่างบางเดินไปเปิดประตูให้เสียงเรียก





" ฮีชอล "





" ฉันเอง " คนสวยเดินมานั่งปลายเตียง มองกองงานที่อยู่บนโต๊ะในห้อง " นายกำลังยุ่งอยู่เหรอ.. " อีทึกสั่นหัวเล็กๆ





" ว่าแต่เข้ามาคงไม่ได้จะพูดกับฉันเรื่องไอ้หมีบ้าตัวนั้นอีกนะ " เจอหน้ากับทีไร ก็เอาแต่ถามว่าเมื่อไหร่ฉันกับคังอินจะดีกันซักที ก็รอให้มันมาง้อก่อนสิ.. ฉันถึงจะหายงอน





" นั่นแหละคือประเด็น ..แต่คราวนี้ ฉันหมดหวังกับคังอินมันแล้วล่ะ " ฮีชอลทิ้งตัวนอนแผ่บนเตียงนุ่ม ดวงตากลมมองเพดานสีอ่อน อีทึกเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย





" หมายความว่าไง "





" หมายความว่า หมอนั่นมันหยิ่งเกินไป ..ไม่เหมาะกับนายหรอก อีทึก เลิกหวังว่าคนอย่างนั้นจะมาง้อนายได้แล้ว เชื่อฉันเหอะ " อีทึกผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ก็รู้ว่าเป็นไปได้ยากที่คังอินจะยอมมาเอ่ยปากขอโทษกัน เพราะตั้งแต่คบกันมา..เขาเองก็ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ยินคำนั้นหลุดจากริมฝีปากหนา ทั้งที่พวกเขาก็มีเรื่องให้ทะเลาะกันบ่อยๆ





" ฉันว่านายน่าจะลองทำตัวเหมือนหมอนั่นบ้าง ให้คังอินมันรู้ไปเลยว่านายรู้สึกยังไง.. " เสียงเจ้าเล่ห์ของฮีชอลกระทบโสตประสาทของคนฟัง





" ไม่ดีมั้ง เดี๋ยวก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา..ยุ่งยากเปล่าๆ "





" แล้วแต่นาย..อีทึก ฉันก็แค่แนะนำวิธีเท่านั้น จะทำไม่ทำก็เรื่องของนาย..แต่บอกให้ก่อนนะ ถ้าวันนี้นายกับหมอนั่นยังไม่คืนดีกันอีกล่ะก็ นายควรทำอย่างที่ฉันบอก " สิ้นเสียงของเพื่อนสนิท ฮีชอลก็ลุกเดินออกจากห้อง ทิ้งร่างบางนั่งครุ่นคิดกับคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่ จะให้เขากลายเป็นเพลย์บอยอย่างที่คังอินทำ..จะไหวเหรอ กลัวว่าเขาจะทำได้ไม่เนียนพอที่จะให้ร่างสูงหึงน่ะสิ ดีไม่ดีอาจได้รับน้ำเสียงหัวเราะเยาะจากคังอินแถมเข้าให้อีก.. ถ้าไม่ทำ งั้นก็แปลว่า เราต้องคืนดีกันด้วยการที่ใครไม่ใครต้องง้ออีกฝ่าย.. คังอินไม่มีทางพูดคำนั้นมาเด็ดขาด แสดงว่าเราต้องเป็นฝ่ายทำงั้นสิ ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย แต่จิตใจที่เรียกสัมผัสจากร่างสูงนี่สิ..เขาจะฝืนมันต่อไปไม่ไหวแล้ว อาทิตย์กว่ากับการที่ต้องพยายามทำตัวห่างเหินแม้อยู่ใกล้กัน ..ทรมานยิ่งกว่าตอนที่ต้องแยกกันไปทำงานซะอีก





ตกลง..ฉันต้องง้อนายสินะ




.....................................................




