[KangTeuk] : Forgotten Mind ...3

posted on 16 May 2008 14:31 by icebox

 

...3... 

 

" นายจะกลับมากี่โมง " เสียงทุ้มดังขึ้น.. มองคนที่กำลังง่วนกับการเตรียมของลงกระเป๋าถือดวงตาสีเข้มเหลือบดูนาฬิกาตรงหัวเตียง ..8.45.. ดูจะเช้าเกินไปสำหรับนัดตอนสิบโมงแต่ทำไมท่าทางของคนตรงหน้าถึงรีบร้อนเกินสาเหตุ





" ยังไม่รู้เลย แค่เข้าไปตกลงเรื่องรายละเอียดน่ะ..ไม่น่าจะนาน " คนตาสวยแสดงความเห็น ขณะหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กลงกระเป๋า





" อืม.. ถ้าเสร็จแล้วโทรหาฉันด้วยนะ " คังอินซุกตัวลงนอนอีกครั้ง ..อากาศหนาวๆอย่างนี้อยากมีคนรักอยู่ในอ้อมกอดบนเตียงให้นานที่สุด ทั้งที่เพิ่งจะคืนดีกันเมื่อวาน..แต่กลับมีธุระด่วนมาขัดซะได้ คิดแล้วมันหงุดหงิด..แล้วดูอีทึกทำเข้า จะรีบไปทำไมแทนที่จะอยู่กับเขาให้นานกว่านี้ร่างบางมองคนที่ล้มตัวนอน พลางถอนหายใจเบาๆกับความขี้น้อยใจของคนตรงหน้า เท้าเรียวของร่างโปร่งมาหยุดตรงเตียงก่อนนั่งลงข้างคังอิน





" ฉันรู้ว่านายกำลัง..น้อยใจ "





" ฉันเปล่า ..จะไปก็รีบไปสิ " คังอินตอบโดยไม่หันหน้ามองอีกฝ่าย อีทึกนั่งอมยิ้มกับคำพูดที่ขัดกับท่าทางของร่างสูง





" ฉันคงเข้าใจผิดไปเอง นายคงไม่ได้น้อยใจที่ฉันรีบออกไปหรอกเนอะ.. " เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาสีเข้มเงยหน้ามองใบหน้าเปื้อนยิ้ม ..กำลังพูดประชดเขาอยู่..





" แล้วทำไมต้องรีบด้วย ..นี่มันเพิ่งแปดโมงกว่าเองนะ เขานัดตอนสิบโมงไม่ใช่รึไง " ร่างสูงจ้องตาคู่สวยราวกับต้องการคำตอบ ..มันน่าน้อยใจจริงๆ..





" นายก็รู้ว่าทางไปบริษัท รถติดขนาดไหน..ตอนนี้รถเราก็เอาไปซ่อมอยู่ กว่าจะรอรถประจำทางมารับ..แล้วไหนจะเผื่อรถติดอีก ถ้าออกไปเวลานี้ก็ถือว่าสายแล้วนะ " คำอธิบายที่คังอินแทบไม่อยากได้ยิน รถที่ส่งซ่อม..จะโทษใครได้ในเมื่อเขาเป็นคนขับรถคันนั้นคนสุดท้าย ลุยซะจน..เฮ้อ โดนผู้จัดการเอ็ดไปหลายวันเรื่องต้องยกเครื่องช่วงล่างใหม่หมด แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาซะหน่อย ที่จริงบริษัทต้องมีรถสำรองให้ใช้สิถึงจะถูก ก็อย่างว่าล่ะนะ วันนี้ซองมิน ฮยอกแจ คยูฮยอนแล้วก็ชินดงติดงาน รถสำรองจึงต้องไปส่งพวกนั้นที่สตูดิโอแทน..ดังนั้นคนตรงหน้าจึงต้องนั่งรถเข้าบริษัทเองอย่างเสียไม่ได้





" งั้นฉันไปนะ แล้วอย่าเอาแต่นอนอยู่ในนี้ล่ะ..ข้าวเช้าฉันเตรียมให้นายแล้วอยู่ข้างนอก ถ้าออกไปสายไม่เหลือไม่รู้ด้วย " อีทึกประทับรอยจูบบนแก้มสีเข้มพลางส่งยิ้มหวานให้แล้วเดินออกจากห้อง





" ทึกกี้ ..อย่าลืมโทรหานะ " ร่างบางหันมองก่อนพยักหน้าให้แล้วเสียงประตูก็ปิดลง คังอินคู้ตัวอยู่ในผ้าห่ม..อยากหลับต่อจริงๆ แต่อาหารเช้าที่อยู่ก็กำลังส่งเสียงเรียกเขาอยู่..อาหารฝีมือคนรักที่ไม่ได้กินตั้งแต่ทะเลาะกัน ไม่ใช่ว่าอีทึกไม่ทำให้ แต่เขา..ไม่แตะเองต่างหาก ทั้งที่ท้องร้องไม่หยุด ..เพราะความเจ้าทิฐิแท้ๆร่างสูงลุกจากที่นอนอย่างงัวเงียก่อนจัดการหยิบของใช้ส่วนตัวพร้อมเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำ เช้าที่อากาศสดชื่น แต่กลับไม่มีเสียงนกสักตัวให้ได้ยิน.. แปลกชะมัด





........................................................





" ซูยอน " หญิงสาวเพื่อนร่วมวงเรียกร่างที่กำลังนั่งแต่งหน้าตรงหน้ากระจกในห้องแต่งตัววันนี้พวกเธอมีนัดพบกับครูสองร้องเพลงเป็นครั้งแรก เนื่องจากตารางงานเดินสายแนะนำตัวกับสื่อมวลชนค่อนข้างแน่น ทำให้สมาชิกในวงมาไม่ครบ




" ได้ข่าวว่า วันนี้พี่อีทึกจะมาสอนเรางั้นเหรอ " เฮียวยอนถามเพื่อนสนิทที่กำลังบรรจงทาลิปสีชมพูอมส้มลงบนริมฝีปากบาง





" อืม ..เห็นว่างั้น ทำไม " ซูยอนมองหน้าคนถาม เธอดีใจที่รุ่นพี่อย่างอีทึกจะเข้ามาคุยกับพวกเธอ ถึงแม้จะ..เพียงสองสามวันที่จะได้พบกัน แต่ก็กลับทำให้รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก





" เปล่า ก็ฉันกำลังสงสัยว่าเมื่อคืนที่เธอรับโทรศัพท์จากยูนาแล้วเกิดวิ่งร่าทั่วบ้านเนี่ย มันเพราะพี่อีทึกหรือเปล่า " หญิงสาวอีกคนมองอย่างจับผิด มันก็น่าแปลกที่คนตรงหน้าจะเกิดอาการนอนไม่หลับกับแค่จะได้เจอใครบางคน เพราะปกติมีแต่ชายหนุ่มที่นอนไม่หลับเพราะจะได้เจอคนน่ารักอย่างซูยอนทั้งนั้น





" บ้าน่า เธอก็รู้..ว่าฉันไม่ใช่พวกอย่างนั้น " พวกที่วิ่งเข้าหาผู้ชายน่ะเหรอ ..เธอน่ะใช่เลยเฮียวยอนมองใบหน้าเขินอายของอีกฝ่าย ถึงจะดูแนบเนียนว่าผู้ชายเข้ามาหาเธอเอง แต่ถ้าดูตั้งแต่ต้นจริงๆแล้ว..ไม่ใช่เพราะไปส่งสายตาให้เขาก่อนหรือไง ถึงมีคนตามมาถึงที่น่ะ





" จ้าจ้า ..แม่ซูยอน ผู้อ่อนต่อโลก นี่ก็ใกล้เวลานัดแล้ว ไปกันเถอะ " เฮียวยอนลากเพื่อนร่วมวงไปยังห้องประชุมทันทีที่ซูยอนทาลิปกลอสรอบสุดท้ายเสร็จ



...



...



...





