[KangTeuk] : Forgotten Mind ...5
posted on 16 May 2008 14:39 by icebox
...5...
ชั้นจะอยู่กับนาย ..ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
คำพูดปลอบประโลมเหมือนน้ำที่หยดลงบนหัวใจที่แห้งแล้งของเขา
สัญญาแล้วนะ..ทึกกี้ ว่านายจะอยู่ข้างกัน ชั้นเองก็จะเชื่อใจคนที่ชั้นรักเช่นกัน
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ขณะที่สายตายังเฝ้ามองร่างบอบบางในอ้อมกอดที่หลับพริ้มนิ่ง ..คงกำลังฝันดีอยู่ หวังว่าจะมีเขาปรากฏในความฝันของคนตาสวยบ้างเท่านั้น คังอินค่อยๆดึงแขนของตัวเองที่อีทึกใช้หนุนแทนหมอนออก..พลางกดริมฝีปากหนาบนเรือนผมสีอ่อนของอีกคน กลิ่นหอมคุ้นเคย..ช่างยากที่จะหยุดหัวใจไม่ให้สั่นไหว
เสียงข้อความเข้าร้องเตือนร่างสูง ก่อนที่จะได้ทำอะไรมากกว่าที่คิด ..หน้าจอสีขาวปรากฏตัวอักษรสีดำสองสามแถว แต่ก็เพียงพอให้คังอินรู้หน้าที่ของตัวเอง
..ถึงเวลาแล้วสินะ..
ชายหนุ่มลุกจากที่นอนนุ่ม ..ดวงตาสีเข้มทอดอาวรณ์มองร่างคนรักที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มหนาด้วยท่าทางอบอุ่น เม้มริมฝีปากได้รูปก่อนเดินจากไป
.................................................................
นิ้วเรียวกดสวิทช์ไฟห้องน้ำดับลงพร้อมหอบร่างของตัวเองมานั่งตรงเก้าอี้ ..แม้น้ำอุ่นที่ปะทะผิวกายยามอาบจะช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวได้บ้าง ..แต่พอก้าวออกจากห้องน้ำก็ยังคงต้องเผชิญอยู่ดี กระจกเงาสะท้อนใบหน้าของตัวเองดูแจ่มชัด ลักยิ้มข้างซ้ายที่ตัวเองภูมิใจนักหนา..ทำให้อีทึกดูอ่อนหวานและร่าเริงกว่าที่ควรเป็น
มีความสุข .. ตอนนี้อมยิ้มจนแก้มแทบปริ จะมีสิ่งไหนที่ทำให้เขามีความสุขไปมากกว่าการได้สัมผัสความรักของคังอิน ..ความรักของพวกเขาทั้งคู่
ดวงตาคู่สวยเหลือบเห็นกระดาษโน้ตที่แปะอยู่ตรงมุมขวาบนของกระจก ..ตำแหน่งที่คนเขียนคาดว่าเขาต้องมองเห็น อีทึกหยิบมาก่อนอ่านลายมือนั้น
นอนหลับสบายดีมั้ย ..ทึกกี้
ชั้นมีธุระด่วนเลยต้องรีบออกไป หวังว่านายอย่าถือสานะ
แล้วตอนเย็นชั้นจะพาไปทานข้าวชดเชยแล้วกัน
แต่งตัวสวยๆล่ะ
จาก...หมีขาดความอบอุ่น
คนอ่านหลุดหัวเราะออกมานิดหน่อย ..กับข้อความที่ดูตลกมากกว่าอ่อนหวาน นาฬิกาที่ยังคงเดินต่อเนื่องบอกเวลาใกล้สิบโมง ..อีทึกสั่นหัวเล็กน้อยกับความน่ารักของคังอินก่อนพับกระดาษนั้นลงลิ้นชักชั้นบนสุดที่ตั้งอยู่ตรงโต๊ะเขียนหนังสือ
“ อีทึก ..ชั้นจะออกไปข้างนอกหน่อย ไปด้วยกันมั้ย ” คนสวยเอ่ยชวนอีทึกที่เพิ่งหย่อนตัวลงนั่งหน้าโทรทัศน์ ..ขนาบข้างด้วยฮยอกแจกับเรียววุคที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
“ ไม่ดีกว่า วันนี้..ชั้นอยากอยู่บ้าน ”
“ เอางั้นก็ได้ ..ว่าแต่ดีกันแล้วใช่มั้ยถึงได้สดชื่นขนาดนี้ ” ฮีชอลล้อเพื่อนสนิทที่ยังคงนั่งอมยิ้ม พลางพยักหน้าเล็กๆเป็นคำตอบ
“ หวังว่าคราวนี้จะอยู่กันนานๆหน่อยนะ ..ชั้นล่ะไม่อยากเห็นใครนั่งมองข้าวปลาไม่ยอมกินทั้งนายแล้วก็คังอินนั่นแหละ ” เสียงใสบ่นพึมพำเรื่อยเปื่อย ดวงตาคมเสมองคนข้างอีทึกที่ทำเป็นนั่งนิ่งไม่สนใจเขาสักนิด
“ ฮยอกแจ .. ” คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือก ..กะพริบตาถี่แล้วสบดวงตาเชือดเฉือนนั่น
“ ค..ครับ ” น้ำเสียงตะกุกตะกัก บอกฮีชอลได้ทันทีเลยว่า ลิงน้อยคงคิดไปไกลว่าเขาจะเรียกให้ทำอะไร
“ นายว่างอยู่ ..ไปช่วยพี่ซื้อของดีกว่า เดี๋ยวให้เงินซื้อไอศกรีมเอามั้ย ” วาจาหลอกล่อเด็กของฮีชอล ..อีทึกส่ายหน้ากับความเจ้าเล่ห์ เด็กเจ็ดขวบก็พอแยกแยะได้ว่าคำพูดของคนสวยน่ะ มันแค่เรื่องกุขึ้นมาเพื่อให้ไปช่วยถือของ แต่..