" อ่า..กลับมาแล้ว " เสียงหวานตะโกนไกลมาก่อนจะปรากฏตัวเสียอีก





" ว่าแล้ว เคยผิดจากที่พูดมั้ย "





" อืม..ฉันล่ะอิจฉาหมอนั่นจริงๆ "





" อยากรู้ว่าไปไหนกันมามั่ง "





เสียงกระซิบกระซาบจากเพื่อนร่วมวงที่รวมตัวกันในห้องนั่งเล่น ทันทีที่ได้ยินเสียงซองมิน ทุกคนต่างหันไปดูนาฬิกาตรงผนังแล้วมองหน้ากัน ห้าโมงเย็น..ช่างเป็นเวลาเหมาะเสียจริงๆ ทั้งที่ซองมินบอกว่า ฮันกยองจะมาถึงไฟล์ทเช้านี้ แต่เวลาเกือบครึ่งค่อนวันคงไม่มีข้ออ้างว่า เครื่องดีเลย์หรอกนะ ก็ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ..ป่านนี้ กระต่ายน้อยคงไม่ทำเสียงน่ารักน่าชังมีความสุขขนาดนี้หรอก





" นี่..พวกนายไม่คิดจะขานรับบ้างเลยรึไง " ร่างเล็กเดินเข้ามาในวงสนทนา ทำให้ทุกคนต่างแยกย้ายไปนั่งที่ของตนเหมือนเดิม





" ซองมิน กลับมาแล้ว..เหนื่อยมั้ย " เสียงหวานของดงเฮ ทำให้คนถูกเรียกอมยิ้มเล็กๆ..อย่างน้อย ดงเฮก็ช่วยเขาไม่ให้หน้าแตก





" เหนื่อยมากเลย " เสียงโอดโอยดังขึ้นพร้อมเอามือทุบไหล่ตัวเองเบาๆ





" ฉันว่าคนที่ควรจะเหนื่อยน่าจะเป็นฮันกยองมากกว่า " ชินดงพยักพเยิดหน้าไปทางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังซองมิน มือหนาเพิ่งวางกระเป๋าสัมภาระลง..หนักใช่เล่น





" อืม ฉันก็ว่างั้น.. กำลังนึกอยู่ว่า ถ้าให้ฮันกยองกลับมาคนเดียว มันจะดีกว่ามั้ยนะ " ฮยอกแจทำท่าครุ่นคิด เรียกเสียงจิ๊ปากจากร่างเล็ก





" หนอย ไม่ไปแล้วยังว่ากันอีก " ซองมินทำท่าจะพุ่งไปฝากหมัดใส่ใบหน้าหล่อของคนพูด แต่หมอนใบเล็กที่วางเกลื่อนทั่วบริเวณกลับไปสะดุดขาของร่างเล็กเข้าให้





..ตุ๊บ..





" อ๊ากซ์... " เสียงของหล่นตามด้วยเสียงร้องของใครบางคนดังขึ้น ภาพตรงหน้า..ร่างเล็กกำลังนอนทับหลังคยูฮยอน น้องชายสุดที่รักที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ทำตัวนั่งเงียบเชียบ แต่กลับโดนความรักของพี่ซองมินทับเข้าให้เต็มเหนี่ยว





ฮันกยองรีบไปพยุงตัวคนรักขึ้น ก่อนโอบต้นแขนบางไว้ " เป็นอะไรหรือเปล่า " ซองมินส่ายหน้า..แกะมือหนาออกแล้วก้มลงดูอาการของคยูฮยอน





" เจ็บตรงไหนหรือเปล่า.. " เสียงหวานถามอย่างเป็นห่วง พลางมองสำรวจรอบตัวคยูฮยอน





" ไอ้คยู ..มันคงไม่เจ็บเล้ย ที่โดนกระต่ายตัวเท่านายหล่นทับเนี่ย " ดวงตากลมมองค้อนตามน้ำเสียงประชดประชันของฮยอกแจ คยูฮยอนได้แต่ยิ้มแหย.. มือบางที่จับท่อนแขน ถึงจะยอมรับว่าความรู้สึกเจือจางลงแล้ว แต่ก็ไม่ใช่จะไม่รู้สึก..รอเวลาที่จะทำใจมองร่างเล็กตรงหน้าเป็นเพียงพี่ชายเท่านั้น





ฮันกยองมองแววตาของคยูฮยอนที่กำลังจับจ้องใบหน้าคนรักของเขา เหมือนที่เขาเคยเป็นมาก่อน.. ปล่อยนานกว่านี้ สงสัยจะเป็นตัวเขาเองที่ทนภาพตรงหน้าไม่ได้