" พี่อีทึก " เสียงใสเรียกร่างโปร่งที่กำลังเดินออกจากห้องประชุม





" ว่าไงครับ " อีทึกหยุดเดินพลางรอให้อีกฝ่ายเดินมาหาเขา สี่ชั่วโมงกับการประชุมอยู่ในห้องที่มีบรรยากาศชวนให้นอนหลับ.. คนตาสวยเป็นตัวแทนของครูฝึกที่ติดงานในการเข้าประชุมแทน ดังนั้น..เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ามาที่บริษัทเพื่อสอนรุ่นน้องทุกวัน





" ทำไมพี่ดูรีบจังเลยล่ะคะ " ซูยอนถามอย่างสงสัย ยังไม่ทันที่ประธานการประชุมจะพูดจบดี..ชายหนุ่มตรงหน้าก็รีบลุกออกจากห้อง





" เอ่อ.. คือพี่อยากเข้าห้องน้ำน่ะ นั่งมาก็ตั้งหลายชั่วโมง..พักเบรกแปปเดียวเองหรือว่าซูยอนไม่รู้สึกปวด " อีทึกเผยรอยยิ้มแหย เหตุผลที่ใครฟังก็ต้องขำ หากได้ยินจากปากของอีทึก..ผู้ซึ่งเป็นถึงหัวหน้าวง แล้วเหตุผลที่แท้จริง..ที่ทำให้คนอย่างอีทึกรีบร้อน เพราะอะไร





" พี่กะพูดให้ฉันหัวเราะใช่มั้ย ปกติพี่เป็นอย่างนี้กับทุกคนหรือเปล่า " เสียงหัวเราะเล็กๆพอเป็นพิธีดังขึ้น คนตาสวยได้แต่เกาต้นคอแก้เขิน





" ว่าแต่ซูยอนเรียกพี่มีอะไรหรือเปล่า " อีทึกถามเข้าเรื่อง มือเรียวล้วงในกระเป๋าเสื้อกันหนาว..กำโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นไว้แน่น





" ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่จะชวนพี่ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน " หญิงสาวส่งดวงตากลมแววตาน่ารักให้ชายหนุ่ม





" เอ่อ.. "





" ไปด้วยกันนะคะ " ซูยอนออดอ้อนร่างตรงหน้าเมื่อเห็นท่าทีอึกอักของอีกฝ่าย ได้เจอคนตรงหน้าทั้งที..เธอก็มีเรื่องอยากให้ช่วยเหลือเหมือนกันเลยต้องการคุยเป็นการส่วนตัวของที่กำลังเตือนให้อีทึกควรรีบบอกลาหญิงสาวตรงหน้า..ยังคงทำงานต่อเนื่อง 





" ขอโทษนะ ซูยอน พอดีพี่มีนัดต่อน่ะ ไว้วันหลังพี่จะเลี้ยงข้าวเลยแล้วกัน " หญิงสาวหน้างอเล็กน้อย แต่พยักหน้าอย่างจำยอม ..มองร่างโปร่งที่วิ่งห่างออกไป พรุ่งนี้..เธอก็ต้องเจออีทึกอยู่ดีไว้คุยกันพรุ่งนี้ก็ไม่สายอะไร ซูยอนจึงเดินกลัวเข้าห้องประชุม เพื่อตามเฮียวยอนไปหาของกินกัน




นิ้วเรียวรัวปุ่มกดลงตรงหน้าลิฟต์ ก่อนหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นดู ..32 miss called.. "ให้มันได้อย่างนี้สิ " เสียงหวานบ่น เพิ่งจะเริ่มประชุมได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง..มือถือเจ้ากรรมก็ดันสั่นอย่างไม่รู้สาเหตุ กะว่าถ้าไม่รับก็ร่างสูงก็คงเลิกโทรมา แต่กลายเป็นว่า..โทรมาทุกห้านาทีเลยล่ะ สมาธิที่ควรจะอยู่กับงานกลับมัวแต่พะวงกับโทรศัพท์ของตัวเอง แล้วป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าหมอนั่นไปอยู่ที่ไหน แอบหนีเที่ยวอีกหรือเปล่า..






นิ้วเรียวกดเบอร์ของคนรักแล้วโทรออก.. แต่กลับได้ยินเสียงเตือนว่าสายไม่ว่าง เริ่มทำให้ร่างบางใจร้อนขึ้นมาตะหงิดๆ ประตูลิฟท์เปิดออกเผยร่างที่เขากำลังคิดถึงอยู่ อีทึกลดโทรศัพท์ลงก่อนเก็บใส่กระเป๋า สีหน้าของคังอินกำลังโมโหสุดๆ บึ้งตึงจนเขาไม่กล้าเอ่ยเสียงทักทาย.. ทั้งคู่สบตากันสักพักจนคนในลิฟท์เป็นฝ่ายดึงอีทึกเข้ามาข้างในแทน





" กะจะยืนตรงนั้นไปถึงเมื่อไหร่ " น้ำเสียงห้วนถามขึ้น ร่างบางที่ยืนอยู่ข้างตัวก้มหน้างุด..ไม่คิดว่า คังอินจะมาหาเขาถึงที่นี่





" แล้วนายมาที่นี่ได้ยังไง " ร่างสูงเบียดตัวเข้าใกล้อีทึกมากขึ้น.. คนตาสวยเองก็รู้สึกตัวพยายามถอยทิ้งช่องห่างเพราะกลัวใครมาเห็น





" รังเกียจฉันรึไง ..ถึงทำตัวเหินห่างขนาดนี้ " คังอินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา โทรมา..แล้วไม่รับ เขาเองก็เป็นห่วงเหมือนกัน ไหนบอกว่าไม่กี่ชั่วโมง นั่งรออยู่ที่บ้านจนรู้สึกรำคาญตัวเอง.. ฉันไม่ชอบหน้าหนาวเลยจริงๆ





" หนาวมั้ย ออกมาข้างนอก..ดูสิ ลืมเอาผ้าพันคอติดมาอีกแล้วนะ คังอิน " อีทึกปลดผ้าพันคอสีขาวของตัวเองก่อนใส่ให้ร่างสูงตรงหน้า นิ้วเรียวที่บรรจงผูก..ดวงตาคู่สวยสะท้อนความรักที่เขามีต่อคนข้างตัว คังอินเบือนหน้าหนีด้วยหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะรอยยิ้มบางจะทำให้เขาไม่สามารถสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว





" ทึกกี้..นายจะอ่อนโยนเกินไปแล้ว " ทั้งที่คิดจะต่อว่าเรื่องไม่รับโทรศัพท์ แต่พอเห็นนายในตอนนี้..ความคิดก่อนหน้าก็เลือนหายไปหมด





" นายไม่ชอบเหรอ หรือจะให้ฉันโหดเหมือนฮีชอล..ฉันก็ทำได้นะ " มือหนาจับต้นแขนของอีกฝ่าย ดวงตาสีดำที่จับจ้องเพียงใบหน้าหวานเท่านั้น ร่างบางนิ่งเงียบ.. ฉันได้ยินเสียงหัวใจของนายเลย คังอิน นายเป็นอะไรรึเปล่า





" อื้อ.. " ริมฝีปากหนาประกบจูบทันที พลางเบียดร่างของตัวเองให้เข้าใกล้คนรักกว่าเดิม..มือหนารั้งเอวของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ดิ้น คังอินดึงตัวของอีทึกเข้ามุม..เพื่อหลบกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ภายใน ลิ้นอุ่นควานหารสหวานในตัวอีทึก เสียงหอบเพราะขาดอากาศ..





" ห..หยุดนะ อื้ม.. " เสียงหวานที่พยายามเอื้อนเอ่ยให้ร่างตรงหน้าหยุดการกระทำ มือหนาเริ่มล้วงเข้าไปใต้เสื้อ..สัมผัสผิวบางอุ่นตรงเอว เรียวลิ้นที่ยังทำหน้าที่ต่อตามถนัด.. อีทึกได้เพียงส่ายหน้าปฏิเสธรสจูบนั่น กลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ถ้ามันเกินเลยไปกว่านี้





" คังอิน ..ที่นี่ไม่ได้นะ ฉันขอร้อง " น้ำเสียงเว้าวอน กลับกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่ายมากขึ้น.. มือหนาพลิกตัวอีกฝ่ายเข้าหาผนังแล้วแนบตัวเองกับร่างบาง





" ทึกกี้ ฉันคิดว่า..ฉันให้นายไม่ได้ " คังอินปฏิเสธคำขอของคนรัก พลางขบติ่งหูเล็กๆ..ไซ้ซอกคอขาวที่เกือบลืมกลิ่นสัมผัส ..ยังหวานเหมือนเดิม..