“ โอเค ..ผมไม่พลาดอยู่แล้ว ไปกันเลยมั้ยครับ ” ลิงน้อยก็หลงกลจนได้ แทบเด้งตัวออกจากเก้าอี้จนคนที่นั่งพิงเล็กๆเกือบเบี่ยงตัวหลบไม่ทัน ก่อนก้าวฉับๆตามฮีชอลที่วางท่าราชินีเดินออกจากบ้านเสียแล้ว
อีทึกหันมาสบตากับเรียววุคที่แสดงใบหน้างุนงงพอกัน ไม่อยากเชื่อ..ว่าจะมีคนเห็นแก่กินเพิ่มขึ้นมาอีกราย ต้องเอาข่าวไปบอกพวกชินดงกับซองมินซะหน่อยแล้ว
“ พี่อีทึกดู..ร่าเริงมากเลยนะครับวันนี้ ทั้งที่อากาศข้างนอกขมุกขมัว ” บทพูดคุยที่ยังคงใช้ประเด็นของร่างบางเข้ามาเกี่ยวข้อง เริ่มทำให้อีทึกคิดในใจแล้วว่า ..ปกติ เขาดูเป็นคนอมทุกข์มากมายเลยหรือ
“ เมื่อเช้า..กรมอุตุฯบอกว่า จะมีลมแรงในช่วงเช้าถึงบ่าย ผมเลยต้องรีบไปย้ายต้นกล้าเล็กๆที่พวกเราตอนไว้..โชคดีที่ตอนนั้นลมยังไม่แรงมาก ..ไม่งั้นผมคงต้องปลิวไปด้วยแน่ “ เสียงหัวเราะร่วนผสมกับคนเล่าที่ยิ้มแหยก่อนหลุบตาต่ำ สภาพอากาศที่ไม่น่าพิศมัยนัก..คงจะจริงตามที่คนตัวเล็กบอก แล้วคังอินจะเป็นอย่างไรบ้าง อีทึกรู้สึกเป็นห่วงคนรักขึ้นมาแล้วสิ
“ อืม นายนี่..ยังอุตส่าห์ห่วงเรื่องนั้นอีกนะ ทั้งที่มีเรื่องอื่นตั้งเยอะตั้งแยะที่รอนายทำอยู่ ”
“ ทำไงได้ล่ะครับ ก็เจ้าต้นไม้พวกนั้น..มันหมายถึงความใส่ใจที่เรามีให้กันและกัน จะไม่ดูแลกันเลยก็คงไม่ดี คนอื่นเองก็มีงานยุ่งๆกัน ..เหลือผมเท่านั้นที่นั่งเฝ้าบ้าน ” น้ำเสียงแฝงแววเศร้า ..อดน้อยใจในความสามารถของตัวเองไม่ได้ เสียงอันไพเราะที่เพื่อนๆต่างก็อิจฉา คือสิ่งเดียวที่เรียววุครู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง มือบางตบลงบนไหล่รุ่นน้องเบาๆ
..เมื่อสองเดือนที่แล้ว ไม่รู้ว่าฮีชอลเกิดเป็นอะไรขึ้นมา จู่ๆก็ลากทุกคนออกไปยืนเรียงแถวตรงสวนแล้วก็ยื่นกระถางให้คนละใบสองใบ ..จากนั้นก็สั่งให้พวกเขาขยายพันธุ์พืชโดยไม่อาศัยเพศ ลมที่ปลิวละอองหิมะเกาะตามเสื้อตัวหนาของแต่ละคน ทำให้รีบเร่งมือปลูกกันจนไม่สนว่าปักยอดหรือปักรากลงในดิน โดยเฉพาะ..ฮยอกแจกับชินดง หลับตาสนิทเพราะโดนลมปะทะหน้าเข้าอย่างจังเลยเผลอทิ่มกิ่งลงกระถางอย่างแรงจนหักเลยโดนคนสวยของวงสั่งให้ทำเพิ่มอีกคนละสองกระถาง ส่วนเขากับคังอิน..ตอนแรกก็มีคนละกระถาง แต่เพราะความเฉลียวฉลาดของเจ้าหมีเลยเอากระถางไปซุกข้างๆตัวของฮีชอล..ที่เอาแต่พึมพำว่าลิงน้อยจนไม่ได้ดูว่ากระถางของตัวเองเพิ่มมาอีกใบ
เขากับร่างสูงจึงเอาแต่หัวเราะคิกคักที่แกล้งนางซินได้สำเร็จ ..พวกเขาเลยค่อยๆปลูกต้นไม้ต้นเล็กที่ฮีชอลเตรียมไว้ให้ มือนุ่มที่กดดินให้แน่น ..ก่อนคังอินจะยกขึ้นมาวางชั้น เป็นต้นไม้ที่พวกเราช่วยกันปลูก..
“ อ่า.. ทึกกี้ เมื่อไหร่มันจะมีดอกซะที ”
“ ไม่รู้สิ คงต้องรอหน้าร้อนล่ะมั้ง ไม่ก็ใบไม้ผลิน่ะ ”
“ งั้นมันก็ไม่ทันน่ะสิ ”
“ ไม่ทันอะไร.. ”
“ ก็ความรักของเราเบ่งบานไปตั้งนานแล้ว แต่ต้นไม้ยังไม่ออกดอกเลย.. มันก็ไม่เหมือนความจริงน่ะสิ ” ใบหน้าหวานก้มงุดด้วยความเชินอาย ..เล่นพูดจาหวานจนเลี่ยนแบบนี้ น้องๆที่ยืนอยู่ใกล้ๆรีบถอยห่าง..แต่มีอีกคนที่เดินหน้านิ่งมาหยุดตรงหน้า
“ พวกนายเลิกคิดเถอะ ..มันเป็นไปไม่ได้ ” ฮีชอลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาคังอินยืนหน้าเครียดทีเดียว ..นายจะชัดชวางอะไรอีก ฮีชอล “ ทำไม.. ”
“ ก็เพราะต้นไม้ที่ชั้นให้นายปลูกมันเป็นพวกไม่มีดอกน่ะสิ แล้วจะให้บานสะพรั่งเหมือนความรักของพวกนายได้ยังไง ” คำตอบที่เรียกเสียงหัวเราะทั่วบริเวณฮาครืน กลบเกลื่อนความเขินอายของคนทั้งคู่
“ เอาเถอะน่า เรียววุค..นายเป็นน้องที่ดีเสมอ ไม่เคยทำให้พี่ต้องหนักใจเลย ” อีทึกเอ่ยชมคนตัวเล็ก พลางเผยรอยยิ้มอ่อนโยนให้ เรียววุคพยักหน้าก่อนยิ้มตอบ..
