[KangTeuk] : Forgotten Mind ...6

posted on 21 May 2008 12:57 by icebox

 

 

...6...

 

ร่างชายหนุ่มกำลังวิ่งมาเกาะกระจกใสห้องอัดเสียงของบริษัท ท่าทางเหนื่อยหอบหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นใบหน้าสวยของคนที่อยู่ในห้อง มุมปากยกยิ้มอย่างจริงใจ..พลางหลุดขำเล็กกับดวงตากลมโตที่ค้อนขวับอยู่ ร่างสูงจึงชี้ไปทางที่นั่งด้านซ้ายให้ร่างบางในห้องรับรู้ก่อนก้าวเท้าแล้วหย่อนก้นลง




ด้วยความกะทันหันเมื่อรู้ว่าฮีชอลต้องเข้าบริษัทแต่เช้า ข้อความในกระดาษใบเล็กที่ปิดไว้บนตู้เย็น..ทำให้คนตื่นสายอย่างเขาต้องรีบบึ่งรถออกมาหาคนหน้าสวย ทรงผมที่ปกติต้องถูกเซ็ตอย่างดีกลับกระเซอะกระเซิงจนเขาไม่อยากมองตัวเองผ่านกระจกเสียด้วยซ้ำ




" นายมาทำอะไรที่นี่ " คนที่เพิ่งเสร็จงานเดินมาหยุดตรงหน้าซีวอน




" ก็คิดถึงไม่ได้เหรอครับ พี่ทิ้งผมไว้ที่บ้าน..ไม่ยอมบอกสักคำว่าจะมาบริษัท " เสียงทุ้มหยอดลูกอ้อน ..พลางพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ คนที่สอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงกลอกตาระอากับมุขเดิมๆของคนตรงหน้า





" ถ้าชั้นไม่บอกแล้วนายจะรู้ได้ไงว่าชั้นอยู่นี่ เฮอะ..จะโกหกอะไรก็ให้มันดูใกล้เคียงกับความจริงหน่อย "ฮีชอลมองชายหนุ่มที่ยิ้มแหยหลังโดนจับได้ ร่างบางนั่งลงข้างคนรัก..รุ่นน้องในวงที่กำลังครอบครองหัวใจของเขาอยู่




" เดี๋ยวชั้นจะไปซื้อของกับอีทึกต่อ นายต้องทำอะไรหรือเปล่า..วันนี้ "




" วันหยุดคร้าบบบ ..งั้นผมขอเป็นคนขับรถให้พี่นะ " มือหนาเริ่มเกาะแกะจับแขนนุ่มของอีกฝ่ายมากุมไว้ 




" ก็ดี แค่คนขับรถนะ..นายรออยู่ที่รถ พอพวกชั้นซื้อของเสร็จ เราค่อยกลับบ้านพร้อมกัน " ฮีชอลพูดดักคอ รู้ว่าร่างตรงหน้าต้องขอเดินกับพวกเขา ..ไม่มั่นใจกับความเป็นส่วนตัวก็แค่ อยากซื้อของตามประสาสาวๆก็เท่านั้น




" อ่าาาาาา ..ใจร้าย พี่ไม่ต้องการคนช่วยถือของเหรอครับ ผมเป็นได้น้าาา " อย่างน้อยก็ได้ตามพี่ไปทุกที่..ผมก็มีความสุขแล้วล่ะ




" ไว้เงินเดือนออกเมื่อไหร่ นายค่อยมาทำหน้าที่นั้นแล้วกัน ..มาพูดอะไรกันตอนกลางเกือบปลายเดือน แทบจะกินรามยอนทุกมื้ออยู่แล้ว " ประโยคหลังบ่นอุบอิบ มัวแต่ช้อปเพลินตั้งแต่ต้นเดือน..ก็เลยเข้าขั้นวิกฤตอย่างตอนนี้




" งั้นผมให้พี่ยืมก่อนก็ได้ " 




" จริงอ่ะ มีแผนป่ะเนี่ย " ดวงตาคู่โตเพ่งมองร่างสูงตรงหน้าที่กลั้นยิ้มอยู่อย่างจับผิด มีที่ไหนที่รายนี้จะให้ของคนอื่นฟรีโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน




" มันก็ต้องมีบ้างสิครับ แต่ผมว่า..ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของพี่หรอก ที่จริงสิ่งที่ผมต้องการ..พี่แทบไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ " เสียงทุ้มเริ่มตะล่อมเหยื่อที่ดูจะรู้ตัวเร็วกว่าที่คิด ยังไงก็ขอให้ตอบตกลงก่อน ไม่งั้นเป็นอันเสียแผน




" ก็จริง ..เท่าไหร่ก็ได้ใช่มั้ย " ซีวอนพยักหน้างึกงักยืนยัน มองดวงตากลมสวยที่กำลังขึ้นสัญลักษณ์ดอลลาร์..แม้ต้องปาดเหงื่อ เขาก็พร้อมที่จะทุ่มเพื่อคนตรงหน้า




" โอเค ..ว่าแต่นายจะให้ชั้นทำอะไร "




" ก็แค่.. อยู่นิ่งๆ " ฮีชอลตาโต เมื่อร่างสูงพูดในสิ่งที่เขาต้องทำ ..อะไรมันจะง่ายดายขนาดนั้น อยู่นิ่งๆก็ได้เงินมาใช้ นายมันโง่หรือว่าแกล้งโง่เนี่ย แต่มันก็เป็นผลดีสำหรับเขา




" นานมั้ย นายจะวาดรูปเหมือนชั้นเหรอ ถึงต้องให้นั่งนิ่งๆน่ะ " ซีวอนสั่นหน้าปฏิเสธ




" ผมจะทำอย่างนี้ต่างหากล่ะ " แก้มเนียนถูกขโมยหอมฟอดใหญ่โดยไม่ทันตั้งตัว เรียกแววตาตกใจจากร่างบาง..แต่สำหรับอีกคนกลับเป็นรอยยิ้มสุขใจแทน นิ้วเรียวยกสั่นๆขึ้นชี้ไปที่คนรัก




" น..นาย ซีวอน กล้าทำแบบนี้ได้ไง ถ้าใครมาเห็นเข้า..จะทำยังไง หาาาาาาาา " เสียงหวานตวาดลั่น




" ก็แค่แสดงตัวอย่างให้พี่ดูว่า ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายผมน่ะ..มันคืออะไร ที่นี้ก็อย่าลืมนะครับ ส่วนเวลาก็ขอเป็นสี่ทุ่มของทุกวันแล้วกัน ผมจะรอที่หน้าห้องพี่.. ถ้าเบี้ยวผมล่ะก็ จะหาว่าโหดไม่ได้น้าาาาาา " รอยยิ้มพิฆาตฉายชัดแจ่ม ..ผิดกับอีกคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตกหลุมพลางเข้าให้ ดันรับปากไปแล้วด้วยสิ..จะมากลับลำตอนนี้ต้องถูกคนตรงหน้าเอาไปโพนทะนาทั่วแน่ 




เสียงฮึดฮัดดังขึ้นก่อนฮีชอลจะเดินไปยังบริเวณลานจอดรถด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ตามติดด้วยซีวอนที่เดินผิวปากอารมณ์ดี




....................................................................




ข้อมือเรียวถูกยกขึ้นมองเวลาจากนาฬิกาสีสด เลยเวลาที่นัดกันไว้เกือบครึ่งชั่วโมง..ไม่รู้ว่าคนที่เขาชวนออกมามัวไปทำอะไรอยู่ กะว่าจะชวนออกมาช่วยดูสมุดบันทึกสักเล่มให้คังอิน เอาไว้จดตารางงานยุ่งๆของตัวเองไว้..ชอบหลงลืมแถมยังทำงานวุ่นจนแทบไม่ได้พักผ่อน




" พี่อีทึก.. " เสียงใสเอ่ยทัก คนถูกเรียกหันมองตามเสียง " ใช่ พี่จริงๆด้วย "




" เฮียวยอน.. " 




" ใช่ค่ะ ดีใจจังที่พี่ยังจำชั้นได้ ..แต่ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พี่ยังดูใจดีเหมือนเดิมเลยนะคะ " หญิงสาวพูดชมเกือบเดือนที่อีทึกหมดหน้าที่ดูแลการซ้อมเพลงให้พวกเธอ โอกาสที่จะได้เจอก็มีน้อยลง..เพราะต่างคนก็ต่างมีงานที่ต้องทำ 




" พูดเกินไป ..ว่าแต่ไปหาอะไรลองท้องหน่อยมั้ย อุตส่าห์เจอทั้งที " อีทึกชวนตามมารยาท ..บวกด้วยความเอ็นดูรุ่นน้องที่ตัวเองเคยเป็นเทรนเนอร์ชั่วคราวให้จนลืมว่า ตัวเองกำลังรอฮีชอลอยู่




" เสียดายจัง ชั้นเพิ่งลงไปทานอาหารชั้นล่างมานะคะ แล้วพี่มายืนคนเดียว..รอใครหรือเปล่า "




" ฮีชอลน่ะ พี่นัดฮีชอลไว้แต่หมอนั่นยังไม่มา " ใบหน้าหวานชะเง้อมองคนที่ถูกพูดถึงอีกรอบ แต่ก็ยังไร้วี่แวว




" งั้นชั้นอยู่เป็นเพื่อนดีมั้ย ..รอจนกว่าพี่ฮีชอลจะมา " เฮียวยอนเสนอ อีทึกจึงตอบตกลงทันที ก่อนที่ทั้งคู่เลือกร้านเบเกอรี่เล็กๆในบริเวณใกล้เคียงเป็นจุดพัก 




" วันนี้..อากาศไม่ค่อยหนาวแล้วนะคะ คนเลยออกมาเดินข้างนอกเยอะเป็นพิเศษ " ดวงตาคู่สวยมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาดูหนาตากว่าเมื่อครั้งมาซื้อของช่วงหิมะตกหนัก




" อากาศอุ่นขึ้น ..ใครๆก็อยากออกมารับไอแดดทั้งนั้น เหมือนกับเราไง "




" อยู่ในห้างเนี่ยนะคะ เรียกว่ารับไอแดด..มันต้องเดินชมวิวข้างนอก สูดกลิ่นชื้นของดิน..มองต้นไม้ที่กำลังแตกกิ่งออกใบเล็กๆเต็มต้นถึงจะถูก " อีทึกพยักหน้าเห็นด้วย ..ก็เขากำลังจะได้ทำอย่างที่เฮียวยอนพูดอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้ากับคนที่เขารัก คิดแล้วก็ทำให้ใบหน้าหวานเผลออมยิ้มออกมา