" พอเถอะ.. อ๊ะ " ร่างสูงปลดเข็มขัดของอีกฝ่าย พลางดึงกางเกงลงอย่างรวดเร็ว..ก่อนจะกลับมาจัดการกับส่วนของตัวเอง ริมฝีปากบางยังคงโดนฉวยโอกาสอย่างต่อเนื่อง





" คังอิน ..อย่า อ๊า.. " ไม่มีเวลาให้พวกเขาเตรียมตัวมากนัก ร่างสูงจึงไม่สามารถมอบความอ่อนโยนให้คนรักได้อย่างเต็มที่ แก่นกายที่สอดเข้าช่องแคบของร่างบาง.. อีทึกสะดุ้งเฮือกคิ้วบางขมวดมั่นด้วยความเจ็บปวดที่แล่นสู่กาย





" ... " เสียงครางที่ได้แต่กลืนกินอยู่ภายใน ..เจ็บทุกครั้งที่ร่างสูงดื่มด่ำกับร่างกายของเขาริมฝีปากบางถูกกัดจนมีรอยเลือด รู้ว่าคังอินต้องอัดอั้นเพียงใดในช่วงที่พวกเขากำลังโกรธกัน อีกฝ่ายไม่ออกไปเที่ยวอย่างเคย..คงอดกลั้นมากสินะ





" ร้องสิ..ทึกกี้ ฉันอยากได้ยินเสียงนาย " เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูร่างบาง อยากตักตวงความสุขจากคนรัก แต่เขาห้ามมันไม่ได้.. รุนแรงเกินกว่าคราวที่ผ่านมา อีทึกรู้สึกเหมือนจะพยุงตัวเองยืนไม่ไหว..ขาทั้งสองข้างฝืนยืนอย่างยากลำบาก คังอินเองก็คงสัมผัสได้..จึงรั้งตัวอีกฝ่ายให้อยู่ใกล้เขาที่สุด





" อ๊า ..คังอิน ฉันจะไม่ไหวแล้ว "





" อีกนิดเดียว ทึกกี้..เชื่อฉันนะ " ใบหน้าหวานพยักอย่างอ่อนแรง คังอินกระแทกแก่นกายเป็นครั้งสุดท้าย..ก่อนที่จะเหลือเพียมงเสียงหอบดังทั่วลิฟท์ ร่างบางอ่อนยวบลงกองกับพื้น..หลังจากที่คังอินแต่งตัวให้เขาเสร็จ ใบหน้าที่ปรากฏเม็ดเหงื่อบริเวณหน้าผากร่างสูงมองคนตาสวยอย่างเป็นห่วง





" นายไหวมั้ย.. " อีทึกปรือตาขึ้นเล็กน้อยพลางระบายยิ้มให้คังอิน นิ้วแกร่งกดชั้นลิฟท์เพื่อไปยังชั้นจอดรถ มือหนาพยุงร่างตรงหน้าขึ้นพลางโอบหัวไหล่ไว้ คังอินดึงแขนเสื้อซับเหงื่อบนใบหน้าให้คนรัก





" ขอบใจนะ ทึกกี้ " เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยคำพูดที่เพราะยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก ร่างบางยิ้มกว้างให้ก่อนที่เรี่ยวแรงทั้งหมดจะหายไป




แค่เพียงคำขอบคุณของนาย..ก็ทำให้ฉันรู้ว่า นายยังต้องการฉัน




.............................................................................





ซูยอนกับเฮียวยอนกำลังเดินผ่านหน้าจุดตรวจความปลอดภัยของตึก ซึ่งมีพนักงานรักษาความปลอดภัยนั่งมุงดูจอมอนิเตอร์ตัวเดียวกัน หญิงสาวคงเดินผ่านโดยไม่รู้สึกอะไร หากเสียงที่กำลังสนทนากันไม่มีชื่อของสองหนุ่มวงซูเปอร์ จูเนียร์





" เดินออกมากันแล้ว.. " เสียงชายหนุ่มท้วงขึ้น เมื่อเห็นทั้งสองเดินออกจากลิฟท์โดยที่คังอินกำลังประคองไหล่อีทึกไว้





" ท่าทางแบบนั้น ชัวร์เลย " อีกคนแสดงความเห็น เหล่าเพื่อนที่ร่วมวงสนทนาต่างพยักหน้าด้วยเช่นกัน





" ขอโทษนะ เมื่อกี้เกิดอะไรเหรอ " ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ซูยอนเอ่ยขัดจังหวะ





" ถ้าอยากรู้ก็ดูเอาเองแล้วกัน " ชายหนุ่มคนหนึ่งกรอเทปย้อนหลังก่อนเลื่อนหน้าจอให้หญิงสาวดู เหตุการณ์ที่ถ่ายตอนอยู่ในลิฟท์..ดวงตากลมโตมองอย่างไม่กะพริบ สองคนที่ยืนข้างกันก่อนจะถูกอีกฝ่ายผลักเข้ามุมอับของกล้อง ทำให้ไม่เห็นการกระทำของคนทั้งคู่..แต่ภาพเมื่อครู่ตอนที่ลิฟท์เปิดออกมา เป็นหลักฐานยืนยันได้ดี.. ถ้าไม่โง่เกินไป ใครใครก็ดูออกว่าสองคนนั่นทำอะไรกันข้างใน





เฮียวยอนยกมือปิดปาก ราวกับไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น..พลางมองใบหน้าเคร่ยงเครียดของเพื่อนอีกคน " ไปกันเถอะ เฮียวยอน " น้ำเสียงจริงจังกล่าวก่อนเดินออกจากบริษัท 





" ซูยอน เธอกำลังคิดอะไรอยู่ " เพื่อนสาวลอบมองใบหน้าของซูยอนเป็นระยะ หญิงสาวยิ้มให้เฮียวยอนก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด






" แค่คิดว่า ทำยังไงให้เขาเป็นของฉัน "

 

....................................................................

 

" นายเป็นบ้าอะไร หา.. " เสียงหวานตวาดลั่นในห้องนอน เรียกเพื่อนที่อยู่ด้านนอกตื่นตระหนกแล้วรีบวิ่งไปสังเกตการณ์ทันที ประตูถูกเปิดแง้มเล็กน้อยเพื่อมองภาพการทะเลาะกันของคู่รัก





" ฉันเปล่า " เสียงทุ้มปฏิเสธ พลางเก็บเสื้อผ้าที่กองบนเตียงเข้าตู้ แต่ถูกมือบางยื้อไว้ ดวงตากลมจ้องด้วยความโกรธ





" ก็เห็นอยู่.. เข้าใจกันบ้างเถอะ " เสียงหวานคลายน้ำเสียงเป็นเชิงเห็นใจ ร่างสูงวางของที่ถือลงที่เดิม..ก่อนเสยผมที่ปกลงบนหน้าผากออก





" จะให้เข้าใจว่า สิ่งที่นายทำ..กำลังนอกใจฉันใช่มั้ย "





" รู้ตัวหรือเปล่า ว่ากำลังพูดอะไร..นายกำลังว่าฉันนะ ทั้งที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะคิด " ดูถูกกันเกินไปแล้ว ร่างเล็กเก็บเสื้อผ้าตรงหน้าลงกระเป๋าใบใหญ่โดยไม่คิดที่จะมองใบหน้าของคนรักที่กำลังแสดงสีหน้าหงุดหงิดเต็มที





" แล้วที่ทำอยู่.. นายกำลังทำหน้าที่พี่ชายที่ดีสินะ " น้ำเสียงประชดประชัน ซองมินสบดวงตาแข็งกร้าว..ก่อนฉวยของที่วางอยู่บนเตียง





" ใช่ ..ถ้ามันไม่เพราะฉัน คยูฮยอนก็ไม่ต้องกลับไปอยู่ที่บ้านตามลำพัง " เสียงใสพูดขึ้น ..คยูฮยอนต้องกลับบ้าน ในขณะที่ครอบครัวของเขาไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด หนุ่มน้อยจึงต้องกลับไปเฝ้าบ้าน..เพื่อดูแลสุนัขอีกสองตัว และถ้าไม่เพราะอาการบาดเจ็บที่หลัง.. เขาก็คงไปกับครอบครัวด้วยเช่นกัน






" แล้วเอามันมาเลี้ยงที่นี่ไม่ได้รึไง " ฮันกยองแย้งขึ้น เห็นกันอยู่ว่าพวกนายอยากอยู่กันตามลำพัง..