เสียงกดออดดังขึ้น .. “ เดี๋ยวผมไปเปิดเองฮะ ” รุ่นน้องอาสาพลันวิ่งแนบไปตรงหน้าประตูบ้าน เหลือเพียงคนตาสวยนั่งพิงพนักสบายอารมณ์เสื้อถักสีขาวนวล โทรศัพท์มือถือคู่กายดังเตือน..มีข้อความเข้ามาพร้อมไฟล์ภาพ หมายเลขที่ส่งมา..เขาไม่รู้สึกคุ้นเอาซะเลย อาจมีบางครั้งที่พวกแฟนคลับโทรหรือส่งข้อความเป็นห่วงให้ แรกๆเขาเปิดอ่านทุกฉบับ แต่หลังๆมานี่..เมสเสจเยอะเกินกว่าเครื่องที่เขาใช้จะรับได้หมดจนทำเอาเกือบเสียไปแล้วรอบนึง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะลบทิ้งทันที
..จะเปิดดีมั้ย..
นิ้วเรียวที่เคลื่อนระหว่างปุ่มเปิดกับลบทิ้ง ..ในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้อีทึกเลือกที่จะเปิดมันขึ้นมา ดวงตาคู่สวยจ้องหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่ปรากฏภาพชายหนุ่มกำลังเปิดประตูรถให้หญิงสาว ..มือบางสั่นจนสิ่งของร่วงหลุดลงบนโซฟา แว่นตาสีดำที่พลางไว้..คงไม่มีใครคาดเดาถึงเจ้าของใบหน้าภายใต้กรอบแว่นนั้น แต่เขารู้..รู้ว่าคือคังอิน ..เพราะอีทึกคือคนรักของคังอินไงล่ะ
มือบางยกขึ้นปิดปาก พยายามควบคุมสติของตัวเอง..เข้าข้างว่า นั่นก็เหมือนสาวๆอีกหลายคนของร่างสูง หญิงสาวที่คังอินคบเล่นๆ..ไม่จริงจัง แต่ข้อความใต้รูป กลับบอกว่าจะส่งมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ ..ถ้าเป็นเช่นนั้น หญิงสาวในรูปก็คงเป็นคนเดิม แล้วคนที่ส่งรูปพวกนี้มาให้เขา..ต้องการอะไรกันแน่??
ไม่เป็นไร..อีทึก
ไม่กี่วัน ผู้หญิงคนนี้ก็จะเหมือนกับคนอื่นๆที่คังอินไม่จริงจังด้วย
เพราะเขารับปากแล้ว ..หมอนั่นรับปากว่าจะมีแค่นายคนเดียว
“ พี่อีทึก ..ช่างซ่อมเขามาบอกให้เราเตรียมขนของใช้ออกจากห้องน้ำ เพราะพรุ่งนี้จะมีตรวจระบบประปาประจำปีฮะ “ เสียงแหลมของเรียววุคดังพอจะเรียกความคิดฟุ้งซ่านให้หายไป
“ อืม ..งั้นพี่ฝากนายบอกเพื่อนๆด้วยแล้วกันนะ เรียววุค ” คนตัวเล็กรับคำอย่างเต็มใจก่อนจะเข้าไปหยิบขนมในห้องครัวทาน ทิ้งร่างบางทรุดลงนั่งบนพื้น..
“ ที่นายบอกว่ามีธุระ ..นายกำลังอยู่กับเธอคนนั้นหรือเปล่า คังอิน ”
...........................................................
" ทึกกี้ ..นายฟังชั้นพูดอยู่หรือเปล่า " คังอินมองใบหน้าเหม่อลอยของคนรัก
" อ่ะ ขอโทษ.. ว่าแต่เราจะไปทานข้าวกันที่ไหนเหรอ " อีทึกหันมาถามร่างสูงที่นั่งตำแหน่งคนขับรถ ..รอบข้างที่เต็มไปด้วยการจราจรแออัด ดวงตาคู่สวยจึงมองออกไปนอกรถ..พร้อมกับจิตใจที่พยายามลืมเรื่องที่กำลังกังวลอยู่
เสียงทุ้มที่ลอยผ่านหูไม่น้อยกว่าห้านาทีกลับไม่สามารถดึงความสนใจจากเขาได้แม้แต่น้อย
" ก็ชั้นถามนายอยู่นี่ไง ..ว่าจะทานที่ไหน ตอนแรกว่าจะพาไปแถวๆชานเมือง แต่เห็นรถติดแบบนี้แล้ว..เอาใกล้ๆแล้วกัน นายว่าไง " คังอินถามความเห็นจากอีกฝ่าย
" ชั้นอยากไปที่นึง ..ได้มั้ย " เสียงหวานเอ่ยแกมขออนุญาต
" ได้อยู่แล้ว เพื่อทึกกี้..ชั้นทำได้หมดน่ะแหละ " รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าเข้ม ดวงตาถ่ายทอดความรู้สึกตามคำพูด.. จะเหนื่อยไปหรือเปล่า ถ้าชั้นจะยิ้มตอบนาย แต่ต้องทำสินะ ใบหน้าหวานแย้มกลีบริมฝีปากบางตอบ
" อย่างน้อยก็ต้องมีบางสิ่งที่ไม่ว่ายังไง นายก็ทำให้ชั้นไม่ได้หรอก คังอิน " อีทึกพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองสีหน้าเป็นสุขของคนข้างตัวที่นั่งผิวปากอารมณ์ดี
.
................................................................