" พี่ดูท่าทางมีความสุขจังนะคะ ..กำลังจะนัดใครออกเดทหรือเปล่าเนี่ย " 




" กะว่าตอนบ่ายจะออกไปสูดอากาศอย่างที่เราบอกตรงสวนสาธารณะใกล้ๆ ก็แค่นั้น " อีทึกตอบ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบแก้กระหาย ไม่ทันมองอีกคนที่เหยียดมุมปาก..เหมือนเข้าใจเรื่องบางอย่าง เหลือแต่ความแน่ใจว่าเป็นอย่างที่เธอคิดไว้







" ถ้าได้เดินจูงมือกับคนรักก็ดีสินะคะ ว่าแต่พี่เล็งใครไว้รึยัง..คนที่พี่ชอบน่ะ " คำถามที่เล่นเอาคนถูกถามสำลักก่อนหยิบกระดาษเช็ดริมฝีปากชมพู




" เธอก็รู้ว่า นักร้องอย่างเราต้องระวังตัวให้มากในเรื่องแบบนี้.. อีกอย่างงานยุ่งจนเกือบจะนอนค้างกันที่บริษัทอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจเรื่องพวกนั้น " คำพูดที่ต้องการบอกปัดให้พ้นตัวกลับถูกหญิงสาวตรงหน้าหัวเราะเยาะในใจ



สิ่งที่พี่พูด..คงหลอกคนอื่นได้ แต่สำหรับชั้นคงยากหน่อยล่ะ


ในเมื่อชั้นรู้ความจริงหมดแล้วเรื่องของพี่กับพี่คังอินน่ะ




" ถ้าอย่างนั้น ชั้นขอไปด้วยนะ พี่ไปคงเดียวคงเหงาแย่.. " คำขอร้องที่สร้างความลำบากใจแก่อีทึก แล้วจะบอกออกไปได้อย่างไรว่าเขาจะไปกับคังอิน คงได้ถูกสืบเรื่องราวหนักกว่าเดิม.. แม้จะรู้ว่าเฮียวยอนไม่ใช่เด็กสาวที่ไร้เดียงสา แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะทำไปเพื่อหวังประโยชน์อะไรจากเขา




" ชั้นพูดเล่นนะคะ " เมื่อเห็นว่าคำขอของเธอถูกอีทึกปฏิเสธด้วยความเงียบ เธอจึงเอ่ยตัดบทเพื่อให้คนตรงหน้าหายใจหายคอได้คล่องบ้าง พอดีกับที่ชายหนุ่มโบกมือให้ฮีชอลซึ่งกำลังมองหาคนตรงหน้าเหมือนกัน




" พี่ฮีชอลมาแล้ว ชั้นคงหมดหน้าที่แล้ว ไว้วันหลังเจอกันใหม่นะคะ พี่อีทึก " หญิงสาวโปรยยิ้มสุดท้ายให้ร่างบางก่อนลุกจากที่นั่ง สวนกับอีกคนที่เดินเข้ามาในร้าน อีทึกถอนหายใจโล่งอกที่ฮีชอลโผล่มาทันเวลาช่วยชีวิตเขาเอาไว้




เฮียวยอนเดินเลี้ยวหลบไปอีกทาง พอให้พ้นสายตาของคนทั้งคู่..พลางกดโทรศัพท์โทรออกไปหาเพื่อนสนิท




" ชั้นเอง .. "




[ มีอะไร เธอโทรมาปลุกชั้นเลยนะ.. ]




" ชั้นมีเรื่องจะบอกให้เธอรู้ไว้เท่านั้น "




[ งั้นก็พูดมา ]




" เมื่อกี้ชั้นเจอพี่อีทึก เขาจะไปสวนสาธารณะบ่ายนี้"




[ แล้วไง ]




" กับคังอิน.. "



.................................................................



ความชื้นจากหิมะที่ละลายตามทางเดิน ..แต่งแต้มกิ่งไม้ให้ดูนุ่มนวล ยอดหญ้าเริ่มโผล่ขึ้นตามรอยแยกบนพื้นดิน ม้านั่งที่วางห่างกันเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว ทำให้สวนสาธารณะยามบ่ายแก่ๆดูน่าอยู่ขึ้นมาทันตา




อีทึกนั่งพักบนม้านั่งที่อยู่เกือบในสุดของสวน ใบหน้าหวานกวาดซึมซับบรรยากาศโดยรอบ.. รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ มองร่างสูงที่กำลังเดินมาทางเขาพร้อมกับกระป๋องน้ำในมือ




" ขอบคุณ " อีทึกรับก่อนเปิดดื่ม คังอินนั่งลงข้างๆกัน..ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจากคนตาสวย ดีใจที่พวกเขาได้มีเวลาให้กันเสียที




" อากาศดีเนอะ ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากมาที่นี่ทุกวันเลย " เสียงหวานเอ่ย ขณะมองเด็กน้อยในรถเข็นที่กำลังเล่นตุ๊กตาในมือ คุณแม่คนสวยหันมองพวกเขาพลางยิ้มให้.. อีทึกจึงโบกมือให้เด็กน้อยเป็นการทักทาย คังอินทำเพียงระบายยิ้มน้อยๆพอเป็นพิธี ก่อนมองหญิงสาวกลางคนเข็นรถผ่านหน้าไป




" แก้มยุ้ยน่าจับชะมัด ..คงนิ่มน่าดู " ร่างบางรำพึงกับตัวเอง




" จะมีสักคนมั้ย ทึกกี้ ..ฉันว่าคนเดียวสงสัยจะไม่พอ สักสามเป็นไง " ความคิดของคนข้างตัวเรียกแววตาแปลกๆจากอีทึก




" ไม่ขำเลย คังอิน ..ทีหลังอย่าพูดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้อีกนะ " มันทำให้เขารู้สึกเหมือนมีปมด้อย ใบหน้าเข้มพยักหน้าตกลง พลางเขยิบมือหนาวางทาบหลังมือนุ่ม ดวงตาสีเข้มเสมองใบหน้าหวานของคนข้างตัวที่ดูมีความสุขเป็นพิเศษ แก้มเนียนขาวทำให้เขาเผลอฉวยโอกาสสัมผัสความหอม




อีทึกส่งสายตาดุเล็กๆให้คนที่อมยิ้มเด่นให้เขา " เราอยู่นอกบ้านนะ อย่าทำอย่างนี้อีก..เข้าใจมั้ย " ร่างสูงส่ายหน้าพร้อมแววตาไร้เดียงสา เรียกมือบางตีลงบนต้นแขนเต็มรัก




" ทึกกี้ มือหนักอ่ะ ..เจ็บด้วย ดูดิเป็นรอยแดงเลย " เสียงทุ้มพยายามออดอ้อนขอความเห็นใจ เปิดแขนเสื้อให้ร่างบางดูรอยแดงจางๆตรงต้นแขน




" ฉันคิดว่า นายเป็นพวกหุ่นยนต์ซะอีก ..จะได้รู้ว่า นายก็เจ็บเป็นเหมือนกับคนอื่น " คำพูดที่แฝงความหมาย ..ใบหน้าหวานนิ่งก่อนยกกระป๋องน้ำขึ้นดื่มอีกรอบ หัวใจที่เต้นระส่ำเพราะวันนี้..เขากับคังอินออกมาด้วยกัน วันที่ทุกอย่างไม่ได้หยุดลงด้วยคำว่า ติดธุระ..หรือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถเจอกัน แต่เขาก็ยังห้ามความรู้สึกที่อยู่ภายในลึกๆไม่ได้ ความรู้สึกที่คิดว่า นี่คือการแสดงละครของคังอินหรือเปล่า ทำให้เขาตายใจ..




กลัวจะต้องเจ็บมากกว่านี้ หากทุกสิ่งเกินกว่าที่เขาจะรับไหว




" ถ้าฉันเป็นหุ่นยนต์จริงๆ ..ฉันก็อดรักนางฟ้าอย่างนายน่ะสิ "




" นางฟ้า?? " อีทึกเอ่ยทวนซ้ำ มองใบหน้าเข้มที่กำลังยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นเขาทำหน้างง




" ก็ใช่น่ะสิ ก็นาย..เป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดของฉัน เลยยกตำแหน่งนางฟ้าให้..ชอบล่ะสิ " คังอินบีบมือของอีกฝ่าย อยากจับไว้อย่างนี้ตลอดไป




" ก็ดี เป็นนางฟ้าสามารถทำอะไรก็ได้ ถ้าอย่างนั้น..นายก็ต้องเชื่อฟังฉัน "




" บอกมาเลย ฉันทำตามที่นางฟ้าคนนี้บอกทุกอย่างอยู่แล้ว " ทั้งคู่สบตากัน ..ลมหายใจลึกถูกร่างบางสูดเข้าเต็มปอด โอกาสที่เขาจะรู้ความจริงจากปากคนตรงหน้ากำลังจะมาถึง




" ถ้าอย่างนั้น ...  / พี่อีทึก พี่คังอิน " ใบหน้าคนถูกเรียกมองต้นเสียงที่อยู่ไม่ไกล หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาที่ม้านั่ง ใบหน้าเข้มเพ่งมองร่างนั้น..ก่อนหัวใจจะรู้สึกถูกบีบอย่างหนัก




..ซูยอน..




" ไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีขนาดนี้ ได้เจอพี่ทั้งสองคน.. โดยเฉพาะพี่อีทึก ฉันคิดถึงพี่มากๆเลย เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะคะ " หญิงสาวทำท่าจะเข้าสวมกอดต้นแขนของอีทึก แต่มือหนาดึงคนตาสวยเบี่ยงหลบได้ทัน.. อีทึกยิ้มแห้งให้ซูยอน พลางมองคนรักด้วยแววตาดุ




" พี่ก็คิดถึงเราเหมือนกัน เมื่อเช้าเพิ่งเจอเฮียวยอนไป ไม่คิดว่าตอนบ่ายจะเจอเราอีก " ร่างบางระบายยิ้มอ่อนให้ซูยอน ผิดกับอีกคนที่ยืนด้วยกัน.. อะไรที่กำลังสงสัย ตอนนี้ก็พอเข้าใจบ้างแล้ว หญิงสาวมาที่นี่คงเพราะเฮียวยอนโทรไปบอก แล้วที่ไม่ยอมโทรมาดักเขาไว้..ก็คงเพราะสาเหตุนี้




ประมาทความร้ายของเธอน้อยเกินไป




ร่างสูงออกอาการประหม่า แต่พยายามเก็บอาการไว้.. กลัวว่าหญิงสาวจะเผลอพูดสิ่งใดที่จะทำให้อีทึกต้องเข้าใจผิดกับเขาอีก ทั้งที่เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับซูยอนแล้วทำไมหล่อนถึงไม่ทำตามข้อตกลงนั้น.. ข้อตกลงที่บอกว่าจะอยู่ให้ห่างอีทึกไว้




" แล้วเรามาทำอะไรที่นี่ " ใบหน้าหวานถามขึ้น




" พอดี ..ฉันมาหาคนคนหนึ่งนะคะ เขาแอบหนีมาเที่ยวกับคนอื่นโดยไม่บอกฉันสักคำ ทั้งที่เราก็เป็นมากกว่าเพื่อน " ซูยอนก้มหน้านิ่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คนที่ถูกพูดถึงก็พอรู้ตัวอยู่บ้าง..แต่ก็ยังเฉยรอดูท่าทีของอีกฝ่าย




อีทึกมองหญิงสาวอย่างเห็นใจ " แล้วเจอเขาหรือยัง "




คนที่ทำท่าจะร้องห่มร้องไห้พยักหน้าหงึกๆ " เขากำลังนั่งคุย นั่งหัวเราะกับคนที่พามาเที่ยวด้วยกัน ..พี่อีทึก ฉันเจ็บจังเลย เวลาเห็นเขายิ้มให้คนอื่นที่ไม่ใช่เรา.. ทำไมถึงเจ็บอย่างนี้ " น้ำตาที่เริ่มไหลเป็นสาย หญิงสาวถือโอกาสใช้หัวไหล่ของอีทึกเป็นที่พักพิง มองใบหน้าเข้มที่อยู่หลังคนตาสวย..แล้วยิ้มเหยียดให้




" อย่าร้องไห้เพราะคนแบบนั้นเลย ซูยอนต้องเข้มแข็ง..ถ้าเธอรักเขาจริงๆ เธอก็ต้องเข้มแข็งไว้ " เสียงหวานพูดปลอบ ดึงร่างของหญิงสาวห่างจากอกของตน ดวงตาคู่สวยเหลือบมองคนที่อยู่ข้างหลังด้วยความรู้สึกกังวล ทำไมคังอินถึงเงียบผิดปกติ




" ฉันพยายามแล้ว แต่เขา..เขาไม่ได้รักฉัน ฉันทรมานที่ต้องรักเขาฝ่ายเดียว ความรักที่ไม่ได้รับการตอบแทน..ยังเรียกว่าความรักอีกเหรอ พี่อีทึก.. ถ้าเป็นพี่ พี่จะทำยังไง " คังอินตาโต ..เมื่อซูยอนเริ่มแผนการของเธอ เห็นได้ชัดว่าการเข้ามาหาพวกเขาอย่างตั้งใจคงไม่ใช่สิ่งที่ดี ตอนแรกพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าหล่อนคงคิดถึงอีทึกในฐานะรุ่นพี่ที่ไม่ได้เจอหน้ากันพักใหญ่ แต่ตอนนี้เขามั่นใจเลยว่า ซูยอนเข้ามาเพื่อก่อกวนความสัมพันธ์ของเขาชัดๆ




อีทึกเลิ่กลั่ก ..ทำหน้าไม่ถูก ปัญหาของตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลยและจะให้แนะนำอย่างไร " พี่คง..ถอยไปตั้งหลักล่ะมั้ง ไม่รู้สิ..บางที ถ้าเขาจะเป็นของเรา ไม่ว่ายังไง..เขาก็ไม่มีทางจากเราไปไหนหรอก ถึงตอนนี้จะเป็นเพื่อนหรือว่าคนรัก ด้ายแดงที่ผูกไว้.. ยังไงก็คงทำให้เรากับเขาได้รักกันสักวันหนึ่ง พี่เชื่ออย่างนั้น "




ซูยอนอึ้ง..กับคำพูดของอีทึก คำพูดที่เปรียบเหมือนกำลังใจให้เธอและคำแนะนำในเวลาเดียวกัน รู้ตัวว่านางร้ายอย่างเธอ..คงไม่มีใครคิดว่า เธอจะร้องไห้ออกมาจริงๆ ออกมาจากความรู้สึกข้างใน แต่ตอนนี้น้ำตาที่กำลังไหล.. มันเจ็บไปหมด แค่เห็นคนที่เธอรักอยู่กับใครอีกคนที่ไม่ใช่เธอเท่านั้น ความร้ายกาจที่ปกปิดความอ่อนแอไว้ก็ทลายหมดสิ้น




ผิดหรือ..ที่เธอจะรักคนที่มีคนรักอยู่แล้ว


เรื่องของหัวใจ ถ้ามันบังคับกันได้..


เธอเองก็ไม่อยากเจ็บเหมือนกัน



ถึงพี่จะดีแค่ไหน ..แต่พี่ก็เป็นเจ้าของหัวใจดวงนั้น


ยังไง เธอก็ต้องแย่งมาให้ได้




" ขอบคุณนะคะ ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย..ไว้วันหลังฉันมาปรึกษาพี่อีกได้มั้ย " ซูยอนจับมือของอีทึกมากุมไว้อย่างซาบซึ้ง




" อือ ..แล้วแต่สะดวกเลย "




" งั้นฉันต้องไปแล้วล่ะคะ พอดีนัดเพื่อนเอาไว้ " มือเรียวโบกลาพลางเดินออกจากบริเวณนั้น




" อีทึก ฉันเอากระป๋องไปทิ้งก่อนนะ " ดวงตาคู่สวยมองแผ่นหลังกว้างของคนรักที่เดินไปอีกทาง ร่างบางนั่งลงบนม้านั่งพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ หัวเราะเยาะกับความคิดของตัวเองที่พูดให้หญิงสาวฟัง




" ด้ายแดงของฉันอยู่กับนายหรือเปล่า คังอิน " เสียงหวานพูดแผ่วเบา หวังเพียงสายลมจะช่วยพัดพาให้คนที่กำลังเดินห่างออกไปได้ยิน




ร่างสูงหลบเข้าหลังต้นไม้พลางกดเบอร์โทรหาซูยอนอย่างร้อนใจ ..ละเมิดข้อตกลงขนาดนี้ เขาคงอยู่เฉยไม่ได้แล้ว




[ยอโบเซโย]




" ซูยอน เธอตั้งใจจะทำอะไร "




[ แล้วพี่ล่ะ พี่ตั้งใจจะทำอะไร ]




" ฉันถามเธออยู่ ที่ตกลงกันไว้..เธอเป็นคนบอกเองว่าจะไม่เข้าใกล้อีทึกอีก "




[ ฉันก็เปล่านี่ ที่ฉันมาที่สวนสาธารณะนี้ก็เพราะพี่ต่างหาก ]




" หมายความว่ายังไง "




[ ก็หมายความว่า ฉันบอกว่าฉันจะไม่เข้าใกล้พี่อีทึก แต่ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่เข้าใกล้พี่ ]




" อย่าอ้อมค้อม พูดมาตรงๆเลยดีกว่า เธอจะเอายังไงกันแน่.. "




[ ไม่ว่าพี่อยู่ที่ไหน ฉันก็จะอยู่ที่นั่น แต่ไม่ต้องห่วง..ฉันรู้ว่า พี่รักพี่อีทึกแค่ไหน ยังไงฉันคงไม่ปล่อยให้เขาต้องนอนคนเดียวทุกคืนแน่ หวังว่าพี่คงเข้าใจนะ .. ] 




เสียงโทรศัพท์ขาดหาย ร่างสูงปล่อยมืออย่างหมดแรง..มันเกินกว่าที่คิดไว้มาก เสียงของหญิงสาวที่เอื้อนเอ่ยทุกคำตอกย้ำความผิดพลาดของเขา ซูยอนกำลังเดินเกินที่เธอสร้างขึ้นอย่างรอบคอบ..บางก้าวต่อให้คู่ต่อสู้ เพื่อรอเวลาเหยียบให้จมดิน เขาพลาดเองที่ตกเป็นเครื่องมือของหล่อน..และที่สำคัญทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องอย่างอีทึกต้องมาพลอยฟ้าพลอยฝนกับเขาไปด้วย




แล้วคำพูดเมื่อกี้ ถ้าตีความไม่ผิด


คงเป็นสัญญาณแรกที่หญิงสาวส่งเตือนให้เขาเลิกกัน

........................................................................

 

ร่างเล็กเปิดประตูออกจากห้องนอนด้วยท่าทางงัวเงีย มือเรียวขยี้ตาเล็กน้อยเมื่อสบกับแสงไฟบนโต๊ะคอมซึ่งอยู่มุมในสุดของห้องนั่งเล่น ..แผ่นหลังคุ้นตาทำให้คนน่ารักเดินไปหาด้วยความสนใจ




" ฮ่าวววว~ คยูฮยอน ทำไมนายยังไม่นอนอีก กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย " เจ้าของชื่อสะดุ้งตามเสียงหวาน มองเปลือกตาบางที่พยายามฝืนขึ้นอย่างตกใจ




" แล้วพี่ออกมาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้ "คยูฮยอนย้อนถามอีกฝ่าย เกือบตีสองแล้ว..อย่าบอกนะ ว่าตื่นขึ้นมาหาของกินอีกน่ะ




" เอ๊ะ!! ฉันถามนายอยู่นะ ยังจะมาย้อนอีก " มือบางเริ่มเท้าสะเอว จ้องดวงตาคมด้วยแววตาโกรธ คนเขาอุตส่าห์ถามดีๆ..พูดอย่างนี้ เดี๋ยวก็ได้เคลียร์กันยาว




" ก็.. ผมแค่อ่านอะไรนิดหน่อย เดี๋ยวก็จะเข้านอนแล้ว " ซองมินเลื่อนสายตาจากใบหน้าหล่อไปยังจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏตัวอักษรลายตาไปหมด ..เหมือนรายงานอะไรสักอย่าง พลันเห็นชื่อเพื่อนร่วมวงที่โผล่ขึ้นมาทีละคนสองคน และที่สำคัญ..ยังมีชื่อของเขาอีก




" นายอ่านอะไรอยู่ "




" พี่อย่ารู้เลย ..มันก็แค่เรื่องไร้สาระน่ะ " นิ้วแกร่งคลิกเมาส์ตรงช่องกากบาทปิดหน้าต่างไออี แต่โดนมือเรียวรั้งไว้เสียก่อน..เจ้าของมือเพ่งมองอย่างอยากรู้พลางพูดเสียงเข้ม " ฉันจะอ่าน.. "




...แววตาอ่อนโยนมองใบหน้าหวานที่หลับสบายอยู่ในอ้อมกอด แรงกดบนแก้มเนียนประทับรอยจูบที่ตราตรึงในความทรงจำ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ย้ำคำรักต่ออีกฝ่าย ขนตางอนแพขึ้นมองอย่างถวิลหาก่อนก้มลงพูดด้วยเสียงหวานข้างใบหูของร่างสูง



" คยูฮยอนต้องรักฉันคนเดียวนะ เพราะฉันก็รักคยูฮยอนคนเดียวเหมือนกัน "



นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมสีดำที่บดบังใบหน้าหวาน ก้มจูบเปลือกตาบางอย่างทะนุถนอม " ครับ ผมก็รักซองมินคนเดียวเหมือนกัน "




บทความที่ผ่านเข้ามาในความคิดของคนอ่าน เขาอ้าปากค้างกับสิ่งที่เพิ่งรับรู้เมื่อครู่.. มันอะไรกันเนี่ย!!!




" เป็นไง ..บอกแล้วว่าอย่าอ่าน ก็ไม่ฟังกันบ้างเลย ทีอย่างงี้จะมองหน้าผมเหมือนหาเรื่องอีก " คยูฮยอนมองคนข้างตัวที่ยืนแข็งทื่อเรียบร้อยแล้ว อีกใจก็อยากขำกับความรั้นของซองมิน..แต่อีกใจก็สงสาร คงช็อกไปเลยล่ะสิ




" มัวแต่อ่านบ้าอะไรเนี่ย ..เอาเวลาไปนอน ไม่ก็อ่านหนังสือเรียนซะ เป็นเด็กเป็นเล็กอ่านแต่เรื่องพรรค์นี้..เดี๋ยวจะฟ้องพี่อีทึก " กำปั้นเล็กขึ้นเขกหัวคนนั่งอย่างไม่ทันตั้งตัว คยูฮยอนจึงได้แต่ลูบหัวป้อยๆมองคนหน้าแดงที่รีบเดินเข้าห้องครัว เขาหลุดขำกับความเขินอายของอีกฝ่าย..น่ารักจริงๆเลย




รังสีอำมหิตที่แผ่ขยายจากประตูห้องนอนใกล้มาทางเขาเรื่อยๆ ทำให้คยูฮยอนต้องเหลียวหลังอีกรอบ.. เงาดำทอดทับจอคอมพิวเตอร์.. ใบหน้าเข้มของคนยืนเล่นเอาคนนั่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่คงเห็นตอนที่เขาอยู่กับซองมินด้วยสินะ




" อ่า..พี่ฮันกยอง พี่ซองมินเพิ่งเดินเข้าห้องครัวไปเมื่อกี้เอง " พูดเหมือนรู้หน้าที่ ..คนตรงหน้าคงไม่เดินมาหาเขาเพื่อเตือนให้เข้านอนด้วยความเป็นห่วงหรอกเนอะ ..ในเมื่อก่อนหน้านี้ก็เกือบจะกลายเป็นศัตรูหัวใจกันซะแล้ว




" ฉันเห็น.. " เสียงเข้มตอบห้วน มองลึกเข้าไปในดวงตาของคยูฮยอน..อย่างกับกำลังตรวจดูให้แน่ใจว่าหนุ่มน้อยยังรู้สึกกับซองมินเหมือนก่อนหรือเปล่า




" นายรู้ใช่มั้ย ว่าฉันต้องการพูดเรื่องอะไร "




" คงไม่พ้นเรื่องของพี่ซองมิน.. " ฮันกยองพยักหน้าขรึม มือหนากอดอก..มองคยูฮยอนด้วยแววตาเคร่งเครียดถึงมันจะเริ่มแผ่วเบาจนเขาเกือบสัมผัสไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถไว้ใจให้อยู่ใกล้เหมือนคนอื่นๆ ..เห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า




คยูฮยอนสูดหายใจลึก " ผมว่าพี่ไม่เห็นต้องกังวลเลยสำหรับเรื่องนี้ คนอย่างพี่ซองมิน..ถึงจะดูเข้าได้กับทุกคนเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นจนอาจทำให้พี่รู้สึกเหมือนกับตัวเองอาจไม่ใช่คนที่พี่ซองมินคบอยู่ แต่พี่ก็รู้ดี..หัวใจของพี่ที่จดจำเสียงของพี่ซองมินตอนบอกรักพี่ ทำไมพี่ถึงไม่เชื่อใจเขาสักที ..เรื่องระหว่างพวกพี่สองคน ทำไมถึงต้องคำนึงถึงคนอื่น หวาดระแวงกัน..ทั้งที่พี่ซองมินมอบฐานะที่ผมอยากเป็นให้พี่ ต้องให้ย้ำอีกกี่ครั้งว่าพี่คือคนที่พี่ซองมินรัก คนรักที่ผมไม่สามารถแทนได้ "




ฮันกยองนิ่งงัน.. ความพูดที่สื่อความจริงใจและความเจ็บปวด เจ็บที่ต้องเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกัน




" ผมคงแย่งเขามา ถ้าพี่ฮันกยองไม่ใช่เจ้าของหัวใจของพี่ซองมิน " เสียงทุ้มจบลงพร้อมแววตาที่ปรับเข้าสู่ปกติยอมรับเสียที ..ทั้งที่พี่แล้วก็ผม ผมตัดใจได้แล้ว แต่ดูท่าพี่ยังลังเลอยู่ ลังเลความรักของพี่เอง.. มั่นใจเสียทีเถอะคยูฮยอนปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ตรงหน้าก่อนลุกขึ้นบิดขี้เกียจแล้วเดินเข้านอน สวนกับอีกคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องครัวมองร่างสูงที่ยืนนิ่ง " อ้าว ..ฮันกยอง ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ "




เท้าเรียวหยุดยืนตรงหน้าคนรัก..จ้องใบหน้าเข้มด้วยความสงสัย แล้วที่คยูฮยอนเดินออกไปจะเกี่ยวกับคนตรงหน้าหรือเปล่า รู้ดี..ว่าฮันกยองไม่ค่อยชอบคยูฮยอนโดยมีเขาเป็นต้นเหตุ




มือหนาคว้าร่างบางเข้ามากอดอย่างโหยหา ..พลันน้ำตาอุ่นก็หยดลงบนไหล่เล็ก " ขอโทษ.. ฉันขอโทษ " เสียงทุ้มเอ่ยสั่นๆ ซองมินตกใจเล็กน้อยกับเสียงทุ้ม แต่มือบางก็ปลอบโยน..บรรเทาความอ่อนแอของร่างตรงหน้า




ความเงียบ..กับความอบอุ่นที่ฮันกยองกำลังได้รับจากซองมิน หนทางเดียวที่ซองมินจะมอบให้ได้และอภัยให้กับสิ่งที่ร่างสูงทำผิดไป




เชื่อใจ ..ฉันจะเชื่อใจนาย ซองมิน




....................................................................




" ทึกกี้ ..ใกล้จะถึงวันวาเลนไทน์แล้วนะ " เสียงเริงร่าของร่างหนาปลุกคนที่นอนหลับตื่นขึ้น ร่างสูงเท้าแขนบนหมอนใบใหญ่พลางยิ้มแย้ม




" อืม "




" เราไปทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารหรูกลางเมืองแล้วก็ไปนั่งรถเล่นกันนะ " คังอินหยิบโพยตารางการเที่ยวของพวกเขาออกมา เมื่อวานอุตส่าห์นั่งคิดจนหัวแทบระเบิด ..ร้านอาหารที่ว่าก็ต้องจองล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ แล้วเรื่องรถที่จะยืมออกไปอีก ต้องส่งสายตาพิฆาตแก่งแย่งกับอีกหลายคนในบ้านไม่ว่าจะเป็นซีวอน คิบอมหรือฮยอกแจ แต่ในที่สุดด้วยความที่เขาเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูงสุดในพวกนั้น(??) จึงได้มันมา..




" อืม "




" ทึกกี้ นายพูดเป็นอยู่อย่างเดียวรึไง ตอบอย่างอื่นบ้างสิ เช่น..อยากไปเร็วๆจัง โปรแกรมเที่ยวของเราคงจะวิเศษที่สุดเลย อะไรแบบนี้..พูดเป็นมั้ย " คนตัวโตเริ่มอารมณ์บูด มองดวงตาคู่สวยที่ค่อยๆเผยให้เห็นอีกครั้ง.. ท่าทางดีใจที่อยากเห็น ทำไมไม่เห็นเป็นอย่างที่คิดเลย




" อยากไป..กับนายที่สุด " อีทึกเอ่ยเรียบก่อนเขยิบตัวเข้าใกล้ร่างสูง..แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่ คังอินถึงกับหน้าขึ้นสี ไม่บ่อยนักที่อีทึกจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน หัวใจดวงใหญ่ก็พองโต..แถมยังรู้สึกวาบหวิวอีกดวงตาที่เผลอสบกัน ไม่นานมือหนาก็คว้าเอวบางไว้แล้วพลิกร่างคนรักให้นอนราบบนเตียงนุ่มขณะที่ตัวเองกำลังมองใบหน้าหวานจากมุมบน " ตรงนี้ ..ขอได้มั้ย " นิ้วเรียวแตะลงบนพวงแก้มขาวพลางเอ่ยถาม เจ้าของเพียงแต่อมยิ้ม คังอินจึงกดจูบบนแก้มเนียน




" แล้วตรงนี้ล่ะ " ไล่เรื่อยจนถึงริมฝีปากอิ่ม ..ความชุ่มชื้นที่หวังจะทำให้ร่างกายของเขาสดชื่นขึ้นต้อนรับยามเช้า ท่าทีนิ่งเฉยของอีทึกเหมือนคำอนุญาตสำหรับร่างสูง ..ไม่มีท่าทีขัดขืน เขาจึงทำตามอำเภอใจ เรียวลิ้นลากผ่านริมฝีปากบางที่ถูกชิมรสหวานจนพอใจ ลำคอขาวกลายเป็นจุดหมายต่อไป..ใบหน้าเข้มกระตุกรอยยิ้มสูง ไม่สวย..น่าจะมีรอยแต้มสีแดงจากเขาอีกหน่อย น่าจะดูดีกว่านี้ ความคิดที่พาการกระทำลุกล้ำ ไม่นาน..ผิวเนื้อบางก็เป็นดังที่ใจคิด มือหนาปลดกระดุมเสื้อนอนของอีกฝ่ายอย่างเบามือ มองเรือนร่างที่เขาทะนุถนอมราวกับของล้ำค่าด้วยความรัก




" แล้วตรงนี้ล่ะ ..ฉันต้องขออีกหรือเปล่า " เสียงทุ้มกระซิบข้างหูของอีทึก ใบหน้าหวานเมินหลบด้วยความเขินอาย นิ้วเรียวยาวจิ้มลงบนเนินอกข้างซ้ายของร่างบาง..ตำแหน่งที่ความรักของพวกเขาอาศัยอยู่ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น ..ทุกอย่างกำลังจะเอ่อล้นออกมาจากตัวเขา ความรัก ความอยากและความลุ่มหลง




มือเรียวสองข้างโอบรอบคอคังอิน ก่อนโน้มเข้าใกล้ใบหน้าของตัวเอง " ฉันมีสิทธิ์ไม่ให้หรือเปล่า ..ถ้าฉันไม่ให้ล่ะ" แววตายั่วยวนถูกส่งมอบให้คนรัก มือหนาประคองแผ่นหลังบางไว้พลางขบติ่งหูร่างตรงหน้าเป็นการเตือน




" ถ้านายกล้า ..ก็ลองดูกันสักตั้ง " เสียงทุ้มพูดขึ้น มองร่างบอบบางด้วยสายตาเจ้าเล่ห์..ก่อนประกบจูบริมฝีปากสีกุหลาบ ตวัดแลกลิ้นอุ่นในโพรงปากของอีกฝ่าย มือหนากำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีเยี่ยม..คลึงสะโพกขนาดเหมาะมือ กระตุ้มอารมณ์และเสียงครางหวานในลำคอ




แสงแดดสะท้อนผ้าม่านสีอ่อน ไม่สามารถยับยั้งความร้อนแรงภายในห้อง..รังแต่จะเพิ่มอุณหภูมิที่ร้อนระอุให้สูงขึ้น แรงลมพลิ้วไหวภายนอกเทียบกับแรงรักที่อบอวลอยู่รอบตัวของพวกเขาไม่ได้เลย.. ไม่ได้แม้แต่น้อย



.................................................................................




ฮีชอลกำลังเดินสู่ห้องอัดรายการของตัวเอง ใบหน้าสวยก้มหาของในกระเป๋าถือของตน..ทำให้ชนกับคนที่เดินสวนกัน ริมฝีปากบางกำลังจะเอ่ยขอโทษตามมารยาท ถ้าหากไม่เห็นหน้าของคนที่เขาเดินชนเสียก่อน




ร่างโปร่งเก็บแฟ้มงานของตัวเองแล้วก้าวเท้าออกไป เหลือเพียงสายตาเมินเฉยให้อีกคน " เดี๋ยวสิคะ พี่ฮีนิม .. ต้องเรียกว่า พี่ฮีชอลสินะคะ "

ฮีชอลมองด้วยหางตาโดยไม่หันหน้าเผชิญ ..เสียงผ่อนลมหายใจแรง เขาชักรำคาญหญิงสาวแล้วสิ ทั้งที่ไม่ได้เจอบ่อยๆ แต่ก็ทำให้เขาเหม็นขี้หน้าได้ " มีธุระอะไรกับฉัน ซูยอน "




" ฉันแค่อยากขอความช่วยเหลือจากพี่หน่อยนะคะ หวังว่าในฐานะรุ่นพี่ร่วมค่าย..พี่คงไม่ปฏิเสธที่จะช่วยฉัน "




" ว่ามา ..ถ้าฉันทำได้และพอใจที่จะทำ ฉันก็จะทำให้แล้วกัน " ฮีชอลตอบอย่างสงวนท่าที ..ไม่รู้ว่าหล่อนจะมาไม้ไหนอีก




" หลายวันมานี้ ..ฉันติดต่อพี่คังอินไม่ได้เลย พี่เขาทำงานหนักหรือคะ " ดวงตากลมโตเบิกโพลงกับคำถามของอีกฝ่าย




" ต..ติดต่อ เธอกับคังอิน?? " ซูยอนส่งแววตาใสซื่อ พลางพยักหน้าหนักแน่นเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของคนสวย




ฮีชอลอ้าปากเล็กน้อย ไม่อยากจะเชื่อกับคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางที่แต่งด้วยสีแดงสดประกายมุข " แล้วเธอจะให้ฉันทำอะไร บอกคังอิน..หรือว่าตอบคำถามของเธอ " หัวใจที่เต้นรัว ..นึกถึงใบหน้าหวานของเพื่อนสนิท อีทึกคงยังไม่รู้เรื่องนี้แน่ๆ ก่อนออกมาหมอนั่นยังยิ้มร่าอยู่เลย แถมคังอินก็ยังนัวเนียไม่ห่าง




เสียงหัวเราะแหลมในลำคอขัดความคิดของฮีชอล " หัวเราะอะไร.. "




" พี่ใจดีกว่าครั้งที่แล้วที่เราเจอกันนะคะ ฉันมีโอกาสเลือกได้ด้วยว่าจะให้พี่ทำอะไร.. ควรจะดีใจหรือเปล่า "




" ถ้าเธอยังไม่เลิกยอกย้อน ..ฉันคงต้องขอตัวก่อน พักนี้ยุ่งๆไม่มีเวลาไปก่อกวนคนอื่นเหมือนคนแถวนี้ " ดวงตาคมมองจิกหญิงสาวที่เก็บอาการหัวเราะเกือบในทันที ซูยอนตระหนักแล้วว่า..ถ้าเธอต้องการอะไรมากกว่านี้จากคนตรงหน้า คงต้องสงบปากสงบคำบ้างเสียแล้ว




" งั้นฉันขอถามพี่สัก 2-3 ข้อแล้วกัน ..ใช้เวลาไม่นานหรอก " ฮีชอลมองหาม้านั่งริมทางเดิน ก่อนเดินมานั่งกอดอกไขว่ห้าง




" พี่คังอินงานยุ่งมากหรือเปล่าคะ " น้ำเสียงเป็นห่วง ..โทรศัพท์ที่เคยคุยกัน แม้จะไม่นานหรือสนิทสนมเหมือนคนที่เขารักกัน แต่เธอก็พอโล่งอกที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของคนที่เธอรัก รู้ว่าเขาสบายดีพอจะโต้เถียงกับเธอ..รู้ว่าคังอินยังรู้สึกกับเธออยู่บ้าง แม้จะเป็นทางด้านลบก็ตาม ตั้งแต่เจอกันที่สวนสาธารณะคราวก่อน..เธอรู้ว่า ตัวเองได้ทำเรื่องให้คังอินไม่พอใจเอามากๆ เวลาที่เธอสมควรจะแบ่งให้พี่อีทึกกับพี่คังอินอยู่ด้วยกัน แต่เธอก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ความอยากรู้อยากเห็นกลับทำให้เธอดูแย่ในสายตาของคังอิน 




อยาก..รับรู้ความอ่อนโยนของพี่ที่มีต่อพี่อีทึก


หวัง..ที่จะได้รับการกระทำแบบนั้นบ้าง ขอมากไปหรือเปล่า




คำว่า 'แบ่งเวลาให้' ..มันน่าจะเป็นพี่อีทึกมากกว่าที่ยอมให้เธอได้มีเวลาร่วมกับคังอิน ในเมื่อตอนนี้เธอก็ทำได้เพียงแอบซ่อนความรักเท่านั้น




" ก็นิดหน่อย ทำงานหนัก.. พักน้อย เลยโดนไข้หวัดถามหา " ฮีชอลชำเลืองมองท่าทางกังวลของหญิงสาว ก่อนที่หล่อนจะเอ่ยถามต่อคนสวยจึงชิงพูดก่อน " แต่เธอไม่ต้องห่วง พี่อีทึกอุตส่าห์หยุดงานมาดูแล..อีกวันสองวัน คังอินก็คงกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม "รู้ว่าทิ่มแทงใจคนฟัง แต่จะให้ทำอย่างไร ..ในเมื่อหญิงสาวเป็นฝ่ายผิด คิดจะแยกอีทึกกับคังอินออกจากกัน คงมองอะไรง่ายไปหน่อยกระมัง รอข้ามศพคิม ฮีชอล คนนี้ไปให้ได้ก่อนเถอะ




" เหรอคะ ..ฉันจะฝากความห่วงใยไปให้พี่คังอินได้หรือเปล่า ฉันอยากซื้อกระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมพี่เขาจังเลย "




" ไม่ต้อง ..อีกไม่กี่วัน หมอนั่นก็จะหายดีแล้ว เธออย่าไปกวนดีกว่า เดี๋ยวอาการจะทรุดหนักกว่าเดิม " ฮีชอลพูดกันท่า ..ถ้ายัยนี่ไปบ้านพักล่ะก็ ..มีหวังระเบิดลูกย่อมได้ลงหลังคาบ้านแน่ อีกอย่างก็กลัวว่าอีทึกจะเห็นพิรุธเข้าให้น่ะสิ




" ตาฉันถามเธอบ้างแล้ว ซูยอน ..ขอให้เธอตอบตามความจริง ไม่งั้นฉันจะไม่คุยกับเธออีก " หญิงสาวเงยหน้ามองใบหน้าสวยที่กำลังจ้องเธอด้วยแววตาจริงจัง




" เธอต้องการอะไรกันแน่ ..ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายทิ้งคังอินไปก่อนแท้ๆ ทำไมถึงกลับมา " ดวงตากลมโตจ้องลึกราวกับค้นหาคำตอบภายในใจของอีกฝ่าย ทำไมจะไม่รู้..ว่าคังอินต้องลำบากแค่ไหนกว่าจะข้ามพ้นเวลาทุกข์ทรมาน กว่าจะลืมคนที่เขาเคยรักมากที่สุด คนที่ทำร้ายกันอย่างไม่มีเหตุผล




" เพราะฉัน.. เพิ่งเห็นค่าของมัน เพิ่งรู้ว่าตัวเองยังรักพี่คังอิน และฉันก็มั่นใจว่าในใจลึกๆของพี่คังอินยังรักฉันอยู่ " คงลึกจนเหลือเพียงเงามืดเท่านั้นที่เป็นดั่งทางให้กับเธอ เหมือนของหนักที่ตกลงก้นบึ้ง..แม้แต่แสงก็ไม่สามารถส่องสว่างอยู่ตรงนั้นได้




" คิดอะไรอย่างนั้น ..ซูยอน เรื่องเลวร้ายที่เธอทำ ทำให้ฉันนึกไม่ถึงว่าเธอยังมีความคิดแบบเด็กๆเหมือนเดิม เอาแต่ใจ..ไม่ฟังเหตุผล แถมยังคิดเข้าข้างตัวเองอีก " 




" พี่คังอินคงเจ็บมากสินะคะ ตอนที่ฉันบอกเลิกพี่เขา.. แต่ฉันก็ไม่ได้ดีใจอย่างที่ฉันคิดว่าตัวเองจะเป็น พี่ก็รู้ว่าตอนนั้นฉันและพี่คังอินก็ยังเด็กทั้งคู่.. " ใช่ ..การคบกันในตอนนั้น เธอเองก็ไม่อยากเรียกว่าความรักนักหรอก ..เหมือนความสนุกมากกว่า สนุกที่จะได้อยู่กับคนคนนั้น สบายใจที่จะได้พูดคุยกัน โดยที่ไม่รู้ว่า..อีกฝ่ายคิดจะผูกมัดเธอด้วยคำว่าคนรัก




" อืม ตอนนี้ คังอินก็ตาสว่างแล้ว..โตพอที่จะรู้ว่า ใครคือคนที่ควรยืนเคียงข้างหมอนั่น " พูดอีกก็ถูกอีก คงต้องใช้คำว่า 'หลง'มากกว่าคำว่า 'รัก' ในกรณีของคังอินและซูยอน ไม่ว่าจะทำอะไร..ที่ไหน หมอนั่นก็เอาแต่พูดถึงซูยอนไม่ขาดปากจนเขาเริ่มหมั่นใส้ตะหงิดๆ คุยโทรศัพท์กันข้ามวันข้ามคืน แต่พออกหัก.. ก็ไม่ต่างกัน เปลี่ยนเป็นร้องไห้ฟูมฟายแทน




" ฉันไม่เคยรักใครมากเท่าเขามาก่อน พี่ฮีชอล ..ถ้าพี่เคยมีความรัก เคยมองคนที่เรารักอยู่ไกลๆ พี่จะรู้ความรู้สึกของฉัน " ทรมานจนไม่อยากมอง แต่หัวใจที่เอาแต่เรียกหาชื่อของคนนั้น ..ฉันควรทนเจ็บต่อไปหรือก้าวออกจากที่ตรงนั้นโดยกลายเป็นคนเย็นชา




อยากเกลียดแต่ก็ทำไม่ได้ ..เหมือนยังติดค้างอยู่ข้างใน




" ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรักใครก็ได้ ..รักคนที่เราอยากรัก แต่เราก็ไม่สามารถรักเขาได้ทุกเวลา ซูยอน..เวลาของเธอกับคังอินมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้คังอินไม่เหลือหัวใจให้ใครอีกนอกจากอีทึก เธอเลิกปิดหูปิดตาตัวเองเสียที ไม่ว่าคังอินกำลังทำอะไรอยู่ ..ขอให้เธอรู้ว่าที่หมอนั่นทำก็เพื่อ อีทึก คนเดียวเท่านั้น "




มือเล็กกำหมัดแน่นบนตัก ..หลอกตัวเองมาตลอดจนสุดท้ายก็ถูกฮีชอลตอกย้ำ การคบกันของเธอ..เธออาจจะคิดไปเอง แต่นั่นก็เพราะพี่อีทึกไม่ใช่หรือ ที่คังอินยอมมาหาเธอ..มาเที่ยวกับเธอทุกครั้ง ก็เพราะคนตาสวยคนนั้น




มา ..ทั้งที่หัวใจเป็นของคนอื่น




ถึงเวลาที่เธอต้องยอมออกจากความฝันแล้วหรือ พระเจ้า..คงไม่อยากให้เธอมีความสุขอยู่ในนั้น เพราะเธอกำลังทำลายความสุขของคนอื่นเพื่อตังเองอยู่ใช่มั้ย ถึงเวลาที่เธอต้อง 'ปล่อย' ความรักที่พยายามไขว่คว้าแล้วหรือ




ฮีชอลมองหญิงสาวที่กำลังคิดหนักอย่างเห็นใจ คำว่ารัก..ที่ซูยอนเอ่ย ไม่ใช่เรื่องโกหก แต่มันสายไปแล้ว สายเกินไปสำหรับพวกเธอทั้งคู่ " ตัดใจซะเถอะ ซูยอน.. ต่อไปเธอก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง คังอินก็มีชีวิตในทางของเขาเหมือนกัน เวลายังคงเดินไปเรื่อยๆไม่รอความแน่ใจในความรู้สึกของเธอ ยอมรับตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าถลำลึกจนไม่สามารถถอนตัวได้ " อีทึกยังไม่รู้ ..ยังไม่มีใคร นอกจากเขาและคังอิน เขาจะให้อภัย ลืมเรื่องราวทุกอย่างให้หมด.. ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น




" แต่ฉันรักเขา "




" แต่เขาไม่ได้รักเธอ คังอินหมดรักในตัวเธอแล้ว ซูยอน.. " น้ำตาเอ่อปริ่ม ..หยดลงบนหลังมือของหญิงสาว 




" พี่ฮีชอล ..ฉันจะเลิกยุ่งกับพี่คังอิน แต่ฉันขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย " แววตาเศร้าระคนเห็นใจ ..ครั้งสุดท้ายที่เธอกับคังอินจะอยู่ด้วยกัน ฮีชอลพยักหน้าช้าๆ..ดวงตาของซูยอนไม่เหลือความเจ้าเล่ห์ ถ้าสิ่งที่ซูยอนกำลังจะพูดทำให้หล่อนตัดใจได้ เขาก็พร้อมจะทำ




" พี่ช่วยบอกเขาให้หน่อย ว่าฉันขอพบพี่คังอินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ฉันจะเลิกสัญญา "




" ได้ ..ฉันจะบอกคังอินให้ แล้วเธอต้องการวันไหนล่ะ "




" วันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ .. "

 

............................................................

 

ดวงตาคมโผล่ขึ้นมาเหนือนิตยสารที่ตัวเองกำลังถือยังอยู่ ..มองการกระทำของชายหนุ่มอีกคน รอเวลาที่จะได้เอ่ยเรื่องสำคัญที่ตัวเองได้รับมอบหมายมา

 

 

 

 



" คังอิน เลิกงอแงได้แล้ว.. นายต้องไปทำงานเดี๋ยวนี้ " เสียงหวานตะโกนพลางแงะมือหนาออกจากเอวของตัวเอง




" ฉันป่วยอยู่นะ ดูสิ..ตัวร้อนด้วย " คนพูดจับมืออีกฝ่ายขึ้นแตะแก้มของตัวเอง อ่า..หลังมือของอีทึก นุ่มชะมัดแถมยังทำให้เขาใจเต้นแรงอีก

 

 

" นายหยุดงานไม่ได้แล้วนะ หัดมีความรับผิดชอบบ้างสิ.. " อีทึกเริ่มเอ็ดคนรักที่หลับตาพริ้มขณะจับมือเขาแนบแก้มของตัวเอง




" แต่.. "




" ถ้านายยังแย้งฉันอีกครั้งเดียว คืนนี้ฉันจะไม่คุยกับนาย.. " คำขู่ได้ผล ร่างสูงจำใจเดินคอตกออกจากที่ที่อีทึกยืนอยู่ ฮีชอล..ผู้ที่นั่งสังเกตการณ์มาตลอดเริ่มรู้หน้าที่ของตัวเอง จึงวางหนังสือในมือไว้บนโซฟาแล้วรีบเดินตามคังอิน




" คังอิน ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย " ฝีเท้าข้างหน้าหยุดลง พลางหมุนตัวมองใบหน้าของคนเรียก

 




" อืม พูดมาสิ.. " ฮีชอลหันซ้ายขวามองรอบตัวก่อนดึงแขนของคังอินให้ตามตัวเองเข้าไปในห้องเก็บของ ซึ่งเป็นห้องที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน คังอินขืนตัวเล็กน้อยพร้อมแสดงอาการงุนงงกับการกระทำของฮีชอล




..อะไรจะลึกลับขนาดนั้น




" นายตั้งใจฟังให้ดี ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว ..วันศุกร์นี้ นายต้องทำตัวให้ว่างไว้ " ฮีชอลบีบเสียงเบาลงก่อนกระซิบใกล้ๆคังอิน คำพูดที่เรียกใบหน้านิ่วคิ้วขมวดจากคนฟัง ทำให้คนไกล่เกลี่ยต้องเอ่ยข้อความต่อ




" ฉันรู้เรื่องของนายกับซูยอนหมดแล้ว นายมันโง่หรือโง่เนี่ยที่ทำอย่างนั้น.. แต่เอาเถอะ จะมาพูดตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร " ..ด่านายไปก็คงไม่รู้สึกอยู่ดี ฮีชอลถอนหายใจเฮือกใหญ่..ระอากับความซื่อ(บื้อ)ของเพื่อน 

 




" ฮีชอล นายต้องการให้ฉันทำอะไรก็บอกมาสิ แต่วันศุกร์หลังสองทุ่ม..ฉันไม่ว่าง " คังอินออกตัวไว้ก่อน วันแห่งความรักทั้งที..ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาทำลายอาหารมื้อพิเศษของเขากับอีทึกเด็ดขาด




ฮีชอลสูดลมหายใจเต็มปอดก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง " แต่นายต้องว่าง ที่ฉันบอกว่ารู้เรื่องของนายหมดแล้ว..ตอนนี้ฉันกำลังจะแก้ไขให้นายอยู่ ซูยอนจะยอมตัดใจจากนายแล้ว..เธอจะยกเลิกสัญญาที่เคยให้กับนาย "




" นายพูดจริงหรือเปล่า " คังอินแทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง.. คนขี้ตื๊ออย่างซูยอนจะยอมอ่อนลงได้ แต่ถ้าเป็นพี่ฮีชอลไปพูดก็ไม่แน่




" เคยโกหกรึไง ฟังนะ..แต่นายต้องไปพบเธอ ซูยอนต้องการเป็นคนบอกนายเอง คงมีอะไรสั่งเสียละมั้ง.. " หัวใจที่กำลังลิงโลดเพราะปมที่ตัวเองผูกขึ้นค่อยๆคลายออกช้าๆ ความโล่งอกทำให้รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้าเข้ม ก่อนจะมีบางสิ่งสะกิดความรู้สึกของตัวเอง




" ทำไมต้องไปเจอซูยอนอีก ไหนนายบอกว่าเธอจะเลิกยุ่งกับฉันแล้วไง.. "

 




" เออน่า ..นายก็ไปพบเธอครั้งสุดท้ายหน่อยแล้วกัน คิดซะว่าหลังจากนี้ไป เธอจะไม่เข้ามายุ่งในชีวิตนายอีกก็พอแล้ว ดูตามนิ้วของฉันนะ เห็นอะไรมั้ย " นิ้วเรียวชี้ออกไปทางหน้าช่องเล็กของห้องเก็บของที่มีแสงจากดวงจันทร์ส่งเข้ามาเพียงเล็กน้อย ร่างสูงจึงมองตาม




" อะไร "

 




" อนาคตที่สดใสของนายกับอีทึกอยู่ตรงนั้นไง ดังนั้นนายควรไปเพื่อให้ทุกอย่างจบลงอย่างมีความสุข โอเค๊.. นายกับอีทึกจะได้รักกันเหมือนเดิม ไม่ต้องทำตัวมีความลับแบบนี้อีก.. " ประโยคหลังจบลงด้วยแววตาเศร้าของผู้พูด ทำไมจะไม่เห็นเวลาที่คนตาสวยกำลังทุกข์กับความสงสัยในตัวของคังอิน ..อีทึกไม่มีทางเสียน้ำตากับเรื่องที่ยังไม่แน่ใจ แต่ก็พอที่จะทำให้เขาอึดอัดเพราะความระแวง

 




" ไม่เข้าท่า เอาเถอะ..แล้วฉันจะไปพบซูยอนตามที่นายบอกแล้วกัน จดสถานที่แล้วก็เวลามาให้ฉันด้วย " คังอินตัดบท เมื่อได้ยินเสียงของฮีชอลที่เริ่มพูดตลกแล้ว คงใช้เวลาไม่มากกับการร่ำลา.. ปลีกตัวออกมาสักพักอ้างว่าติดงานด่วน อีทึกคงไม่ว่าอะไรอย่างมากก็แค่งอนนิดหน่อย ถ้ามันจะทำให้เรื่องราววุ่นวายจบลงได้ เขาเองก็อยากทำเหมือนกัน



.....................................................................

 




เปลือกตาบางลืมขึ้นพลางกะพริบปรับดวงตาให้คุ้นกับแสงแดดที่ส่องเข้ามา ร่างบางพลิกตัวกอดกองผ้าห่มข้างตัว..อยากนอนอีกหน่อย แต่คนข้างตัวที่หายไป..ทำให้อีทึกลุกขึ้นนั่งอย่างจำยอม

 




เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายโปร่งสวมคลุมร่างบอบบางไว้ มือเรียวขยี้ดวงตาเล็กน้อยไล่ความง่วง..ปฏิทินตั้งโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างเตียงมีรูปหัวใจดวงโตถูกวาดด้วยปากกาสีส้มสด..รอบวันที่สิบสี่เอาไว้ อีทึกยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อนึกถึงตอนที่ร่างสูงอุตส่าห์ขโมยปากกามาจากซองมินเพื่อวาดรูปพวกนี้




" ยิ้มอะไรอยู่ " คนที่กำลังคิดเพลินสะดุ้งตกใจเมื่อถูกมือเย็นโอบรัดเอวจากด้านหลัง

 




" นึกถึงตอนที่ซองมินโวยวายใส่นายตอนที่ขโมยปากกามา " เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น ทั้งที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้..แต่พอนึกถึงใบหน้าของคนน่ารักที่หงุดหงิดใส่คนรักของเขา เหมือนกระต่ายวิ่งไล่หมีไม่มีผิด




" หัวเราะขนาดนี้..สงสัยต้องขอรางวัลซะหน่อยดีมั้ย " อีทึกตะปบมือหนาที่เริ่มล้วงล้ำผ่านเสื้อสีอ่อนของตัวเอง ใบหน้าหวานหันมาสบกับดวงตาสีเข้ม ดวงตาสีดำที่มีเงาของเขาอยู่..สายตาที่จะมองเขาเพียงคนเดียว ร่างบางกะพริบตาไล่ความคิดชั่วครู่ของตัวเอง แต่ไม่ทันที่จะหมุนตัวกลับ มือหนาก็ฉวยประคองใบหน้าอีกคนแล้วประกบจูบโดยอีทึกไม่ทันตั้งตัว




" อื้อ.. " แผ่นหลังแคบถูกกดลงบนเตียง ขณะที่เรียวลิ้นยังคงชิมรสหวานของกันและกัน มือหยาบที่ประคองใบหน้าของอีทึกค่อยๆไล่ปลดกระดุมเสื้อนอนของคนรักทีละเม็ด..ทีละเม็ด ริมฝีปากหนาประทัยรอยไล่ลงจากร่องคอ แผ่นอกเรียบล่วงเลยจนถึงหน้าท้องสีขาว

 




" วันนี้ทึกกี้สวยเป็นพิเศษเลย " วาจาหวานเรียกรอยยิ้มกับดวงตาหวานจากอีกฝ่าย ขณะนิ้วเรียวกำลังลากวนบริเวณหน้าท้องของร่างบาง " พูดโกหกแต่เช้า ..ไม่ดีนะ "

 




" เปล่าซะหน่อย ฉันพูดจริงนะ " ใบหน้าเข้มก้มลงจูบปลายจมูกรั้นแล้วเบี่ยงกระซิบข้างหู " ของของฉัน ..จะไม่สวยได้ยังไง " น้ำเสียงแหบพร่า ทำเอาใบหน้าหวานร้อนฉ่าพลางเบือนหน้าหลบสายตาโลมเลียจากร่างสูง ข้อมือเล็กที่ถูกจับไว้โดนคลายออก..มีแรงพอที่จะดันคนเจ้าชู้ตรงหน้าให้พ้นตัว




" พอได้แล้ว ..นี่ยังเช้าอยู่แท้ๆ " อีทึกลุกพรวดมายืนข้างประตูห้องน้ำปล่อยคนถูกผลักนอนหงายบนเตียงด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

 




" แสดงว่าถ้าเป็นตอนกลางคืนก็ได้ใช่มั้ย ทึกกี้พูดเองนะ.. คืนนี้ ฉันขอจองตัวเลยนะ " อีทึกส่งสายตาหมั่นไส้ให้กับแววตาเจ้าเล่ห์พูดจนหลวมตัวเสียเปรียบอีกแล้ว




" ไม่ ..ถ้าคืนนี้นายเป็นหมีเชื่องๆจนฉันพอใจล่ะก็ บางที..ฉันก็อาจจะให้โดยที่นายไม่ต้องขอเลยก็ได้ " เสียงหวานเอ่ยจบก่อนหายตัวเข้าห้องน้ำ แก้มของคนพูดกลายเป็นลูกมะเขือเทศซะแล้ว แต่คนฟังกลับอาการหนักกว่านั้นอีกหลายเท่า.. คังอินทิ้งตัวนอนเพ้อถึงเสียงหวานเมื่อครู่อีกหน

 




..ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย ที่ทึกกี้พูดประโยคนั้นออกมา..



..................................................................

 



ร่างหนาเดินตามบริกรหนุ่มพร้อมกับคนรักมายังโต๊ะอาหารด้านนอกที่ถูกจัดขึ้นเป็นพิเศษ บริเวณระเบียงริมทะเลสาบที่บัดนี้กลายเป็นสถานที่ที่คังอินเลือกเป็นมุมส่วนตัวของเขากับอีทึก มือเรียวเกาะรั้วมองขอบเขตน้ำที่ไกลสุดลูกหูลูกตา..สายลมอ่อนปะทะใบหน้าหวาน ขณะที่ดวงตาคู่สวยปิดลงซึบซับอากาศเมื่อครู่..เย็นสบายราวกับได้อยู่บนปุยเมฆที่พร้อมจะตกลงมาเป็นฝน




คังอินดึงมือนุ่มมานั่งบนเก้าอี้อย่างทะนุถนอม " ถูกใจหรือเปล่า.. " อีทึกแทบจะพยักหน้าในทันที แต่ก็ไม่วายที่จะหันมองผืนน้ำอีกรอบ




" นายต้องไม่ได้คิดเองแน่ๆ อย่างนายไม่มีทางทำอะไรที่โรแมนติกขนาดนี้ได้หรอก " เสียงหวานแหย่ ทำเอาคังอินหน้าบึ้งเล็กน้อยแกล้งทำตัวเป็นหมีขี้น้อยใจ

 




" ทึกกี้ดูถูกฉัน ไม่ดีเลยนะ.. ฉันเป็นแฟนของนายนะ นายควรภูมิใจถึงจะถูก " ร่างสูงแย้ง พอดีกับที่บริกรหยิบขวดไวน์เปิดเทใส่แก้วทรงสูงให้คนทั้งคู่ อีทึกรอให้ชายหนุ่มเดินออกไปก่อนถึงเริ่มคุยกันอีกครั้ง

 




" ขอบใจนะ ..สมแล้วที่เป็นแฟนฉัน " ดวงตาของคนทั้งคู่สบกันก่อนหลุดหัวเราะเสียงดัง อีทึกคลายหัวเราะเป็นรอยยิ้มแทน..ขอบคุณสำหรับที่นายทำให้ฉันนะ คังอิน

 




คังอินแตะนิ้วลงบนหลังมือของอีกฝ่าย มองผิวบางที่มีรอยแผลเป็นจางๆที่เกิดจากมีดบาดเมื่อสองเดือนก่อน คิดถึงการเป็นอิสระหลังจากคืนนี้แล้วยิ่งเพิ่มรอยยิ้มกว้างของร่างสูงมากขึ้น ความสบายใจที่ค่อยๆหลั่งออกมาทั่วร่างกาย " ใช่ ..ต่อไป ฉันจะเป็นแฟนนาย จะดูแลนายให้ดีกว่าเดิม "
 

 




..จะกลับไปเป็น 'คังอิน' คนเดิม

 




" พูดอะไรแปลกๆอย่างกับตอนนี้นายไม่ใช่อย่างนั้นแหละ "อีทึกดึงมือออกจากมือของคนที่นั่งตรงข้าม เสียงทุ้มที่แฝงแววเศร้าและสบายใจในขณะเดียวกัน บางอย่างที่บอกเขาว่า..คืนนี้จะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น อีทึกรู้ดีเรื่องที่คังอินกำลังปิดบังเขา..เรื่องที่อีกฝ่ายไม่อยากให้เขารู้ แต่จิตใจที่คอยปลอบตัวเองว่าสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังปกปิดเป็นสิ่งที่คังอินไม่อยากให้เกิดขึ้น.. ไม่อยากแม้แต่จะคิดว่าตัวเขาจะต้องเผชิญ

 




ดวงตาสีเข้มเหลือบมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือของตน ..เวลาตัดสินเรื่องราวที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ เขาควรทำให้มันจบลงเสียที "นายอยู่ที่นี่คนเดียวสักพักนะ ฉันขอตัวออกไปข้างนอกแป๊บนึง "




" ... " 

 




" แล้วฉันจะรีบกลับมา ฉันมีเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน ..สัญญาว่าต่อจากนี้ ฉันจะไม่ทิ้งนายให้อยู่คนเดียวอีก " คังอินยกนิ้วก้อยขึ้นพลางส่งสายตาเป็นประกายให้คนที่นั่งหน้าเฉย ทั้งที่เมื่อครู่ยังมีรอยยิ้มอยู่

 




อีทึกผ่อนลมหายใจเบาๆก่อนยกนิ้วก้อยของตัวเองเกี่ยวกับของร่างสูงอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาจะไม่ถามคังอินว่าไปไหน เพราะเขามั่นใจว่าคังอินต้องรีบกลับมาอย่างที่บอก " ตามสบาย ..แต่นายต้องกลับมาให้ทันสี่ทุ่ม ตกลงมั้ย " ได้ยินเสียงหวานพูดเชิงอนุญาต คังอินก็พยักหน้ายืนยันหนักแน่น 

 




" แน่นอน ฉันก็มีเรื่องสำคัญอยากรีบบอกนายเหมือนกัน " ดวงตาคู่สวยมองชายเสื้อที่พลิ้วตามแรงวิ่งของคนสวม.. ก่อนเมินใบหน้ามองทะเลสาบสะท้อนแสงจันทร์อีกครั้ง

 




อีกสี่สิบนาที ..เทียบระยะทางที่ไม่ไกลจากสถานที่นัดหมายกับเวลาที่มีก็เหลือเฟือ แต่เจ้าตัวก็กะตือรือร้นเสียจนดูเหมือนอยากจะพบหญิงสาวโดยเร็ว หากเหตุผลที่แท้จริงคืออยากลาจากหล่อนให้เร็วขึ้นเสียมากกว่า




เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงเก้าอี้หมุนข้างบาร์เครื่องดื่ม ..บริเวณผับในโรงแรมที่ไม่ไกลมากนัก หญิงสาวมองไล่จากรองเท้าผ้าใบคู่เก่งของชายหนุ่มจนถึงใบหน้าเข้มที่ดูมีควาสมุขจนเธอใจหาย " พี่ดูอารมณ์ดีจัง ..คงหายหวัดแล้วใช่มั้ย "





คังอินนั่งลงเก้าอี้อีกตัวข้างหญิงสาว หญิงสาวยื่นแก้วไปตรงหน้าชายหนุ่มก่อนรินเหล้าให้ " พี่ดื่มซะหน่อยสิ "




เมื่อเห็นท่าทีบ่ายเบี่ยงของอีกฝ่าย ซูยอนจึงเอ่ยอย่างน้อยใจ " กลัวจะมีกลิ่นเหล้าติดตัวเหรอ คงมีนัดพี่อีทึกต่อสินะ "




" เข้าเรื่องของเราดีกว่า ฉันมีเวลาไม่มาก " คังอินตัดบท พลางหยิบแก้วตรงหน้าขึ้นดื่มเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ซูยอนรู้สึกเสียน้ำใจ.. 

 




" พี่คงรักพี่อีทึกมากสินะ อิจฉาพี่เขาจัง.. ทั้งที่ฉันมาก่อน แต่พี่กลับเลือกเขา " น้ำเสียงสั่นที่เปล่งออกมา คังอินจึงรู้ว่าหญิงสาวคงนั่งดื่มมานานพอสมควร ปกติเป็นคนที่เก็บเรื่องส่วนตัวไว้สนิท ไม่เคยบอกหรือพูดให้คนอื่นรับรู้เว้นแต่เธอจะรับกับสิ่งนั้นไม่ไหว




" เพราะเขาเลือกฉัน " คำตอบสั้นๆ ที่ดวงตากลมโตเบิกโพลงพลางแค่นหัวเราะออกมา เหตุผลที่เธอผิดเต็มประตู

 




" พี่..จะกลับมารู้สึกกับฉันเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้วจริงๆเหรอ เราจะกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างเคยได้หรือเปล่า " หยดน้ำเล็กๆเอ่อคลอ.. มือเรียวยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนคังอินต้องมองอย่างเป็นห่วง




นี่..เขากำลังทำร้ายซูยอนอยู่หรือเปล่า 

 




" เธอดื่มมากขนาดไหนแล้ว ซูยอน " เสียงทุ้มปรามพลางดึงแก้วในมือของหญิงสาวออก ร่างกายที่เอนซบกับเคาน์เตอร์ตรงหน้า..ชายหนุ่มมองอย่างอ่อนใจ
 

 




" เพราะพี่ ..เพราะพี่ที่รังเกียจฉัน เพราะพี่คนเดียว ที่ทำให้ฉันเกลียดตัวเอง "




..................................................................




ช้อนสแตนเลสสีเงินคนซุปในจานอย่างเหม่อลอย ..ใบหน้าหวานที่เอาแต่มองโทรศัพท์ของตัวเองที่นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะ มองเวลาที่เหลือเพียงห้านาทีก็จะครบกำหนดที่ตัวเองได้ขีดเส้นตายไว้ ปล่อยให้ความหวังเข้าควบคุมตัวเองอีกแล้วจนต้องมานั่งกังวลเอง

 




อีทึกหยิบโทรศัพท์ทันทีที่ได้ยินเสียงเตือนข้อความเข้า เครื่องของคังอินเป็นคนส่งมา.. นิ้วเรียวรีบกดเปิดอ่าน

 




อีทึก ขอโทษนะ ..ฉันคงกลับไปไม่ทัน

นายช่วยมาหาฉันได้หรือเปล่า

ฉันอยากให้นายได้เห็นของที่ฉันเตรียมให้นายโดยเฉพาะเลย


รีบมานะ ฉันจะรอ




สถานที่ที่ระบุไว้ด้านล่างของข้อความ หมายเลขห้องของโรงแรมหรูที่อยู่ไม่ไกลนัก ร่างบางครุ่นคิดกับข้อความข้างในที่ขัดแย้งกับเสียงทุ้มที่พูดกับเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ไหนบอกจะกลับมาให้ทันกลับกลายเป็นเขาต้องไปหาอีกฝ่ายแทน เอาเถอะ..บางทีคังอินอาจติดธุระอยู่จริงๆก็ได้ อีทึกจึงเรียกพนักงานบริกรมาเก็บเงินแล้วออกจากร้านอาหารเพื่อไปยังโรงแรม





แผ่นยางรองเท้าเหยียบนุ่มบนพรมที่ปูตลอดทางเดิน หมายเลขห้องที่ปรากฏอยู่ในข้อความกำลังลอยเด่นบนบานประตูไม้สีเข้ม ประตูห้องที่นิ่งสนิท..อีทึกมองที่จับก่อนผลักเข้าไปด้านในเนื่องจากไม่ได้ล็อก หน้าต่างกระจกโค้งมนเป็นวงกลมสามารถมองทะลุเห็นภาพตึกสูงบ้าง ต่ำบ้างสลับกัน แสงกะพริบบนยอดอาคารเหมือนดาวที่กะพริบอยู่บนท้องฟ้ายามรัตติกาล 

 




เตียงนอนขนาดใหญ่ถูกคลุมด้วยผ้าปูเตียงสีแดงต้อนรับกับค่ำคืนแห่งความรัก โต๊ะรับแขกรับชุดกับโซฟานุ่ม..มีเสื้อคลุมอาบน้ำพาดอยู่ที่ปลายเตียง กลิ่นหอมอบอวลของกุหลาบที่ฟุ้งเต็มห้อง ..กระตุ้นหัวใจที่เต้นรัว ระบายยิ้มกริ่มนึกปลื้มถึงความน่ารักและอ่อนหวานของคังอิน




.......................................................




" นี่ ตื่นสิ.. เธอดื่มมากเกินไปหน่อยแล้วรู้มั้ย " เสียงทุ้มบ่นกระปอดกระแปดเมื่อต้องประคองร่างหญิงสาวที่เมาไม่ได้สติขึ้นห้องพัก หลังจากเขาโทรไปหาเฮียวยอนเพื่อให้เธอมารับเพื่อน แต่เธอกลับบอกว่าติดธุระและขอร้องให้เขาจัดการแทน..โดยอ้างว่าถือเป็นครั้งสุดท้ายที่คังอินจะทำอะไรให้ซูยอนก่อนที่พวกเขาจะเลิกพบกัน เฮียวยอนจึงบอกให้ชายหนุ่มช่วยขึ้นมาส่งหญิงสาวบนห้องพักที่เธอจองเอาไว้

 




" พี่คังอิน ดอกลิลลี่ที่พี่ให้ฉันตอนนี้กลายเป็นที่คั่นหนังสือซะแล้ว แห้งกรอบเลย..ไว้คราวหน้าพี่ซื้อให้ฉันเป็นช่อเลยนะ กลิ่นหอมคงเยอะน่าดู " ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของหญิงสาวเมื่อเอ่ยถึงเรื่องวันวานที่พวกเขาเคยคบกัน ชายหนุ่มนิ่งไป..ซูยอนยังจำดอกไม้ดอกแรกที่เขาให้ได้ แต่เขากลับลืมเสียสนิท 

 




อีทึกที่เกือบผลอยหลับต้องตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรองเท้ากระทบเป็นจังหวะเบาๆ กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ ร่างบางจึงลุกขึ้นเตรียมเปิดประตูให้ แต่เสียงที่ดังอยู่ด้านนอกกลับทำให้เจ้าตัวเปลี่ยนความคิดและหาที่ซ่อนตัวโดยเร็ว ..ซอกระหว่างเตียงกับหน้าต่าง




" ฉันอยากไปเที่ยวสวนสนุกอีกจัง ..ครั้งที่แล้วฉันได้เล่นไม่กี่อย่างเอง เพราะพี่คนเดียวเลย คราวหน้านะ พี่ต้องพาฉันไปด้วย " หญิงสาวกอดหมับเข้าระหว่างเอวหนา ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเปิดประตูห้องอย่างทุลักทุเล




ประตูห้องเปิดกว้าง ก่อนที่คังอินจะปล่อยหญิงสาวลงบนเตียงนอนแผ่อย่างคนเมา " หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วน่า ซูยอน " อีทึกที่นอนตัวลีบอยู่ในช่องว่างเล็กๆอีกฟากของเตียง ตกใจกับน้ำเสียงที่คุ้นเคย.. นี่มันอะไรกัน ซูยอนกับคังอิน 




ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคนทั้งสองเคยคบกันสมัยยังเป็นเด็กฝึกหัดในบริษัท แต่ก็เลิกไปนานแล้ว..ไม่มีทีท่าจะกลับมารักกันใหม่หรือจะ
รื้อฟื้นความหลัง แล้วทำไม..ตอนนี้ถึง ....




" พี่จะไปไหน ..อยู่กับฉันก่อนสิ " ซูยอนเด้งตัวคว้าเอวของคังอินที่หันหลังเตรียมเดินออกไปเมื่อเห็นว่าจนมาส่งหญิงสาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาที่ล่วงเลยเกินกำหนดกว่ายี่สิบนาที..คงเรียกอารมณ์โกรธของคนรอได้ง่ายดาย คงเป็นการดีหากเขาจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด




" เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ..เธอเป็นคนบอกเองว่าให้ฉันมาหาเพื่อที่จะลาจากกัน ตอนนี้ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว เรา