" เหอะ ฉันว่านายน่าจะรู้ดีนะ เรื่องการจากบ้านมาน่ะ..จะทำให้มันเหงา ซึมเศร้าขนาดไหน " ร่างสูงสะอึกกับคำพูดของร่างตรงหน้า ไม่คิดว่า..ซองมินกล้าเล่นกันถึงขนาดนี้ ล้อเล่นกับความรู้สึกของเขา





มือหนาจับต้นแขนคนน่ารักไว้ ขณะที่ร่างเล็กกำลังจะเดินออกจากห้องพร้อมกระเป๋าสะพาย.. ใบหน้าหวานเงยมองดวงตาสีเข้มอย่างโกรธเคือง แค่สองวัน..ที่ฉันจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนคยูฮยอน นายกลับหึงไม่เข้าเรื่อง.. ฉันไม่ชอบฮันกยองแบบนี้เลย





" ได้ ..ฉันจะยอมให้นายไปบ้านคยูฮยอน แต่.. " เสียงทุ้มเงียบลง ซองมินเอียงหัวมองอย่างงงๆ





" ต้องหลังจากนี้.. " ร่างสูงโอบเอวอีกฝ่ายประชิด ก่อนกดริมฝีปากหนาลงซอกคอขาว.. ไล้ขึ้นมาถึงใบหู แรงขัดขืนของร่างเล็กกลับดูไร้ผลในทันที





" ฮันกยอง ..ฉันไม่ชอบ ปล่อยเดี๋ยวนี้ " เสียงหวานตะโกนใส่คนตรงหน้าที่เขาไม่อาจหลุดจากวงแขนแกร่งนี้ได้ มือเรียวพยายามดันตัวของอีกฝ่ายออก แต่กลับเป็นเขาที่โดนปากของร่างสูงปิดแทน





" อ..อื้อ " ใบหน้าหวานสะบัดหนี ทำให้ฟันขาวขบลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแรงเมื่อฮันกยองใช้ลิ้นอุ่นดุนเข้ามาในปากของซองมิน ใบหน้าเข้มจึงคลายออกห่างก่อนยกมือเช็ดเลือดตรงริมฝีปาก..





" นายมันบ้า ..เลวที่สุด " เสียงหวานด่าทอการกระทำเมื่อครู่ ก่อนสะพายกระเป๋าแล้ววิ่งออกไป.. มือเรียวขยี้ริมฝีปากของตัวเองจนเป็นรอยช้ำ ฮันกยองทิ้งตัวลงบนที่นอน..มือหนาลูบเตียงอย่างเบามือ สิ่งที่ทำให้เขากับซองมินรู้จักกันมากขึ้น ถ้าวันเลือกเตียงนอน..ซองมินไม่จุ้นจนคิบอมส่งสายตามาให้เขาช่วย ตอนนี้คนรักของร่างเล็กก็อาจไม่ใช่เขา นั่นก็หมายถึง..ตอนนี้คนที่ยืนเคียงข้างร่างเล็กคงเป็น





" ..โจ คยูฮยอน.. "








ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่ภายนอกกลั้นหายใจจนเสียงประตูบ้านปิดลงเสียงดัง ..ซองมินออกไปแล้ว.. ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินมาบริเวณห้องนั่งเล่นแล้วเริ่มบทสนทนากัน





" คยูฮยอนชอบซองมินเหรอ " เรียววุคพูดถึงหนุ่มน้อยที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า พอซองมินรู้จากพวกเขาว่าคยูฮยอนกลับบ้านก็รีบเก็บของทันที





" คงงั้น ..สงสัยตั้งแต่ตอนที่พวกนั้นมันเล่นมินิดราม่าแหง " ฮยอกแจออกความเห็น พลางนึกถึงฉากที่คยูฮยอนจูบหน้าผากร่างเล็กบนรถ สมจริงเสียจนเขาเคลิ้มเลยทีเดียว





" แย่..แย่มากๆ แล้วอย่างนี้..ฮันกยองก็แย่น่ะสิ " ชินดงส่ายหน้าเล็กๆกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น





" ฉันว่าคนที่แย่น่ะ ไม่ใช่..ฮันกยองหรอก น่าจะเป็น..ซองมินมากกว่า " เยซองรำพึง ..น่าสงสารซองมิน คนหนึ่งก็รักเหมือนน้อง อีกคนก็คนรัก หมอนั่นคงทำตัวลำบากไม่ใช่น้อย





" อืม..เฮ้อ~ " เสียงถอนหายใจพร้อมกันของผู้ร่วมวงสนทนา ..คิดไม่ตกกับแต่ละเรื่องที่เกิดในวง หวังว่าหัวหน้าวงคนตาสวยนามว่า อีทึก จะรับมันไหว.. เพราะเขาเป็นที่พึ่งสุดท้าย



...........................................



อีทึกนั่งรอเข้าห้องซ้อมตอนบ่าย ใบหน้าหวานเหยเกเล็กน้อยเมื่อพยายามขยับตัว..ความเจ็บที่แล่นปลาบเข้ามาที่สะโพก เพราะเหตุการณ์เมื่อวาน โชคยังเข้าข้างร่างบางอยู่บ้างที่วันนี้ เขาแค่มาคุมรุ่นน้องร้องเพลงเท่านั้น





" สวัสดีค่ะ พี่อีทึก " เสียงใสทักมาแต่ไกล คนถูกเรียกจึงเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่อ่านอยู่





" ซูยอน เฮียวยอน " ชายหนุ่มทักทายกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เด็กสาวสองคนนั่งลงขนาบรุ่นพี่





" พี่หน้าซีดจัง เป็นอะไรหรือเปล่า " หลังมือหญิงสาวกำลังจะแตะลงบนหน้าผากอีทึก แต่เจ้าตัวเขยิบหนีซะก่อน





" พี่ไม่เป็นไร ..คงเพราะอากาศหนาวมั้ง " เสียงหัวเราะแห้งๆกับคำตอบของตัวเอง อุตส่าห์ปกปิดรอยมาอย่างดีแล้วเชียว ยังสังเกตได้อีก..





" จริงด้วย พี่ต้องบำรุงร่างกายนะ ต้องมาคุมพวกเราเนี่ย..คงเหนื่อยกันหน่อย " เฮียวยอนพูดทีเล่นทีจริง ..ก่อนทั้งหมดจะหัวเราะร่วน รอยยิ้มบนใบหน้าของเฮียวยอนดูจะสื่อความหมายที่ต่างจากซูยอนและอีทึกกำลังคิดอยู่





..เป็นเหยื่อของซูยอน พี่ต้องเหนื่อยแสนสาหัสเลยล่ะ..





ดวงตากลมโตสังเกตเห็นผ้าพันคอที่อีทึกใส่อยู่ ..ทั้งที่อากาศในตึกอุ่นกว่าข้างนอกมาก ทำไมถึงยังสวมอยู่





" ผ้าพันคอพี่สวยจัง ขอฉันใส่บ้างได้มั้ย " มือเรียวที่พยายามหยิบผ้าพันคอถูกมือบางจับเอาไว้แน่น อีทึกนิ่งสักพักก่อนเอ่ยตอบแบบขอไปที





" อันนี้มันเก่าแล้ว ถ้าซูยอนชอบ พี่จะซื้อให้ใหม่นะ " เมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ เสียงถอนหายใจโล่งอกก็ดังขึ้น เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ..ถ้าจับไว้ไม่ทัน มีหวังรอยที่คังอินแต้มบนคอของเขาได้ประจานตัวเองแน่ๆ





ทำไมฉันจะไม่รู้ว่า ..พี่ทำอะไรในลิฟท์นั่น ที่ห้ามมือฉันเมื่อกี้คงเพราะร่องรอยที่เกิดขึ้นสินะ



ฮึฮึ..พี่คอยดูแล้วกัน ฉันทำได้ดีกว่าพี่แน่นอน





" ไปกันเถอะ..ได้เวลาซ้อมแล้ว " เสียงหวานเตือนก่อนเดินนำเข้าห้อง





...





อีทึกรู้สึกถึงแรงสั่นในกระเป๋าเสื้อนอก ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ





" ยอโบเซโย "





[ ทึกกี้ ฉันเองนะ ]





" อืม..ฉันรู้ "





[ ตอนนี้ฉันอยู่ข้างนอก ]





" อือ "





[ คือ..ฉัน ]





" ฉันอนุญาต..แต่ห้ามกลับหลังเที่ยงคืน "





[ ทึกกี้รู้ใจฉันที่สุด ขอบใจนะ ]





นิ้วเรียวกดปุ่มวางสาย ..ถอนหายใจยาว ร่างสูงออกไปทำงานแต่เช้า..ทิ้งให้เขานอนซมอยู่ที่บ้าน แล้วตอนนี้ก็ยังจะขอเที่ยวอีก ถ้าห้ามก็คงไม่ฟังกัน ดีเท่าไหร่..ที่คังอินโทรมาบอกเขา ก่อนหน้านี้ไม่เคยเลยสักครั้ง..คิดจะไปก็ไปทันที





" มีอะไรหรือเปล่าคะ " เสียงแหลมเรียกอีทึกออกจากภวังค์ คนตาสวยสั่นหน้าเป็นคำตอบก่อนบอกให้หญิงสาวมาเริ่มซ้อมต่ออีกครั้ง



...................................................