สายลมเอื่อย..พลิ้วเศษใบไม้ที่มีให้เห็นประปราย ความหนาวคลายลงมากหากเทียบกับช่วงต้นปี.. ใกล้จบฤดูหนาวแล้วสินะ ต้นไม้ที่เหลือเพียงกิ่งก้านแห้งแล้งกำลังจะแตกใบออกสีสันอีกครั้ง แสงจากดวงไฟบนเรือที่ลอยกลางแม่น้ำสองสามลำเรียกสายตาของคนนั่งดูอยู่ห่างๆ
" นายอยากมาที่นี่ ..ทำไมไม่บอกแต่แรก ปล่อยให้ไปติดแหง็กอยู่ในตัวเมืองตั้งนาน " กระป๋องน้ำอัดลมยกขึ้นจรดริมฝีปากหนา อีทึกยิ้มแทนคำตอบ..ขณะหยิบถ้วยรามยอนที่เพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ เผยไอขาวร้อนปะทะผิวบางพร้อมกลิ่นหอม เรียกท้องน้อยๆของคนถือให้ร้องอย่างเสียไม่ได้
นิ้วเรียวจับตะเกียบคีบเส้นบะหมี่ขึ้นเป่าก่อนทานคำโต..มือบางโบกลมเย็นเพื่อไล่ความร้อนจากอาหารในปาก " ร้อนชะมัด..แต่อร่อยจัง " ดวงตากลมทอดมองระลอกคลื่นในน้ำที่กระทบแสงไฟ แรงลมพัดเกลียวน้ำให้เคลื่อนตามจังหวะเนิบ คิดไม่ผิดที่มาที่นี่..ทำให้พักเรื่องปวดหัวได้บ้าง
" นี่..ชั้นชิมบ้างสิ ตั้งแต่เที่ยงยังไม่ได้กินอะไรเลย " คังอินยื่นใบหน้าเข้าใกล้อีทึก ก่อนอ้าปากเล็กน้อยรอบะหมี่ในมือของอีกฝ่าย
ร่างบางเลื่อนถ้วยบะหมี่ให้ ทั้งที่รู้ว่า..ร่างสูงต้องการให้เขาป้อน แต่เรื่องอะไรที่เขาต้องทำตามในเมื่อ..หมอนั่นไม่ได้พูดขอออกมาเสียหน่อย " รับไปสิ ..บ่นหิว แต่ไม่ยอมให้ซื้อมาสองถ้วย งี่เง่าอีกแล้วนะ "
" ใจร้าย ..ว่าชั้นเหรอ ก็แค่อยากกินถ้วยเดียวกับนาย มันผิดด้วยรึไง.. ทึกกี้ป้อนชั้นหน่อยสิ " ชายหนุ่มยังยืนยันที่จะอยู่นิ่งรออาหารจากอีกคน ดวงตาสีเข้มปรือลง..อีทึกยิ้มหมั่นไส้กับท่าทางออดอ้อนของคนข้างตัว มือเรียวยกช้าๆ ทำตามที่คังอินบอก หากแต่บางสิ่งที่สะกิดภาพในโทรศัพท์เมื่อกลางวันวาบขึ้นในความคิดของเขา ร่างบางจึงจับมือหนาก่อนวางถ้วยลงแทน
" ถ้านายอยากกินก็กินเอง ชั้นจะไปซื้อน้ำหน่อย.. " ร่างสูงลืมตาขึ้น มองอีกคนที่หุนหันเดินออกไปโดยไม่รอเสียงขานรับจากเขา มองร่างบางสลับกับสิ่งของในมืออย่างงุนงง.. คังอินผ่อนลมหายใจยาว วางถ้วยพลาสติกลงกับพื้นหญ้าแห้ง ก่อนเอนตัวลงนอนหนุนแขนตัวเอง.. ดวงดาวทอแสงสุกสว่างในยามค่ำคืน ผืนผ้าสีดำยังที่รักษาความมืดไม่เสื่อมคลาย ช่วยให้สิ่งแต่งแต้มบนท้องฟ้าดูโดดเด่น
ความรู้สึกที่ยังคงเวียนวน แม้จะทำตัวให้เหมือนเดิม..เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอเห็นใบหน้าหวานของอีทึก มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามนั้น..กลับทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ ทั้งที่บอกว่า รักมากมาย.. รักจนมอบทุกสิ่งให้ได้ เขาก็กลัวว่าสักวัน สิ่งที่เขามอบให้จะย้อนกลับมาทำลายพวกเขาเอง
...
...
...
มือเรียวหยิบเศษเงินออกจากระเป๋าเพื่อจ่ายเป็นค่าน้ำให้แก่ชายแก่เจ้าของร้าน แต่ละก้าวที่ขยับ..เหมือนความไม่เชื่อใจที่มีต่อร่างสูงจะมากขึ้นจนเขาเองก็รั้งไว้ไม่อยู่ อยากถาม..ว่าตอนนี้ นายยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอยู่ ไปเที่ยวไหนกับเธอบ้าง เวลาที่นายหายไปอยู่กับเธอตลอดเลยเหรอ ..ที่สำคัญ อยากรู้ว่า เมื่อไหร่นายจะเลิกติดต่อกับเธอ ..เท่าที่รู้ คังอินไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนมากกว่าหนึ่งครั้ง ความสัมพันธ์อันแสนสั้นจบลงภายในคืนเดียว เขาเองก็ภาวนาให้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นแค่หญิงสาวธรรมดา.. รูปนั้นอาจเป็นแค่สิ่งที่ผู้หวังดีส่งมาให้เขาในฐานะหัวหน้าวงก็เป็นได้ เพื่อให้เขาอบรมลูกวงอย่างคังอินให้เข็ดหลาบ
ขนาดฐานะคนรัก ชั้นยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย
แล้วคำว่าหัวหน้าวง มันก็คงเป็นเพียงแค่ชื่อเรียกเท่านั้น
ตอกย้ำ..กับการเข้าข้างตัวเองอย่างไร้เหตุผล รอยช้ำสีเข้มเด่นตรงกกหูข้างซ้ายของคังอินล่ะ สิ่งที่ทำให้เขารีบเดินออกมาก่อนที่จะรับกับสิ่งที่เห็นไม่ไหว รอยช้ำที่อยากคิดเหมือนกันว่าหมอนั่นคงซุ่มซ่ามจนได้แผล แต่เขาเองก็เคยมีรอยแบบนั้นเหมือนกัน..ต้นคอ หลังใบหูหรือทั่วร่าง
รอยช้ำของชั้น ..มันเกิดจากนาย
แล้วของนายล่ะ ..คนคนนั้นคงไม่ใช่ชั้น
ยิ่งคิด..น้ำตาก็พาลจะไหลออกมาเสียดื้อๆ อีทึกสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดกลั้นสิ่งที่กำลังจะออกมาข้างนอก..แรงกะพริบตาถี่ที่คิดเอาเองว่าลมแถวนี้คงแรงจนสู้ไม่ไหว แต่หัวใจนี่สิกลับย้ำว่า..เพราะเขาไม่อยากร้องไห้
หากมันไหลออกมาตอนนี้
ไม่รู้เมื่อไหร่ ..ถึงจะกลับไปยิ้มเหมือนเดิมได้อีก
......................................................................
เสียงฝีเท้านุ่มเหยียบลงบนผืนหญ้ากรอบ ..ปลุกร่างสูงที่หลับตาอย่างเหนื่อยอ่อนตื่นขึ้น ร่างบางนั่งลงที่เดิมของตัวเองพร้อมกบัอีกคนที่ดันตัวนั่งเคียงข้างกัน
" ทำไมหายไปนาน.. คิดว่าหนีไปซะแล้ว " คังอินอมยิ้มน่ารักให้ก่อนเจื่อนลงเมื่อเห็นสีหน้าไม่สดชื่นของอีทึก
" หนีได้ก็ดีน่ะสิ ว่าแต่นายจะยอมปล่อยชั้นไปหรือเปล่าล่ะ " ใบหน้าหวานเอียงคอถาม ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้าง..แต่แววตากลับหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
" ร..เรื่องอะไร นายอุตส่าห์หลงกลชั้นแล้วจะปล่อยให้เป็นอิสระง่ายๆได้ยังไง แถมนายยังเป็นคนบอกเองว่าจะอยู่กับชั้น " ลำคอแห้งผาก.. ประโยคที่แฝงความจริงจังไว้ หากเขาปล่อยคนตรงหน้าไปแล้วสิ่งที่ทำอยู่ล่ะ เขาจะทำเพื่อใครกัน
" นั่นสินะ.. " คำพูดที่ผูกรัดตัวเอง ใบหน้าหวานก้มมองพื้นดินข้างหน้า..รับปากแล้วก็คงต้องทำให้ได้ แม้บางทีจะต้องฝืนแค่ไหนก็ตาม
" ทึกกี้ นายไม่สบายใจเรื่องของชั้นงั้นเหรอ " เสียงทุ้มถามอย่างใคร่รู้
" ฮ่าฮ่า..สำคัญตัวผิดหรือเปล่า คังอิน ชั้นเนี่ยนะจะกังวลเรื่องของนาย..ถ้าชั้นเป็นอย่างนั้นจริง ป่านนี้ก็คงเสียสติไปแล้วล่ะ ก็นายมีแต่เรื่องปวดหัวไม่หยุดหย่อนเลยนี่นา " เสียงหัวเราะ..ฟังดูผิวเผินอาจเป็นการล้อคนถาม แต่เขารู้ดีว่าที่ทำ..กำลังหัวเราะเยาะกับความคิดมากของตัวเอง
" ถ้างั้น..บอกได้มั้ย ทำไมวันนี้นายถึงทำตัวแปลกๆ " ทั้งที่ชั้นเพิ่งได้ยินเสียงใสกังวาน..เห็นรอยยิ้มกว้างอย่างจริงใจ ความกลัวคืบคลานเข้าใกล้จิตใจของเขา.. กลัวว่า ซูยอนกำลังวางแผนอะไรอยู่ แต่ในเมื่อเธอรับปากแล้วว่าจะไม่เข้าใกล้อีทึกอีก เขาเองก็จะลองเชื่อใจหล่อนอีกสักครั้ง..แม้ว่าจะเคยเจ็บเพราะมันมาแล้วก็ตาม
" เพราะ.. อะไรดีล่ะ ชั้นเองยังไม่รู้เลยว่ามันเพราะอะไร "
" ทึกกี้ ชั้น.. " ถ้าพูดออกไป..นายจะรู้สึกดีกับมันหรือเปล่า หรือว่าจะแย่กว่าที่เป็นอยู่
เพราะชั้น..ไม่ใช่คังอินของนายอีกแล้ว
ร่างบางยืนขึ้นพลางยืดแขนบิดขี้เกียจก่อนบิดตัวมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่.. ดวงตาสวยฉายแววอ่อนโยน ปากบางระบายยิ้มแต้มผิวเนียนเกือบซีดให้ดูระเรื่อ " เสื้อโค้ทตัวใหม่..นายว่าเป็นไงบ้าง "
" อืม เหมาะกับนายดี.. " เหมือนแสงสว่างที่ให้ความอบอุ่นกับเขา ..ร่างสูงลุกขึ้นมายืนข้างๆอีทึก สายตาหวานทอดมองสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ นิ้วเรียวยาวถูไปมาไล่ความหนาว คังอินกำลังจะจับมือของอีกฝ่ายกลับต้องนิ่งพลางหดมือกลับที่เดิม
" ถ้างั้นให้รางวัลหน่อยสิ " เปลือกตาบางปิดพริ้มหลังเอ่ยจบ คังอินรู้ว่าเขาต้องการอะไร ..อดแปลกใจกับท่าทีของร่างบาง เพราะอีทึกไม่เคยร้องขอให้เขาทำแบบนี้ ..มีแต่เขาที่อดใจไม่อยู่กับความน่ารักของอีกฝ่าย
ใบหน้าเข้มโน้มชิดเจ้าของใบหน้าหวาน สัมผัสลมหายใจอุ่นของกันและกัน..จมูกโด่งแตะข้างจมูกสวย ริมฝีปากน้อยเผยอเล็กๆ รอ..รสหวานที่อยากลิ้มรส รอความรักที่ชั้นยังคิดว่ามันไม่พอ..ไม่เคยพอ
คังอินลืมตามองร่างตรงหน้า ผิวแก้มเนียน..ขาวบริสุทธิ์ กลีบปากบางชื้นสีกุหลาบ ทั้งที่อยากลิ้มลอง แต่เขาก็ไม่สามารถทำตามใจปรารถนาได้
ร่างสูงถอยตัวห่าง กะพริบตาปริบไล่ความรู้สึกผิดที่ติดแน่นในอก " ไว้คราวหน้า ..ชั้นจะพานายไปทานร้านอาหารอิตาเลี่ยนเป็นรางวัลแล้วกัน " อีทึกลืมเปลือกตาบางขึ้น มองแผ่นหลังกว้างที่กำลังก้าวเท้าไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกล แพขนตามีรอยชื้น.. หมอนั่นรู้ว่าเขาอยากได้อะไร ทั้งที่เป็นสิ่งที่ฉวยโอกาสจากเขาตลอด แล้วทำไม..วันนี้ถึงปฏิเสธ ทำแบบนี้..นอกจากจะเรียกความมั่นใจกลับมาไม่ได้แล้ว ยังจะยืนยันความคิดที่ชั้นมีต่อนายอีก
เครื่องมือสื่อสารของอีทึกสั่นเตือนก่อนเงียบลง เจ้าของจึงหยิบขึ้นเปิดดู..ข้อความเข้าใหม่ มือเรียวกำแน่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทพลางกดอ่าน ภาพเสื้อยืดสีดำแขวนพาดอยู่บนพนักเก้าอี้พร้อมกับตัวอักษรเบื้องล่าง
ใช่เสื้อของเขาหรือเปล่านะ
เผื่อนายจะไม่รู้ว่าวันนี้เขาใส่เสื้อตัวไหนมาพบชั้น
มือบางสั่นจนควบคุมไม่ได้ ..เมื่อเช้า คังอินออกไปก่อนที่เขาจะตื่น คนที่ส่งรูปมาก็คงรู้ดีคงเพราะเป็นคนนัดคังอินออกไปพบสินะ จะว่าไงดีล่ะ.. " คังอิน " เสียงหวานเรียกคนเบื้องหน้าให้หันกลับมา
ใช่ มันคือเสื้อของคังอิน เสื้อ..ตัวเดียวกัน
...................................................................
" เฮียวยอน " ร่างหญิงสาวที่นั่งดูรายการโปรดอยู่ในห้องนั่งเล่นของหอพักเงยหน้ามองคนที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องนอน
" ว่าไง ..ซูยอน " เจ้าของชื่อทิ้งน้ำหนักตัวลงบนโซฟานุ่มข้างเคียง มือบางประสานไว้ที่อกพลางพ่นลมหายใจแล้วปรายรอยยิ้มกว้าง
" เป็นเอามากนะ.. " เฮียวยอนมองเพื่อนสาวที่ช่วงนี้ดูมีความสุขมากผิดปกติ ตอนแรกที่ซูยอนเข้ามาบอกเรื่องคังอิน ..เธอเองก็ตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะตกหลุมพลางได้ง่ายดายเช่นนี้ สองสามวันมานี้..ซูยอนแทบไม่ได้อยู่บ้านเลย พอมีเวลาว่างสักหน่อยก็จะโทรเรียกคังอินออกมาเที่ยวด้วยกัน ..ราวกับเธอคือคนรักของชายหนุ่มก็มิปาน หากไม่ติดที่ว่าข้อตกลงที่แลกกับการแสดงละครของคังอินคือการถอยห่างออกจากอีทึก..เจ้าของคังอินตัวจริง
" แน่นอน ..ถึงเขาจะไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน แต่ชั้นก็มีความสุขมากๆเลยเวลามองแววตาของเขา แววตาอ่อนโยนแทบจะละลายชั้นเสียให้ได้ " เสียงแหลมวาดภาพเพ้อฝัน คังอินกับเธอกลับมาเป็นเหมือนก่อน..เหมือนตอนที่พวกเขาคบกัน แตกต่างกันก็แค่หัวใจของร่างสูงไม่ได้อยู่ที่เธออีกแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุสำคัญ..เพราะตอนนี้ต่างหากล่ะ เธอสามารถรั้งร่างของชายหนุ่มไว้ได้กับแค่หัวใจ เชื่อได้ว่า..อีกไม่นาน มันก็จะตามมาอย่างแน่นอน
" เหอะ ..เอาเถอะ ไว้ได้เขามาเป็นของเธอเมื่อไหร่ ค่อยมาคุยโม้แล้วกัน "
" เฮียวยอน ว่าแต่เรื่องที่ชั้นให้เธอจัดการ..เรียบร้อยดีใช่มั้ย " ดวงตากลมเบิกโตเล็กน้อย เมื่อนึกถึงเรื่องที่จะคุยกับหญิงสาวข้างตัวออก เฮียวยอนพยักหน้าช้าๆเป็นคำตอบ
" ดีแล้ว เธอต้องทำเป็นระยะนะ.. ชั้นอยากให้เธอเป็นผู้ช่วย ถ้าคังอินกลับมาหาชั้นเมื่อไหร่ล่ะก็..เธออยากได้อะไร ชั้นจะหามาให้ทุกอย่างเลย " เฮียวยอนยิ้มมุมปากเล็กน้อย มองเจ้าของเสียงพูดที่ฮัมเพลงเข้าห้องนอนของตัวเอง สายตาที่มองไล่หลัง..ก่อนล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเลื่อนสไลด์ดูรูปที่ตนเป็นผู้ถ่ายตามคำสั่งของซูยอน
" ถ้าถึงตอนนั้น ชั้นก็คงได้ของที่ชั้นต้องการเหมือนกัน " เสียงสบถสุดท้ายจบพร้อมกับภาพบนจอทีวีที่ดับลง..
.......................................................................
ฝ่ามือหนาโอบนิ้วเรียวทั้งห้าของอีทึกไว้ ..ปลายนิ้วเย็นเฉียบเรียกดวงตาสีเข้มหันมองด้วยความสงสัย " ทึกกี้ นายหนาวเหรอ " คังอินมองใบหน้าหวานที่มองตอบด้วยสายตาอ่อนล้า เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง..มีเพียงแววตาที่เป็นคำตอบ เสียงหวานจะเอื้อนเอ่ยสิ่งที่อยากพูดเท่านั้น..ไม่รวมถึงสิ่งที่เขาถาม
ตั้งแต่กลับจากแม่น้ำเมื่อหลายวันก่อน อีทึกพูดคุยกับเขามากเสียจน..เขาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะหนีไปไหนหรือเปล่า ยิ้มมากกว่าเคยเหมือนว่าจะไม่มีแรงยิ้มอีกแล้ว ..แต่เมื่อวานจวบจนวันนี้ เขากลับต้องแปลกใจเมื่อเสียงหวานที่หาเรื่องมาคุยกันกลับเงียบหาย ริมฝีปากบางแทบไม่ขยับเปิดยกเว้นคราวจำเป็น เกิดอะไรขึ้นกันแน่..อารมณ์แปรปรวนของอีทึก ทำให้เขาชักหวั่นใจแล้วสิ
" ทึกกี้ ..พรุ่งนี้ เราไปเดินเล่นกันมั้ย " เสียงทุ้มชวน ..เขาว่าง แล้วอีทึกเองก็ไม่ติดงาน บางทีการออกไปสัมผัสอากาศที่ดีอาจทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
" ว่างแน่เหรอ คังอิน " ร่างบางเอ่ยถาม ..ราวกับต้องการหาความมั่นใจ รอเก้อมากี่ครั้งแล้วล่ะ..ทั้งที่พยายามทำตัวให้ร่าเริงไว้ ปิดบังสิ่งที่กำลังกัดกร่อนความไว้ใจของเขา..ไม่เคยเลยที่คำนัดกันจะสามารถทำให้เขายิ้มได้ ภาพถ่ายยังคงส่งมาให้เขาเรื่อยๆจนเขาเริ่มล้าที่จะเปิดรับความเจ็บปวดทุกครั้งที่มอง ..นั่นคงไม่สาแก่ใจของคนส่งมาสินะ จากภาพก็กลายเป็นคลิป..เดินซื้อของในห้าง ทานอาหารในร้าน หรือแม้แต่ภาพควงกันเข้าโรงหนัง กี่ครั้งแล้ว ..ที่มันคอยย้ำว่าเขาโง่เพียงใด ที่หลอกตัวเองว่าคังอินก็แค่คบกับผู้หญิงคนนั้นเล่นๆ หลอกตัวเองจนมองไม่เห็นความจริงว่า..ทุกครั้งที่ร่างสูงไม่สามารถอยู่กับเขาได้ นั่นหมายถึงคังอินกำลังอยู่กับผู้หญิงคนนั้น
อยากรู้จนแทบเป็นบ้า ว่าใครคือเจ้าของรูป.. คงไม่ยากที่จะสืบเสาะ แต่รู้แล้วได้ประโยชน์อะไร นอกจากจะทำให้ตัวเองเจ็บยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ใช่คนที่จะเข้าอาละวาดเหมือนพวกผู้หญิงเมื่อเวลาจับได้ว่าคนรักแอบมีคนอื่น ..ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาขออย่ารู้เลยดีกว่า
" พูดอย่างนั้นอีกแล้ว ว่างสิ..นายก็รู้นี่ " คังอินบีบมือบางเพื่อให้อีทึกเชื่อในสิ่งที่เขาพูด ใช่..ทุกครั้งที่ตั้งใจจะพาคนรักของตัวเอง คนที่เขาควรดูแลให้ดีที่สุดไปเที่ยวด้วยกัน ..เสียงโทรศัพท์ที่ไม่พึงประสงค์ก็จะดังขึ้นพร้อมเสียงแหลมของหญิงสาวที่เขาไม่อยากฟังเลยสักนิด แต่ก็ไม่อาจขัดคำพูดของซูยอนได้ จนบางครั้ง..ความคิดที่ผุดขึ้นมาในสมองอย่างเงียบๆกำลังเตือนในสิ่งที่เขาทำ
ถ้าอึดอัด ..แล้วทำทำไม
ถ้านายคิดว่ามันดีสำหรับนายกับอีทึก
นายคิดว่า ..อีทึกจะคิดแบบนั้นหรือเปล่า
อีทึกคงยิ้ม ..เมื่อเห็นนายเดินกับคนอื่น
อีทึกคงขอบคุณนาย ..ที่นายอยู่กับซูยอนเพื่อปกป้องเขา
การปกป้องที่คนขี้ขลาดอย่างนายคิดได้เพียงเท่านี้ ..
อีทึกค่อยๆปลดมือของตัวเองออก แสร้งยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม.. แววตาจริงใจนั่น ชั้นจะต้องใจอ่อนไปถึงเมื่อไหร่ " เอางั้นก็ได้ ..เดินเล่นที่สวนสาธารณะกัน ไปตอนเย็นดีมั้ย " ร่างบางเสนอ ..จะลองเชื่ออีกสักครั้ง
" อ่า.. คนเยอะ มันไม่ค่อยส่วนตัวเลย ไปบ่ายๆดีกว่า แสงแดดอุ่น..กลิ่นดิน พูดแล้วอยากไปเร็วๆ " ใบหน้าเข้มแสดงอารมณ์แรงกล้า ..เรียกเสียงหวานหัวเราะเล็กๆ คังอินมองใบหน้าของอีทึก..ยิ้มออกแล้ว เสียงหัวเราะที่อยากฟัง..
" แล้วแต่นาย แต่พรุ่งนี้..ชั้นจะออกไปซื้อของตอนเช้าก่อน พอดีบอกฮีชอลไว้แล้ว " คังอินพยักหน้า สบดวงตาคู่สวยก่อนกดจูบบนหน้าผากมน เสียงหัวใจเต้นตึกตัก..บอกตัวเขาเองว่า อีทึกคือคนที่ควรใส่ใจ ทั้งที่เป็นเช่นนั้น แต่เขาก็ละเลยมาตลอด อีกนานเท่าไหร่..เขาถึงจะหลุดพ้นจากเรื่องบ้าบอนี่ เมื่อไหร่..ชั้นถึงจะทะนุถนอมนายได้อย่างสมหน้าที่เสียที
" ทึกกี้ ไม่ว่าอะไรที่นายรู้เกี่ยวกับตัวชั้น ..จากคนอื่นหรือว่าจากชั้นก็ตาม ขอให้นายใช้ความรู้สึกจากตรงนี้ที่นายมีต่อชั้น ใช้มันตัดสินว่าชั้นสมควรจะได้รับความรักจากนายหรือเปล่า " นิ้วเรียวจิ้มบนแผ่นอกราบของอีกฝ่าย มือบางจับนิ้วของคังอินแน่น.. ริมฝีปากได้รูปเม้มหนักราวกับกำลังตัดสินใจ
คำตอบที่ไม่ว่ากี่ครั้ง ..คือ รัก
ไม่ต่างกันและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
" บางอย่างที่นายทำลงไปอาจทำให้ชั้นรู้สึกน้อยใจ ตอนนี้ชั้นเจ็บอยู่..คังอิน เจ็บเพราะการกระทำของนาย ชั้นอยากให้นายเลิก แต่ถ้าคิดว่า..มันจำเป็นสำหรับนายมากเกินกว่าคำขอร้องงี่เง่านี้ ชั้นก็คงต้องทนอยู่ในสภาพนี้..จนกว่าใครสักคนต้องยอมแพ้ " อีทึกปริปากพูดเรื่องนี้เป็นครั้งแรก หวังเพียงให้คังอินยอมรับฟังเขาบ้าง ..มองเขาอย่างคนรัก รับรู้ถึงความรู้สึกของเขา ถ้านายยังเป็นคังอินคนเดิมอยู่..