" โอ๊ย..เจ็บนะ " มือแกร่งดึงต้นแขนของร่างเล็กให้ยืนขึ้นข้างตัว แต่สายตายังคงมองคนที่พยายามทำตัวเป็นน้องชายที่ดี ..ไม่พอใจที่คยูฮยอนยังหยุดความรู้สึกของตัวเองต่อซองมินไม่ได้ ทั้งที่ควรจะตัดใจได้แล้ว





" คยูฮยอน นายไม่เป็นอะไรใช่มั้ย " เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา





" ครับ "





" ก็ดีแล้ว งั้นพวกฉันขอตัวก่อน..ยังไม่ได้ทักทายพวกพี่เขาเลย " ฮันกยองสบตาคยูฮยอนเป็นจังหวะเดียวกับเอ่ยประโยคจบลง แล้วดึงตัวคนน่ารักตามเขาไปด้วย.. ชินดงกับคิบอมจึงช่วยถือกระเป๋าของไปเก็บไว้ในห้องให้





" พิษรักแรงหึงชะมัด " เสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้นลอยๆ คยูฮยอนได้แต่ยิ้มเยาะตัวเอง





ถ้าเพียงเขารู้จักซองมินเร็วกว่านี้



คนที่ยืนข้างร่างเล็กตอนนี้..ก็คงไม่ใช่ฮันกยอง




.....................................................




คนที่เปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อยกำลังนั่งอ่านหนังสือภาษาญี่ปุ่นในมือ เงยหน้ามองร่างสูงที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ..แล้วนั่งลงตรงโต๊ะกระจก ดวงตาสีเข้มกำลังมองเขาผ่านกระจกตรงหน้า ร่างบางก็จ้องตอบเข้าไปในกระจกบานนั้นเช่นกัน สุดท้าย..คังอินก็ละสายตา ก้มลงหยิบผ้าขนหนูไปตากบนพนักเก้าอี้อีกตัว





" วันนี้..ไม่ออกไปเที่ยวไหนเหรอ " คำถามที่เล่นเอาร่างสูงสะดุดกึก คนถามก็แทบแทรกแผ่นดินหนี.. คนฟังก็ได้แต่เม้มริมฝีปากหนา อีทึกกลืนน้ำลายยากลำบาก..คืนนี้มันต้องพูดจาดีดี ไม่ใช่หาเรื่องชวนทะเลาะแบบนี้





" อืม เหนื่อย..อยากพักผ่อน " ไอ้ทิฐินี่..ทิ้งมันไปซะทีเถอะ มือหนายกปิดหน้าเล็กน้อยหลังจากคำตอบที่หลุดออกไปคาดว่าจะทำให้บทสนทนาเลวร้ายลง ง้อสิ..แค่พูดว่า 'ก็อยากอยู่กับนาย' ทำไมถึงพูดให้คนตรงหน้าฟังไม่ได้





ร่างบางวางหนังสือในมือลงข้างหัวเตียง พลางดึงผ้าห่มหนาขึ้นมาคลุมตัว " ฉันคิดว่าที่นายไปเที่ยว มันจะเรียกว่า'พักผ่อน'เสียอีก " เห็นไปได้ออกบ่อยๆ.. น้ำเสียงกระแทกทำให้ใบหน้าหล่อมองคนรักที่นั่งหน้านิ่งอยู่





" มันเป็น..หน้าที่น่ะ "





ถ้าพวกเขาสองคนยังคิดว่านี่คือบทสนทนาที่จะทำให้ได้คืนดีกัน ..คงต้องไปเช็คระบบสมองกันหน่อย ทางเลือกสองทางในตอนนี้ ..หยุดบทสนทนานั่นซะแล้วต่างคนต่างนอนหรือจะเริ่มพูดจาดีดีเหมือนที่คู่รักเขาทำกัน





คังอินสูดลมเข้าใจเข้าปอดลึกๆก่อนเดินมาที่เตียงแล้วนั่งลงข้างอีทึก มือหนาหยิบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลยื่นให้ร่างบาง