" คังอิน.. " ฮีชอลเรียกชายหนุ่มที่กำลังเสริมหล่อเตรียมตัวออกไปเที่ยวข้างนอก





" นายจะออกไปข้างนอกใช่มั้ย ฝากของไปให้อีทึกที่บริษัทหน่อย " มือเรียวยื่นซองเอกสารให้คังอิน หมอนั่นยุ่งจนลืมของ..แย่จริงๆ





" อ่า.. พี่ฮีชอล " เสียงทุ้มเริ่มโอดครวญกับการใช้งานของร่างตรงหน้า อุตส่าห์โทรบอกอีทึกแล้วว่าจะไปข้างนอก..แล้วถ้าไปเจอกันตอนนี้ กลัวว่าร่างบางจะเปลี่ยนใจ..ดีไม่ดีอาจขอติดรถกลับมาเลย มีหวังเขาคงไม่ได้ออกไปตะลอนแน่





" รีบไปเลย ..เอกสารสำคัญด้วยสิ " มือหนารับซองมาอย่างเสียไม่ได้ ..แล้วเดินออกไปขึ้นรถที่จอดไว้





...





" พี่อีทึก ขอพักก่อนได้มั้ยคะ " ซูยอนเอ่ยขอ หลังจากร้องเพลงสุดท้ายจบ ผ้าขนหนูผืนบางที่พาดอยู่บนเก้าอี้ถูกหยิบขึ้นมาซับเหงื่อบนใบหน้า





" อืม.. พี่ว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวพวกเราจะไม่ไหวเปล่าๆ " เพิ่งซ้อมหนักเป็นครั้งแรกด้วย..กล่องเสียงคงปรับสภาพไม่ทันกับการซ้อมหนัก อีทึกมองเปียโนที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง..จำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่แตะลงบนคีย์เมื่อไหร่ เพลงสุดท้ายที่เล่นน่าจะในวันครบรอบ 100 วันที่เขากับคังอินคบกัน..นานมาแล้ว





เฮียวยอนมองใบหน้าหวานก่อนไล่ตามสายตาคู่สวยแล้วหยุดลงที่เครื่องดนตรีตรงหน้า " พี่อีทึกเล่นเปียโนเป็นด้วยเหรอคะ "





" อืม ..พอได้น่ะ " ทำนองที่ยังติดในความทรงจำดังก้องขึ้นอีกครั้ง ..ร่างสูงบอกให้เขาเล่นเพลงลูกทุ่งแทนเพลงคลาสสิคที่เตรียมไว้ มีหรือที่คนอย่างเขาจะยอมให้..ในเมื่อเขาเป็นคนเล่น





" ถ้าไม่รบกวนเกินไป..พี่ลองเล่นให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ " ซูยอนเดินเข้ามาใกล้อีทึกมากยิ่งขึ้นกว่าจูงมือร่างโปร่งมายังเปียโน อีทึกนั่งบนเก้าอี้ก่อนวางนิ้วลงบนคีย์ในท่าเตรียมพร้อม





" พี่เล่นไม่เก่ง ถ้าไม่เพราะ..จะว่ากันทีหลังไม่ได้ " หญิงสาวทั้งสองคนพยักหน้าสัญญา อีทึกจึงเริ่มกดปลายนิ้วช้าๆตามทำนองเพลง ชอบเพลงนี้ตั้งแต่ได้ฟังครั้งแรก ..รู้สึกถึงตัวตนของตัวเองในบทเพลง ทุกครั้งที่ได้ยินทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน..







" นายเล่นเพลงนี้เถอะ "



" ไม่ ..ฉันเตรียมเพลงมาแล้ว "



" แต่เพลงนี้สนุกนะ "



" วันนี้ ฉันอยากเล่นเพลงเศร้านี่นา "



" ตามใจฉันไม่ได้รึไง "




" แต่ฉันเป็นคนเล่น ..ต้องตามใจฉันถึงจะถูก "




" โอเค ฉันแพ้.. "




...



" ทำไมนายถึงไม่เล่นเพลงที่ฉันบอก "



" เพราะเพลงของนายทำให้เรายิ้มได้อย่างเดียว.. "




" อืม "




" แต่เพลงของฉันทำให้รู้สึกอยากยิ้มและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน "







เสียงปรบมือดังรัวทันทีที่ปลายนิ้วเรียวกดโน้ตตัวสุดท้ายจบลง " พี่เก่งจัง ..ฉันอยากเล่นได้อย่างพี่บ้าง " ซูยอนเอ่ย





" ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก " อีทึกยิ้มบางๆให้คนทั้งคู่ ชมจนเขาเริ่มอาย..ปกติเล่นทีไร คังอินแค่พูดว่า " ก็ดี " เท่านั้น





" เพลงที่พี่เล่นเมื่อกี้ชื่ออะไรเหรอ " เฮียวยอนถามขึ้น เผื่อบางทีเธอจะได้ไปหามาฟังบ้าง





" Serenade ของชูเบิร์ตน่ะ "





" พี่ต้องสอนฉันเล่นนะ..ได้มั้ย " ซูยอนเขย่าแขนคนนั่งอยู่อย่างออดอ้อน อีทึกพยักหน้าพลางลุกขึ้นให้หญิงสาวนั่งแทนเขา





" พี่นั่งด้วยกันสิ ..จะได้สอนสะดวกไง " ตกลงเก้าอี้เปียโนปรากฏร่างของผู้เล่นสองคน ..หนึ่งเป็นหญิงสาวที่เพิ่งรู้ตัวว่า อยากเล่น..เมื่อได้ฟังเพลงเมื่อครู่ ส่วนอีกคน..คนตาสวยที่คอยจับนิ้วซูยอนเล่นเปียโนอย่างตั้งใจ





" ไม่ใช่ ..ต้องอย่างนี้ต่างหาก " เสียงหวานดุคนที่สอนไปหลายรอบ แต่ก็ยังทำไม่ได้(หรือไม่อยากทำให้ถูก?? )





" ขอโทษค่ะ.. " ซูยอนโปรยยิ้มอีกรอบ เหมือนทุกครั้งที่เธอกดผิดคีย์.. เฮียวยอนมองคนทั้งคู่ที่เล่นเปียโนด้วยกันราวกับตัวเองเป็นส่วนเกิน เธอจึงเดินถอยออกมา..หวังจะไปเข้าห้องน้ำ






..ปึ่ก..





เฮียวยอนล้มลงตามแรงกระแทกของอีกฝ่าย ..ชายหนุ่มที่สวมหมวกพรางใบหน้ายื่นมือให้หญิงสาวจับก่อนดึงตัวขึ้น





" เจ็บตรงไหนหรือเปล่า " เฮียวยอนสั่นหน้าเบาๆพลางปัดเศษฝุ่นที่ติดตรงกางเกงออก ..โค้งตัวเล็กน้อยก่อนก้าวเท้าห่างจากร่างสูง





"เดี๋ยว.. เธอเห็นทึกกี้หรือเปล่า " เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างร้อนรน ..หญิงสาวมองใบหน้าเข้มอย่างสงสัย ทึกกี้..คือใคร





" อีทึกอยู่ชั้นนี้หรือเปล่า " คังอินเปลี่ยนสรรพนามแทนคนรักของตนใหม่ ..ลืมตัวจึงเรียกชื่อส่วนตัวออกไป





" อ๋อ พี่อีทึก..พี่เขาอยู่ตรงห้องนู้นน่ะค่ะ " เฮียวยอนชี้ไปยังประตูห้องที่ตัวเองเพิ่งออกมา





" ขอบใจนะ " คังอินก้มหัวเล็กน้อยก่อนรีบเดิน ..ทิ้งให้เฮียวยอนสงสัยว่าใคร..ที่มาหาอีทึกตอนนี้






เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังเล็ดลอดจากประตู ..ช่องกระจกใสบานเล็กที่สามารถมองทะลุเห็นสิ่งของต่างๆภายในห้อง ดวงตาสีดำมองหาร่างบาง กลับต้องสะดุดเมื่อเห็นแผ่นหลังอีทึกนั่งข้างหญิงสาวผมสาวที่ถักเปียสองข้าง พอใบหน้าหวานหันมายิ้มให้คนข้างตัวก็ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้น มือหนาที่ถือซองเอกสารไว้กำจนกระดาษยับยู่ยี่ คังอินมองด้วยสายตาไม่พอใจ..





บอกว่าต้องมาทำงานที่บริษัท



นี่คงเป็นงานของนายสินะ..สอนสาวน้อยเล่นเปียโน





ร่างสูงทิ้งซองกระดาษไว้หน้าประตูก่อนเดินออกไปอย่างรวดเร็วสวนทางกับเฮียวยอนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ





" พี่อีทึก ..เมื่อกี้มีคนมาถามหาพี่ ได้เจอกันหรือเปล่า " อีทึกหันตามเสียงเรียก พลางชี้นิ้วที่ตัวเอง.. เฮียวยอนพยักหน้าย้ำอีกครั้ง





" ไม่นี่ ..ไม่เห็นใครเลย " ร่างบางปฏิเสธ เฮียวยอนจึงหยิบซองเอกสารที่ตกตรงหน้าประตูยื่นให้ชายหนุ่ม คนตาสวยรับก่อนเปิดดูของข้างใน ดวงตาที่เริ่มฉายแววตรึงเครียด..เพราะกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกแนบไว้ภายใน





" พี่อีทึก.. "





" ครับ เหนื่อยกันมาทั้งวัน ไปหาอะไรกินกันเถอะ..เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง " อีทึกเก็บกระดาษลงซองก่อนยัดลงในกระเป๋าถือของตัวเอง เสียงร้องดีใจของรุ่นน้องทั้งสองคนดูท่าจะไม่ได้ทำให้รุ่นพี่ดีใจสักนิด สิ่งที่กังวลมากกว่าคือข้อความในนั้น ไม่มีทางที่เขามาแล้วจะไม่เข้ามาทัก..ยกเว้นว่าเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้เข้าใจผิด





อีทึก ..นายลืมซองนี่ไว้ที่บ้าน


ฉันเลยนึกแผนอะไรบางอย่างออก


ลากคนที่เอาของมาให้นายกลับบ้านให้ได้นะ


นายคงรู้ว่า หมอนี่กำลังจะไปไหน


จาก องค์หญิงซินเดอเรลล่า


..................................................................................

 

ฮีชอลก้าวเท้าออกจากห้องนอน เพราะเสียงออดที่ดังลั่นทั่วบ้าน.. มือบางขยี้ตาไล่ความง่วงก่อนเดินมาเปิดประตูต้อนรับแขกยามวิกาล ..เวลาที่ทุกคนในบ้านกำลังหลับสนิทบนที่นอนอุ่นของตน




" มาแล้ว มาแล้ว " คนสวยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ..ไอ้บ้าตัวไหนมาดึกดื่นป่านนี้ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ เตรียมขุดหลุมศพไว้ได้เลย




ที่พูดอย่างนั้น เพราะทุกคนในบ้านต่างก็มีกุญแจสำรองที่อีทึกเป็นคนแจก ..ดังนั้น คนที่อยู่ตรงหน้าประตูตอนนี้ไม่น่าจะเป็นสมาชิกในวง




" อ้า ..สวัสดีค่ะ พี่ฮีนิม " เสียงใสทักทายด้วยน้ำเสียงร่าเริง หลังจากที่เห็นใบหน้าสวยของชายหนุ่มโผล่พ้นประตูออกมาดวงตาคมหรี่ลงเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัด เสียงแหลมแสบแก้วหู..คุ้นๆ " เจสสิก้า.. " เสียงหวานอุทาน แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจไปมากกว่านั้นคือ คนที่หญิงสาวพยุงอยู่ข้างตัว




" อีทึก " ฮีชอลรีบสอดแขนรับตัวคนตาสวยที่กำลังจะเสียหลักล้มลงกองกับพื้น ..พวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงจัด กลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คละคลุ้งที่ทำเอาฮีชอลเบือนหน้าหนี




" ไม่ได้เจอกันนานนะคะ " ซูยอนเอียงคอพองาม ก่อนส่งสายตากลมโตให้คนสวมชุดนอน ร่างโปร่งหิ้วปีกคนไม่ได้สติอย่างทุลักทุเล พลางส่งสายตาพร้อมเบะปากเล็กๆ.. รับไม่ได้กับท่าทาง(แกล้ง)ไร้เดียงสาของอีกฝ่าย




" อืม ไม่ได้เจอกันนาน " และไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก.. ช่างเป็นกรรมอะไรของฉันเนี่ย




" เธอพาอีทึกไปไหนมา " ฮีชอลขึ้นเสียงเข้มถามหญิงสาวตรงหน้าที่ยิ้มกริ่มเหมือนถือไพ่เหนือกว่าอยู่




" ทำไมพี่พูดอย่างนี้ล่ะคะ ไม่ยุติธรรมเลย..ทั้งที่พี่อีทึกเป็นคนพาฉันไปแท้ๆ " ซูยอนตีหน้าเศร้าเรียกร้องความสนใจ ฮีชอลได้แต่นึกในใจ..ตอนนี้มีแต่เธอกับฉันเท่านั้น เลิกแกล้งทำตัวน่ารักเถอะ เห็นแล้วมันสะอิดสะเอียน..




" ฉันก็แค่ไปทานข้าวเย็นกับพี่เค้าเท่านั้น "




" ทานข้าวเย็น ..แล้วทำไมอีทึกถึงเมามายขนาดนี้ " คนสวยมองใบหน้าหวานที่พิงไหล่ของเขาอยู่.. ดูท่าจะคงหนักเอาการ




" ก็พี่อีทึกจะดื่มให้ได้เลย ฉันห้ามก็ไม่ฟัง..ยิ่งดื่มก็ยิ่งสั่งเพิ่ม ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไง " น้ำเสียงพ้อเล็กๆดังขึ้น ฮีชอลพ่นลมหายใจอย่างแรง ..ฉันคงเชื่อเธอหรอก ยัยร้อยเล่ห์ซูยอน..




" ขอบใจที่มาส่ง นี่ก็ดึกแล้ว..เธอรีบกลับเถอะ " เสียงคนสวยตัดบทสนทนา ร่างที่พยุงไว้เริ่มหนักขึ้นเรื่อยแล้วสิ.. ซูยอนพยายามร้องทัก เพื่อที่จะได้เข้าไปในบ้าน..อย่างน้อย ร่างโปร่งตรงหน้าน่าจะมีมารยาทเรียกเธอไปดื่มน้ำก่อนก็ยังดี




" ขอโทษนะ.. บังเอิญว่า ตอนนี้ห้องครัวบ้านเราปิดแล้ว ที่จริงฉันก็อยากให้เธอเข้ามาพักให้หายเหนื่อยก่อนเหมือนกัน น่าเสียดายจริงๆ " ฮีชอลไม่น้อยหน้าแกล้งตีหน้าตาย..พร้อมส่งสายตาเห็นใจให้ซูยอนที่ขบกรามแน่น




" ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไว้ทีหลังฉันจะมาเยี่ยมใหม่นะคะ " ซูยอนโค้งตัวลาก่อนหมุนตัวเตรียมเดินออกไป แต่เสียงของคนสวยเรียกเธอไว้เสียก่อน




" เดี๋ยวสิ ..ซูยอน ฉันมีเรื่องบางอย่างจะบอกเธอ "




" คะ... " บางทีคนตรงหน้าอาจรู้จักคำว่า..มารยาทบ้างแล้ว




" คราวหลังเรียกฉันว่า ฮีชอล..น่าจะเหมาะกว่า แค่นี้ล่ะ " หญิงสาวกะพริบตาปริบเมื่อถูกประตูปิดใส่หน้า อะไรกัน..เจอหน้ากันครั้งแรกในรอบหลายเดือนก็เริ่มออกลายซะแล้ว พี่ดูแรงขึ้นเยอะเลยนะ..แต่ก่อนไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้เลย ออกจะเอ็นดูฉันมากมายแล้วนี่ ขนาดชื่อที่พี่เคยอนุญาตให้ฉันเรียกได้กลับโดนห้าม.. ในเมื่อพี่ต้องการแบบนี้ เราจะได้เห็นดีกัน.. หญิงสาวมองค้อนประตูบ้านพลางแสยะยิ้มก่อนเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

 

 

 

 

ฮีชอลวางร่างของอีทึกไว้ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ..มือบางบีบนวดไหล่ของตัวเอง ขณะมองเพื่อนสนิทที่ยังหลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว ฟังจากที่ซูยอนเล่ามา..ไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย เขารู้ดีว่า คนตาสวยไม่ใช่คนที่จะดื่มได้ง่ายๆ.. แน่นอนว่า อีทึกรู้ลิมิตของตัวเอง ไม่มีทางเมาไม่ได้สติอย่างตอนนี้ และมันคงตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากโดนสาวน้อยร้อยเล่ห์นั่น..มอมเหล้า!!




" อืม.. " เสียงครางแผ่วเบาปลุกฮีชอลออกจากความคิด แล้วเดินไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ความอุ่นกับร่างที่นอนอยู่




" อีทึกน้า.. นายไม่รู้ตัวเลยล่ะสิว่ากำลังเล่นกับอะไร " เสียงหวานรำพึงอย่างเป็นห่วง ..ยิ่งเห็นใบหน้าของหัวหน้าวงในตอนนี้ด้วยแล้ว ยิ่งกังวลกว่าเดิม




ดวงตาคมมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่เหนือโทรทัศน์ ..ใกล้เวลาที่คังอินจะกลับเข้าบ้าน ถ้าหมอนั่นเห็นนายในสภาพนี้..ฉันยังไม่อยากคาดเดาเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฮีชอลจึงนั่งลงเป็นเพื่อนอีทึก..รอเวลาที่คังอินจะกลับมาพาร่างที่นอนซุกอยู่เข้าห้องนอน




..กริ๊ก..




เสียงไขกุญแจ..ปลุกให้ร่างที่กำลังจะหลับเข้าห้วงนิทราอีกคนตื่นขึ้น ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมแววตาสงสัย.. "  กว่าจะกลับมาได้..เล่นเอาฉันจะหนาวตายอยู่แล้ว " ฮีชอลพูดติดตลกก่อนลุกขึ้น ดวงตาสีเข้มยังจ้องร่างคนรักบนโซฟาไม่วางตาจนคนที่ยืนอยู่ด้วยต้องร้องทัก




" อย่างที่เห็น..อีทึกเมามาก นายช่วยจัดการต่อทีแล้วกัน ฉันจะเข้านอนแล้ว " คำอธิบายที่ลอยเข้าหูของคังอิน ไม่ได้ทำให้ร่างสูงตอบกลับแม้แต่น้อย อารมณ์อึมครึมในร่างกายของเขาตอนนี้..ไม่แน่ใจความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน




" เออ..ฉันลืมบอกไป จอง ซูยอน..กลับมาแล้ว " เพียงถ้อยคำประโยคเดียวก็ทำให้หัวใจของร่างสูงชาวูบ ถ้าเป็นอย่างที่ฮีชอลพูด คนที่เขาเห็นเล่นเปียโนข้างคนตาสวยก็คงหนีไม่พ้นผู้หญิงคนนั้น..เสียงพ่นลมราวกับแค่นหัวเราะในลำคอ ไม่นึกว่าเธอจะกลับมาอีก.. ไม่อยากคิดไปเอง แต่การกลับมานั่น..คงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก



.........................................................



อีทึกนอนนิ่งอยู่บนเตียง หลังจากถูกร่างสูงอุ้มเข้ามา.. ใบหน้าเข้มมองร่างบางก่อนเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดใบหน้าหวานให้ ..ดื่มหนักไม่ใช่เล่น.. คิ้วบางนิ่วเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับความเปียกชื้นบนใบหน้า มือเรียวจึงยกขึ้นปัดผ้าออก




" ม่าย..เอา " เสียงหวานพูดในลำคอ พลางหันใบหน้าหนี.. คังอินมองอย่างชั่งใจก่อนจับแขนอีกฝ่ายจนแน่ใจว่าคนตรงหน้าจะอยู่นิ่งๆให้เขาเช็ดตัวได้สะดวก




เปลือกตาหน่วงลืมขึ้น..เพ่งมองร่างสูง คนรักของตัวเอง " คังอิน.. นายเอง " อีทึกระบายยิ้มเล็กน้อยดีใจพลางลุกขึ้นนั่ง




" เที่ยวมาซาหนุกม้าย.. เล่าห้ายฟังหน่อยสิ " คนที่โดนฤทธิ์แอลกอฮอล์เอ่ยถาม ถ้าเป็นปกติ..เขาคงไม่กล้าที่จะถามเรื่องแบบนี้กับคนตรงหน้า แต่ตอนนี้..บางสิ่งที่อยากรู้ เพราะสิ่งที่ดื่ม ทำให้เขากล้า..




ดวงตาสีเข้มมองอีทึกด้วยสีหน้าต่างจากอีกคน ..ความกังวลที่ค่อยๆเริ่มทำให้ความขี้เล่นของตัวเองหายไป จะให้เขาทำอย่างไร ในเมื่อ..สิ่งที่รับรู้มากำลังเป็นปัญหาสำคัญระหว่างเขากับคนรัก " นายไม่น่าดื่มขนาดนี้.. "




" เหรอ ..โล่งออก ช้านชอบจัง วันหลังไปอีกดีกว่า.. ชวนซูยอนไป โอ้ย!! " คนพูดร้องลั่น เมื่อความเจ็บปวดที่แล่นจากปลายแขนขวากำลังทำให้เขารู้สึกตัว




" นายห้ามไปกับเธออีก.. " แววตาขุ่นเคืองมองร่างสูง ถ้าไม่เมา..ใบหน้าหวานคงไม่ปล่อยสายตาได้ง่ายดายเช่นนี้ โดยเฉพาะ..กับคังอิน




" ม่าย ..ทีนายยังไปเที่ยวได้เลย แล้วฉันก็ไม่ได้ห้ามนายสักหน่อย ถ้าฉันไปเที่ยวกับคนอื่น..นายก็ไม่เห็นต้องโวยวายเลยนี่ " คังอินนิ่งกับเสียงหวานที่ได้ยิน เพราะเขาหรือ..ที่ทำให้คนตรงหน้าหมดสภาพแบบนี้ เพราะต้องการให้เขารับรู้ถึงความรู้สึกของคนที่รอใครบางคนกลับมาบ้าน คือสิ่งที่อีทึกกำลังบอกใช่มั้ย




" ฉันสั่งห้าม..ไม่ให้นายไปไหนกับซูยอนอีก "




" ฉันจาไป ..วันนี้ซูยอนน่ารักชะมัด " น้ำเสียงพร่ำเพ้อ เร่งแรงบีบที่ต้นแขนเรียว ใบหน้าหวานนิ่วเล็กน้อย..พยายามจะผลักตัวเองให้ไกลจากคนตรงหน้า




" เจ็บน้าาาา.. " อีทึกโอดโอย แต่ดูท่าร่างสูงจะไม่ค่อยสนใจกับเสียงนั่นซะเท่าไหร่ ..ตอนนี้เขากำลังหึงมากกว่า พอนึกถึงรอยยิ้มที่ปกติเขาจะเป็นฝ่ายได้รับจากร่างบางกลับกลายเป็นหญิงสาวที่มาแทนที่ก็เริ่มไม่พอใจมากยิ่งขึ้น




" ถ้านายอยากไปเที่ยวที่ไหน ..บอกฉันนะ ทึกกี้ ฉันจะเป็นคนพานายไปเอง เข้าใจมั้ย " มือหนาคลายแขนของอีกฝ่ายลง ก่อนเปลี่ยนเป็นการสวมกอดร่างบางตรงหน้า.. คางมนเกยบนไหล่หนา อีทึกลูบหลังของคังอินด้วยสีหน้ามีความสุข




" นายสัญญาแล้วนะ นายต้องพาฉันไปด้วย..ไม่ว่าฉันอยากไปไหน นายห้ามขัดใจเด็ดขาด "




" อืม.. " ริมฝีปากหนากดลงบนหน้าผากเนียนเพียงปลายสัมผัส แต่กลับทำให้หัวใจของร่างบางรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่ไหลภายในร่างกาย ..ฉันคงรักนายมากกว่าเดิมอีกแล้วสิ..




" คังอิน..นายเหมือนหมีเลยแฮะ " อีทึกจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายพลางหัวเราะเสียงดัง ถ้ามีขนสีน้ำตาลเต็มตัวนี่จะเอาไปให้สวนสัตว์แล้ว ฮ่าฮ่า..




" งั้นทึกกี้เป็นคนเลี้ยงหมีดีมั้ย ..อย่าลืมให้อาหารมันล่ะ "




" อาหารหมี ..ปลา หรือว่าน้ำผึ้ง "




" นั่นมันสำหรับหมีทั่วไป แต่ถ้าเป็๋นตัวนี้..ความรักจากทึกกี้ต่างหากที่ฉันอยากได้ " แววตาที่เต็มไปด้วยความรักถูกส่งมอบให้อีทึกที่ยังคงแก้มแดงไม่รู้เพราะความเขินอายหรือเพราะดื่มมากไปกันแน่ ริมฝีปากที่เลื่อนใกล้กันเรื่อยๆ พร้อมกับดวงตาที่เคยสบกันหวานซึ้งปิดลงเพื่อรับรสหวานของอีกฝ่าย ไม่เคยเบื่อกับสิ่งนี้เลยสักครั้ง..มีแต่ต้องการเพิ่มมากขึ้น..มากขึ้นอีก




" อุ๊บ..แหวะ " คังอินลืมตามองเรื่องที่ไม่คาดฝัน ..เสื้อที่ตัวเองสวมอยู่โดนสิ่งที่ร่างบางขย้อนออกมาเข้าเต็มเปา รสจูบที่หอมหวานกลายเป็นกลิ่นอาหารที่คนตาสวยทานเข้าไปเมื่อตอนเย็น




" ทึกกี้ นาย.. " เสียงทุ้มเอ่ยไม่ทันจบประโยค เพราะร่างที่เขาต้องการต่อว่าตรงหน้าผล็อบหลับไปซะแล้ว.. มือหนาจึงเอื้อมหยิบผ้าห่มให้อีกฝ่าย พลางมองอย่างเอ็นดู..แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า




จะมีเรื่องอะไร ที่ทำให้ฉันคนนี้โกรธนายได้บ้างมั้ย..ทึกกี้


...........................................................



แสงจ้าส่องไล่หลังร่างบางที่นอนคู้อยู่ในผ้าห่มอุ่น คิ้วบางขมวดมุ่นพลางยกผ้าขึ้นคลุมศีรษะของตัวเอง.. ตุ้บ ตุ้บ เสียงในสมองที่ดังก้องเป็นจังหวะ ทำให้อีทึกไม่อาจนอนหลับต่อไปได้อีก




" ปวดหัววววววววววววว.. " เสียงโหวกเหวก เพราะความปวดที่ได้รับทำให้อีทึกตะโกนสุดแรง เผื่อจะปลดปล่อยความรู้สึกได้บ้าง




" โอ๊ยยยยยย ทำไมโลกมันหมุนติ้วอย่างนี้ " อีทึกมองเพดานห้องที่หมุนเร็วขึ้น..เร็วขึ้น แล้วก็หยุดลงอย่างรวดเร็ว ร่างบางมองนิ่งสักพักก่อนรีบวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยอาการพะอืดพะอม




" เฮ้อ.. " ใบหน้าหวานมองตัวเองในกระจกหลังจากอาเจียนเสร็จเรียบร้อย เมื่อวาน..เขาจำได้แค่เพียงพาสองสาวไปทานข้าวเย็นด้วยเท่านั้น แล้วซูยอนอ้อนขอไปร้องเพลงต่อ.. เฮียวยอนขอตัวกลับบ้านทิ้งให้เขากับซูยอนอยู่ตามลำพัง จากนั้น.. จำอะไรไม่ได้เลย จนรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคังอินพูดอะไรสักอย่างกับเขา




" โอ้ย ...ปวดหัวแทบระเบิดแล้ว " อีทึกระบายอารมณ์อีกครั้งด้วยความหงุดหงิด ให้มันได้อย่างนี้สิ.. ไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ ตาสวยเหลือบมองคนที่ยืนกอดอกพิงประตูห้องน้ำ..




" ฮีชอล "




" ดีนะ ที่ยังจำฉันได้.. " เสียงหัวเราะพร้อมรอยยิ้มแสยะเล็กน้อย เหมือนต้องการเยาะเย้ยอาการของคนตรงหน้า




" ฮีชอล ..ฉันปวดหัวอ่ะ ทำไงดี " เสียงหวานปรึกษาเพื่อนสนิท ที่..น่าจะมีประสบการณ์ด้านนี้มากกว่าเขา




" ตัดหัวเลยดีมั้ย " อยู่ดีไม่ว่าดี ดันไปหลงคารมของยัยตัวแสบจนตัวเองต้องมานั่งทรมาน..สมควรมั้ยล่ะ




" ฮ่าฮ่า ..ช่วยขำแล้วกัน " เสียงหัวเราะฝืดเคืองของคนทั้งคู่ เพื่อไว้อาลัยแด่คำพูดของฮีชอล




" ฉันเตรียมชาร้อนไว้ให้แล้ว คังอิน..กำลังทำอาหารเช้าให้นายอยู่ หมอนั่นตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่เลย..สงสัยวันนี้หิมะละลายท่วมเกาหลีแน่ " อืม ร่างสูงไม่เคยลงมือทำของกินให้เขาเลยสักครั้ง คงมีแต่ครั้งนี้ที่ท่าทางแปลกเอาการ..เหมือนกำลังทำอะไรผิดแล้วกลบเกลื่อนอย่างนั้นแหละ อีทึกพยักหน้ารับรู้ก่อนที่ฮีชอลจะขอตัวออกไปปลุกคนรักของตัวเองที่ยังนอนไม่รู้กลางวันกลางคืนอยู่




เท้าเรียวก้าวมานั่งที่โต๊ะแต่งตัวด้วยอาการที่เริ่มทุเลา..โทรศัพท์ของตัวเองที่สั่นดัง ทำให้ร่างบางต้องกดรับด้วยความจำเป็น



[ อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่อีทึก ]




หน้าหวานนิ่งอึ้งกับเสียงแหลมเมื่อครู่..เสียงซูยอนนี่หว่า " ค..ครับ "




[ ตกใจเหรอคะ ที่ฉันโทรมาหา ]




" แปลกใจมากกว่า.. " ปิดบังความสงสัยของตัวเอง..ว่าหญิงสาวไปได้เบอร์ของเขามาได้ยังไง




[ เมื่อวานพี่ให้เบอร์มา ฉันเลยลองโทรดูว่าใช่เบอร์ของพี่หรือเปล่า ]




" ให้เบอร์.. " คนตาสวยงงกับคำพูดของซูยอน ไปให้..ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

[ พี่แกล้งลืมใช่มั้ยล่ะ ก็พี่ขอเบอร์ฉันไว้..ฉันเลยขอบ้าง แลกกัน ^///^ ]




" งั้นเหรอครับ โทรมามีอะไรหรือเปล่า " อีทึกเข้าใจตามที่ซูยอนพูด แต่ความจริงก็คือ..ซูยอนหยิบมือถือร่างโปร่งตอนเผลอมากดเบอร์ตัวเองลงไปแล้วโทรเข้าเครื่องตัวเอง




[ แค่เป็นห่วงพี่นะค่ะ ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ ] น้ำเสียงเป็นห่วงที่ดูจะมากเกินไปยิ่งทำให้อีทึกยิ้มแหยเล็กน้อย




" นิดหน่อย ซูยอนไม่ต้องเป็นห่วงนะ..พรุ่งนี้ พี่ไปทำงานได้แน่นอน "




" ทึกกี้.. " เสียงทุ้มเรียกร่างคนรักที่อยู่ในห้อง ..ขณะเปิดประตูเข้ามา




[ อยากเจอพี่วันนี้จัง เสียดายนะคะ..พี่อยากเจอฉันมั้ย ] น้ำเสียงออดอ้อนเหมือนแกมบังคับในตัว ทำให้ใบหน้าหวานจำต้องตอบอย่างที่ปลายสายต้องการ




" อ..อยากสิ เดี๋ยวพี่ต้องไปทานข้าวแล้ว แค่นี้ก่อนนะ.. " ร่างบางตัดสายพลางถอนหายใจโล่งอก




" นายคุยกับใคร " เสียงเข้มถามขึ้น ฉันเรียกนายตั้งหลายหน..ทำไมไม่สนใจกันบ้าง




" เอ่อ.. "




" ฉันถามว่า คุยกับใคร " ดวงตาสีเข้มที่มองอย่างจับผิด อุตส่าห์คิดจะทำตัวเป็นคนรักที่ดีแล้วเชียว..




" อย่าสนใจเลย ..แค่รุ่นน้องน่ะ " เสียหวานตอบอย่างไม่ใส่ใจ ถ้าคังอินรู้ว่าเขาคุยกับซูยอนล่ะก็..มีหวังต้องตายสถานเดียว เมื่อคืนเหมือนได้ยินว่าร่างสูงไม่ค่อยชอบหญิงสาวเท่าไหร่นัก..คงจะดีกว่าถ้าเลี่ยงพูดชื่อนั้นออกไป




" ได้ข่าวว่านายทำอาหารให้ฉันเหรอ..ไปกินกัน ฉันหิวแล้ว "อีทึกตัดบท มือบางคล้องแขนอีกฝ่ายที่แสดงสีหน้าเรียบเฉยออกจากห้องมุ่งตรงไปยังโต๊ะทานข้าวของบ้าน




..หวังว่าจะเป็นแค่รุ่นน้องจริงๆ..


_______________________________

 

 สัพเพเหระ : อืม ..พูดไงดีละ เริ่มหมดมู้ด เอาเป็นว่าไม่พูดแล้วเนอะ ลงอย่างเดียวเลยดีกว่า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หนุกมากเลยค้า ><

#1 By เติ้ล (58.9.96.235) on 2008-05-24 08:04