ดวงตาสีเข้มฉายแววสับสนพลางสั่นหน้าไปมา " ขอโทษนะ ทึกกี้.. ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น แต่ขอให้เชื่อใจในตัวชั้นหน่อย เชื่อใจในคำสัญญาของเรา.. "
...นายจะเป็นคนเดียวที่ชั้นจะจริงจังด้วย ทึกกี้...
เสียงที่รั้งความรู้สึกของเขาไว้ ..ปลอบตัวเองว่าอย่างน้อย คังอินก็เคยพูดประโยคนี้ให้เขาได้อุ่นใจ คำปลอบเสียงดังที่เริ่มขาดหายไปทุกที
" เชื่อ ..เพราะเชื่อมาตลอด ถึงทนมาถึงตอนนี้ ผู้หญิงคนนั้น..สำคัญมากสินะ "
" รักเธอมากแค่ไหน เท่ากับที่รักชั้นหรือยัง ..จะได้เตรียมตัวถูกว่าชั้นหรือเขาที่ควรไป " คำพูดตัดพ้อ ..พาลเรียกน้ำตาเอ่อคลออย่างไม่ตั้งใจ ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย ..วันที่ชั้นจะต้องจากนายไป ด้วยความรู้สึกที่ยังรักอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้
" ไม่มีใคร ..ไปไหนทั้งนั้น นายต้องอยู่กับชั้น แม้ชั้นจะผิดคำสัญญา แต่นาย..ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้น หน้าที่ของชั้นคือปกป้องความรักของเรา หน้าที่ของนายคือ..รักชั้น " อ่อนล้ากับความไม่เชื่อใจ ..ทำให้เขาหงุดหงิด แม้รู้ว่าคนตรงหน้าต้องทนเจ็บเพียงใด แต่เขาก็ห้ามไม่ได้ ..ห้ามอารมณ์ของตัวเองที่พรั่งพรูออกมา เพราะคำตัดพ้อของอีกฝ่าย ทั้งที่พยายามเต็มที่เพื่อให้เราได้อยู่ตรงนี้ แต่อีทึกกลับพูดว่าจะไป..
แล้วที่ทำมา ..มันคงไม่ต่างอะไรกับของไร้ค่า
" ความรักของเรา ..มันสำคัญกว่าตัวชั้นอีกหรือ สำคัญกว่าความรู้สึกของชั้นหรือ นายไม่ต้องสนใจใช่มั้ย..ว่าชั้นจะเป็นตายอย่างไร ไม่สนใจว่าชั้นลำบากแค่ไหน.. สิ่งที่นายต้องการคืออะไรกันแน่ "
" ..ทึกกี้ " เปลือกตาบางกะพริบพร้อมไล่หยดน้ำที่บดบังดวงตาคู่สวยรินผ่านแก้มเนียน
..ชื่อของชั้นที่หลุดจากปากของนาย
ชื่อที่ชั้นให้นายเรียกเพียงคนเดียว
หมายถึง..ชั้นจะต้องเจ็บเพราะนายคนเดียวด้วยหรือเปล่า
" ถ้าไม่มีชั้น ..ความรักของเรา มันคงไม่ต่างอะไรกับความเห็นแก่ตัวของนาย " มือหนาเตรียมรั้งร่างบางสวมกอด หากแต่อีกฝ่ายกลับปัดมือออกอย่างไม่ไยดี ..ไม่ใช่ไม่ต้องการ แต่ถ้ามันเกิดจากความสงสาร ชั้นก็ไม่อยากได้เหมือนกัน
" เข้าใจกันหน่อยได้มั้ย ..ชั้นรักนายนะ อีทึก " สรรพนามที่เปลี่ยนแปลงเน้นความจริงจังในน้ำเสียง ..ร่างบางนิ่งพลางจ้องมองแววตาลึกของดวงตาคู่นั้น กลืนน้ำลายผ่านลำคอระหงอย่างยากลำบาก.. คงเทียบไม่ได้กับหัวใจที่กำลังแตกลงอย่างช้าๆ
มือบางล้วงกำโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเสื้อกันหนาวแน่น หยิบออกมาให้..ร่างสูงดู แค่นี้ คังอินก็จะจนมุมกับคำพูด แล้วเขาก็จะรับรู้ทุกสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังปิดบังอยู่ เขาอาจจะสบายใจขึ้น แต่คนที่ลำบากกลับเป็นคังอินแทน จะมั่นใจได้อย่างไร..ว่าคนตรงหน้าจะไม่เจ็บปวดเช่นกัน ที่โกหกกันอยู่..ก็เพราะไม่อยากให้เขารู้ ไม่อยากให้ต้องมากังวลในสิ่งที่ตัวเองทำ
ถ้าเป็นเช่นนั้น ..เขาก็ยอมเก็บเรื่องนี้ไว้เพียงคนเดียว
อย่างน้อย สิ่งที่พอทำให้เขายิ้มได้..คงมีแต่ความรักที่เขามีต่อร่างสูง
" พรุ่งนี้ ชั้นจะกลับมารอที่บ้านตอนเที่ยงนะ นายเองถ้ามีธุระก็ไปจัดการให้เสร็จล่ะ ตอนบ่ายเราจะได้ไปเที่ยวกัน " ใบหน้าหวานระบายยิ้มอ่อนโยน ..พลางปาดน้ำใสบนแก้มออก คังอินนั่งนิ่ง ..ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำ คำอธิบายที่ไม่สามารถมีให้คนรักได้ เขาเองก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจลงไป
_____________________________________
สัพเพเหระ : อ่า ...วันนี้ อัพแค่นี้ก่อนนะ ขอหายตัวไปทำอย่างอื่นก่อน นั่งจัดตู้มาตั้งแต่เช้าแล้วยังมีงานท่วมหัวรออยู่ แล้วเจอกัน
เค้าสมัครแล้วน้าๆๆ
บล็อคที่อุทิศเพื่อเจ้าหญิงอิย่ะฮ่ะ
แล้วจะแวะมาอ่านฟิคอีกรอบ
หนุกหนาน ฮุลาล่า
#1 By เ ด็ก ช าย โ อมเ พี้ย ง* on 2008-05-16 17:11