" รับไปสิ.. " อีทึกมองใบหน้าเคร่งขรึมผิดปกติของร่างสูง แต่ดูพวงแก้มที่กำลังขึ้นสีแล้ว..ช่างขัดกับท่าทางของเขาไม่น้อย





" ตัวที่สิบแปด..นายจะให้ฉันไปจนถึงเมื่อไหร่ รู้ใช่มั้ยว่าฉันต้องการอะไร ถ้าตุ๊กตาพวกนี้มันจะทำให้ฉันหายโกรธนายได้..นายคงไม่ต้องให้ฉันมาถึงวันนี้หรอก " ถ้าฉันต้องการกับแค่เจ้าปุยนุ่นพวกนี้ แค่ตัวแรก..ฉันก็ยกโทษให้นายแล้ว





" เอาเถอะ ..สิ่งที่ฉันต้องการ นายคงไม่พร้อมที่จะให้มันในตอนนี้..ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไม แต่นี่มันก็นานพอดูที่ฉันโกรธนาย เก่งจริงๆเลย คังอิน..ฉันไม่เคยโกรธใครได้นานขนาดนี้มาก่อน นายเป็นคนแรกเลยนะเนี่ย " อีทึกหัวเราะเบาๆพลางวางของที่ได้มาลงบนตักของตัวเอง ตอนนี้เขาเองก็เริ่มใจอ่อนให้กับคนตรงหน้าบ้างแล้ว จะฝืนไปก็คงไม่ได้ทำให้คังอินทำในสิ่งที่เขาต้องการ งั้นขอเลือกที่จะมีความสุขทั้งสองฝ่ายคงไม่ผิดใช่มั้ย





ดวงตาคู่สวยมองร่างคนรักที่ตอนนี้ลุกขึ้นไปยืนอยู่ตรงปลายเตียง " สวัสดีครับ ผม..คังอิน ผมเป็นคนที่ง้อใครไม่เก่งแต่ผมเป็นคนจริงใจนะครับ ตอนนี้ผมกำลังมีปัญหากับคนที่ผมรักอยู่..เขาไม่ยอมพูดคุยกับผมเหมือนอย่างเคย คุณคิดว่าผมควรทำยังไงดี " อีทึกสบดวงตาสีเข้มที่จ้องมองเขาด้วยความรู้สึกจริงจัง ..ไม่เข้าใจว่า คนตรงหน้าจะทำอะไร





" เอาล่ะ ถึงคุณไม่ตอบ ผมก็พอมีคำตอบในใจบ้างแล้ว..การแสดงวันนี้ หวังว่าจะทำให้ผมและเขากลับมาคืนดีกันซักทีนะครับ " หลังจบประโยคแนะนำตัว คังอินก็เริ่มเต้นเพลงที่ตัวเองเตรียมมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ





" คม เซ มารี กา ฮันชิเบ อิดซอ อาปา กม ออมมา กม กม อากี กม อาปา โก มึน ตุง ตุงแฮ ออมมา โก มึน นัล ชินแฮ อากี กม มึน นอมู ควียอ วอ อือ ชึก อือ ชึก ชัล ฮัน ตา "





" เป็นไงบ้างครับ คุณว่าเขาจะยอมคืนดีกับผมมั้ย " คังอินขึ้นมาบนที่นอน..รอคำตอบจากอีทึกที่กำลังนั่งอมยิ้มเก็บเสียงหัวเราะกับท่าเต้นของคนรักเมื่อครู่





..เพลงหมีสามตัวเหมาะกับนายจริงๆ..





" ช่วยตอบหน่อยสิครับ ถ้าคุณเป็นเขา..คุณจะหายโกรธผมหรือเปล่า " เสียงทุ้มถามย้ำประโยคเดิม ใบหน้าหวานเสมองไปทางอื่น..จะกลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้ว ยิ่งเห็นใบหน้าเข้มก็ยิ่งอยากปล่อยเสียงเป็นที่สุด





เมื่อเห็นอีทึกไม่ยอมตอบซักที มือหนาก็จับไหล่ของอีกฝ่ายแล้วดึงเข้าสู่อกกว้าง " ยกโทษให้ฉันนะ "





" อืม.. " เสียงหวานตอบในลำคอพลางจับเสื้อของร่างสูงแน่น ..อบอุ่นทุกครั้งที่อยู่ในอ้อมกอดนี้..





" คังอิน ฉันรู้ว่า ไม่มีทางห้ามนายไม่ให้ทำสิ่งนั้นได้ แต่ถ้าฉันจะขอสักอย่าง..นายต้องรับปากว่าจะทำให้ฉัน " อีทึกเงยหน้ามองคนรัก คังอินลูบต้นแขนบางไปมา.. " ฉันรับปาก "





" ขอให้ฉันเป็นคนเดียวที่นายคิดจริงจังด้วยเท่านั้น..ไม่มากไปใช่มั้ย "





" นายจะเป็นคนเดียวที่ฉันจะจริงจังด้วย อีทึก " ดังคำสัญญาหนักแน่น.. อีทึกระบายยิ้มพลางหลับตาอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง





" ตาฉันขอบ้างแล้วนะ.. " คังอินก้มมองใบหน้าหวาน





" ว่ามาสิ.. " เสียงหวานขานตอบ






" ขอเรียกนายว่า 'ทึกกี้' ได้มั้ย " อีทึกหลุดขำกับท่าทางเขินอายของคังอิน ..น้อยครั้งที่จะเห็นคนรักยอมพูดจาน่ารักแบบนี้





" ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ..นายจะเป็นคนเดียวที่เรียกฉันว่า 'ทึกกี้' ได้ " ริมฝีปากบางทาบลงบนปากหนา ก่อนที่คำมั่นสัญญาของทั้สองฝ่ายจะผูกมัดคนทั้งคู่ไว้ด้วยกัน.. การกระทำที่ดูสำคัญกว่าสิ่งที่เอื้อนเอ่ย ถวิลหารสหวานนี้มาเกือบสองอาทิตย์..ในที่สุดก็สัมผัสมันอีกครั้ง





" เดี๋ยว..หยุดก่อน คังอิน " ร่างสูงไม่ยอมถอนจูบโดยง่าย แต่เสียงโทรศัพท์มือถือของอีทึกที่ดังกวนใจคนทั้งคู่ ทำให้ร่างบางต้องผลักร่างสูงออกพ้นตัวพร้อมควานหาโทรศัพท์ที่โต๊ะข้างเตียง





" ครับ.. " มือหนายังคงเลื้อยไปมาบนตัวของคนรัก พร้อมจูบที่ประทับรอยบนต้นคอระหง..ร่างบางพยายามเอี้ยวตัวหลบ เพราะกลัวเสียงจะเล็ดลอดเข้าไปหาปลายสาย





มือบางกดปิดหูโทรศัพท์ก่อนหันมาพูดกับคังอินพลางส่งสายตาดุ " ผู้จัดการโทรมา.. " ร่างสูงจึงทำได้แต่เพียงกอดคนตาสวยหลวมๆ





" ครับ ..ได้ครับ พรุ่งนี้ใช่มั้ย.. แล้วผมจะเข้าไปตอนสิบโมง ขอบคุณมากครับ " นิ้วเรียวกดวางสาย





" คังอิน พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าบริษัทแต่เช้า.. ดังนั้นคืนนี้ นายคงไม่ได้ทำอย่างที่คิดแล้วล่ะ " ชายหนุ่มทำตาโตด้วยความตกใจ หมายความว่า..แล้วที่ไม่ได้ใกล้นายเป็นอาทิตย์กะว่าจะเรียกชดเชยให้คุ้มซะหน่อย แปลว่า ต้องอด..





" ผู้จัดการเรียกนายไปทำไม "




" คุยเรื่อง..ที่ฉันจะต้องไปช่วยสอนซูยอนร้องเพลงน่ะ " คิ้วเข้มขมวดมุ่น ..เสียงหวานที่ถูกเอ่ยเมื่อครู่ อย่าบอกว่าเป็นคนเดียวกับ จองซูยอน..ที่เขารู้จัก 



________________________________

 

สัพเพเหระ : ฟิคส่วนใหญ่ของไอซ์เคยอยู่ในเด็กดี แต่ก็มีบางส่วนที่ลบออกมาแล้ว คาดว่าน่าจะเอามายัดๆตู้นี้หมดนะ ฮะฮะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry