[KangTeuk] : Forgotten Mind ...7
posted on 21 May 2008 13:11 by icebox
...7...
เปลือกตาหนักค่อยๆปรือขึ้น มองวอลเปเปอร์สีชมพูอ่อนสะท้อนแสงไฟสีนวลจากโคมไฟเหนือโต๊ะแต่งตัว มือเรียวยกจับขมับตัวเองพลางนึกย้อนเหตุการณ์ที่ทำให้เขานอนหมอบอยู่ตรงนี้ หัวใจที่เต็มตามจังหวะช้าๆหลังจากเผชิญกับเรื่องหนักหน่วง ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกแผ่วเบาเกินกว่าจะนึกว่าเขาหายใจอยู่
ร่างบางยันแขนขึ้น ใบหน้าหวานกำลังตัดสินใจว่าควรหันมองร่างคนทั้งสองบนเตียงดีหรือไม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเองก็รับรู้ แต่ก็ยังดื้อรั้นที่จะคิดว่าคังอินคงไม่ทำเกินเลยถึงขนาดนี้ ในนาทีนั้น..เขารู้สึกอยากเข้มแข็งเหลือเกิน และคิดว่าตัวเองจะทำได้ เพราะตำแหน่งหัวหน้าวงที่ได้รับมอบหมายมา
อีทึกหมุนตัวช้าๆก่อนภาพที่เตือนให้ร่างบางรู้จักตัวเองว่าอ่อนแอเพียงใดปรากฏตรงหน้า เสียงแค่นหัวเราะอย่างเจ็บปวด ดวงตาคู่สวยแห้งจนอีทึกรู้สึกแสบตา ไม่มีแรงจะร้องอีกแล้ว..หมดแล้วสินะ กับสิ่งที่จะให้คนคนนี้
ที่บอกว่า มีเรื่องสำคัญจะพูด.. ก็คงเป็นเรื่องระหว่างนายกับเธอสินะ
ร่างของคังอินกับซูยอนที่ซ่อนอยู่ในผ้าห่มผืนหนา หัวของหญิงสาวที่เกยอยู่บนไหล่กว้างด้วยท่าทางหลับสบาย ร่างสูงก็เช่นกัน..นอนราวกับไม่อยากตื่นขึ้นมาพบกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป จะรู้หรือเปล่าว่าคนที่นายบอกว่ารักนักหนา เขากำลังยืนมองนายอยู่..กำลังจะตายจากนายไป
ขาดฉันไปสักคน นายก็คงไม่รู้สึกอะไร ถึงได้ทำกันขนาดนี้
อีทึกพาร่างของตัวเองออกจากห้องด้วยท่าทางอิดโรย ทางเดินค่อยๆแคบลงทุกทีเมื่อเท้าเรียวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลิฟต์..มือบางกุมกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆในกระเป๋ากางเกงก่อนหยิบออกมา
" สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะ ขอให้นายมีความสุขมาก..รักเขาให้มากๆล่ะ " อีทึกทิ้งของในมือลงถังขยะข้างลิฟต์ ของขวัญที่เตรียมนำมาให้หลังจากที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิดเมื่อคราวงานวันเกิดของร่างสูง แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว..ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน
...................................................................
..ปัง..
เสียงเหวี่ยงประตูปิดทำเอาคนนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่ในห้องรับแขกสะดุ้งโหยง พลางมองคนทำที่เดินมาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ปากที่เคยกล้ากลับต้องคิดหนักว่าควรจะเอ่ยดีหรือเปล่า " เอ่อ.. "
" ทึกกี้กลับมาหรือยัง " อีกฝ่ายเอ่ยถามแทน รู้สึกตัวอีกทีก็แปดโมงเช้าแล้ว..จะกลับไปที่ร้านก็คงไม่ทัน จะโทรหาร่างบาง..มือถือก็ไม่มีคนรับ หลายครั้งเข้าก็กลายเป็นว่าติดต่อไม่ได้ รู้ว่าตัวเองผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แต่หลังจากนี้..เขาก็เป็นอิสระแล้ว คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เขามีความสุขไปมากกว่านี้อีกถ้าหากเทียบกับสิ่งที่เขาได้กระทำไปเมื่อวาน คังอินคิดว่ามันน่าจะชดเชยกันได้
" อืม ..เมื่อตอนตีสี่มั้ง " ซองมินทำสีหน้าครุ่นคิด ตอนได้ยินเสียงกุกกักอยู่นอกห้องนอน ตอนแรกคิดว่าขโมยขึ้นบ้านเลยปลุกคนที่นอนข้างตัวให้ออกมาเป็นเพื่อน แต่ไหนกลับกลายเป็นหัวหน้าวงตาสวยเดินเข้ามาด้วยขอบตาเป็นรอยแดงๆ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยคำพูดเป็นห่วงและติดตลกใส่เขากับฮันกยองเหมือนเคย
คังอินพยักหน้าเล็กน้อยพลางเดินผ่านโซฟาที่ซองมินนั่งอยู่ " นายไปทิ้งพี่อีทึกไว้ไหนกันแน่ ..ทั้งที่ออกไปด้วยกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงกลับมาคนละเวลาล่ะ " คำถามที่หยุดขายาวให้นิ่ง ก่อนเริ่มก้าวเดินอีกครั้งโดยไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย
..นายไปทิ้งพี่อีทึกไว้ไหนกันแน่..
ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องนอนของตน นึกถึงคำพูดเมื่อกี้ของซองมิน..ถ้าอีทึกต้องนั่งรอนายจนร้านปิด มันคงไม่ดีเอามากๆเลยใช่มั้ย รู้อย่างนั้นแล้ว แทนที่จะรีบโทรไปบอกร่างบางกลับมัวห่วงแต่ความรู้สึกของซูยอน กลัวว่าเธอจะทำอะไรไม่ทันคิด..จนลืมเสียสนิทว่าอีกคนก็กำลังรอเขาอยู่เหมือนกัน
นายทิ้งอีทึกไว้ที่ร้าน แล้วในหัวใจของนายล่ะ
นายทิ้งอีทึกไว้ตรงไหน..
ดวงตาสีเข้มเบือนมองร่างคนรักที่นอนหันหลังให้เขา ..นิ่งสนิทราวกับต้องการพักผ่อน แม้เสียงประตูที่ปิดลงก็ไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงการมาของเขาได้
น้ำหนักที่กดยวบลงบนที่นอนพร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์ที่หลงเหลือบางเบาแตะจมูกสวยของคนแกล้งหลับ อีทึกเบี่ยงใบหน้าหลบจมูกของคังอินที่กำลังจะหอมแก้มของเขา
" ทึกกี้ กลับมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ " เสียงทุ้มถามอย่างอ่อนโยน
" ... " ไร้เสียงตอบ ใช่ว่าร่างสูงจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้หลับ ก็คงโกรธที่เขาปล่อยให้นั่งรอเก้อ.. อ้อนนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย ความคิดที่เหมือนจะปลอบใจตัวเองมากกว่า
" แล้วทานอะไรหรือยัง ..ฉันทำซุปร้อนๆให้เอามั้ย " มือหนาแตะลงบนเรือนผมสีอ่อน ก่อนถูกเจ้าของปัดมือออกช้าๆ พลางสั่นหน้าปฏิเสธ
" ทึกกี้ อย่างอนเลยน้า..เมื่อคืน ฉันติดธุระจริงๆ ต้องขอโทษที่ไม่ได้โทรบอกนายก่อน เอาเป็นว่าวันนี้ฉันชดเชยให้นายก็ได้ " ถึงจะชดเชยทั้งชีวิต..ฉันก็สามารถทำให้นายได้แล้ว
" ... "
" พูดอะไรบ้างสิ ทึกกี้ " คังอินเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย เมื่อท่าทีโต้ตอบของร่างบางมีเพียงการนิ่งเฉยเท่านั้น ใจคอที่กำลังหวั่นกับสิ่งที่อีทึกกำลังทำ..ไม่เคยที่คนตรงหน้าจะเมินเขาได้ถึงขนาดนี้
" อยากให้ฉันพูดเหรอ นายพร้อมจะฟังมันหรือเปล่า " เสียงเรียบกับประโยคแรกที่คังอินได้ยิน ก็พอทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นได้บ้าง
" อืม.. " คังอินพยักหน้าหนักแน่น มองเสี้ยวใบหน้าของคนนอนที่ยังไม่ยอมสบตา..ไร้อารมณ์จนเขารู้สึกกลัวกับสิ่งที่กำลังจะได้ยิน
" เลิกกัน ..เถอะนะ "
...............................................................................
" เรียววุค เมื่อวานฉันได้ยินว่านายแอบเอาช็อกโกแลตของตัวเองไปใส่รวมกับกองของขวัญที่พวกสาวๆให้เยซองเหรอ " แววตาเป็นประกายเมื่อรู้ความลับของคนตัวเล็กที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่
" อ..อะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่องซะหน่อย " คนถูกกล่าวหาปฏิเสธทันควัน ว่าจะไม่ให้ใครจับได้แล้วเชียว..ทำไมลิงน้อยมันยังรู้อีก ถ้าฮยอกแจรู้ อีกหน่อยทุกคนก็จะเอาแต่ล้อเขาเรื่องนี้ แย่ชะมัด..
" ฉันเข้าใจ ..ฉันเข้าใจ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ " เรียววุคส่งสายตาขอบคุณให้ฮยอกแจ หมอนั่นคงสงสารเขาสินะ ..รู้สึกโล่งอก แต่รู้ได้ไงว่าเขาแอบเอาช็อกโกแลตใส่ลงไปด้วยอ่ะ ชื่อก็ไม่ได้เขียนซักหน่อย แปลกชะมัด!!
" อ้าว ดงเฮ..มานี่ก่อนดิ " มือน้อยๆกวักเรียกเพื่อนที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกให้มานั่งใกล้ตัว
" มีอะไร " เสียงหวานถามขณะนั่งลงพร้อมกับคิบอม ..ฮยอกแจเริ่มส่งสายตาสลับระหว่างสองคนที่เพิ่งมาใหม่พร้อมส่งเสียงหมั่นไส้ จะห่างกันสักวินาทีไม่ได้เลยหรือไง ชิส์
" แค่มีเรื่องอยากบอก.. "
" ว่า.. " ตอนนี้เรียววุคเริ่มงง เพราะดวงตาเรียวของเพื่อนร่วมวงกำลังมองเขาพลางหัวเราะฮึฮึออกมา
" นายคงยังไม่รู้สินะว่า ..เรียววุคให้ช็อกโกแลตเยซองเมื่อวาน " คนที่เพิ่งมาใหม่เบิกตามองกันก่อนจะรวมจุดโฟกัสที่เรียววุค
" จริงเหรอ .. นายชอบเยซองเหรอ เรียววุค "
" ไม่อยากจะเชื่อเลย "
" นั่นดิ ขนาดฉันเป็นคนเอาข่าวมาบอกพวกนายก็ยังไม่อยากเชื่อเหมือนกัน "
" พอได้แล้ว!! มันสนุกมากใช่มั้ยกับการล้อเล่นความรู้สึกของคนอื่น แล้วไง..ฉันชอบพี่เยซองแล้วทำให้ใครเจ็บรึไง "
" ใช่ ..ฉันเจ็บ " เสียงทุ้มเรียกใบหน้าของคนทั้งกลุ่มหันมอง หัวใจของคนพูดเบาหวิวเหมือนกำลังจะหลุดลอยไป..พูดไปแล้ว และคนที่เขาไม่อยากให้ได้ยินที่สุดก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าเย็นชาจ้องมองร่างเล็กด้วยสายตาเรียบ เรียววุคกลืนน้ำลายหนืดลงคอ
ฮยอกแจ ตัวต้นเรื่องกลับทำเพียงเอ่ยทักทาย " เอ่อ.. เยซอง ยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ "
ชายหนุ่มเดินเข้ามายังกลุ่มที่เพิ่งนั่งสนทนาเสร็จ พลางทิ้งตัวลงบนโซฟา " ตั้งแต่นายบอกว่าเรียววุคเอาช็อกโกแลตมาให้ฉัน "
มือเล็กกำแน่นรู้สึกอับอาย ..กำลังผิดหวังอยู่หรือไง ว่าถ้าร่างสูงรู้ความในใจของเขาแล้วจะยอมรับมันโดยดี ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ " ผมขอโทษ " เป็นเพียงเสียงเดียวจากคนตัวเล็กก่อนที่เขาจะวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอน
คิบอมกับดงเฮส่งสายตาดุให้ฮยอกแจที่เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง เจ้าตัวได้แต่เกาหัวแกรกๆยอมรับผิด.. " เยซอง ที่จริง..เรื่องมันไม่ใช่อย่างที่นายเห็น คือ... "
" อืม ฉันก็ไม่ได้คิดมากอยู่แล้ว ถ้ามันเป็นเรื่องจริงสิ..ฉันคงหนักใจกว่านี้ " เยซองพูดขึ้นแล้วเดินเข้าห้องครัว ทิ้งทั้งสามมองหน้ากันด้วยความสงสัยในคำพูดของคนที่เพิ่งลุกไป
...........................................................
" คังอิน นายทำอะไรอยู่น่ะ " ชายหนุ่มร้องทัก อีกคนที่ปล่อยสายน้ำจากก๊อกไหลลงปะทะมือของตนทั้งสองข้าง
" ก็กำลังทำให้มันสะอาด " เยซองพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก หยิบขวดน้ำออกมารินดื่ม.. ระยะนี้มีแต่คนอาการแปลกๆอยู่ในบ้าน สงสัยเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูล่ะมั้ง ขนาดคนอารมณ์คงที่อย่างเขาก็ยังพลอยโดนไปด้วย
ดวงตาสีดำมองร่างหนาอยู่นาน ดูท่าคงเจอปัญหาหนักเอาการ.. จิตใจล่องลอยไปถึงไหนแล้ว เยซองใส่ขวดน้ำเข้าที่เดิมแล้วพูดกับคังอินก่อนเดินจากไป " แน่ใจนะ..ว่าน้ำแค่นั้นจะทำให้มันสะอาดได้ "
"..อย่างน้อยก็ช่วยเจือจางความโสมมได้บ้างก็พอ " คำพูดที่ราวกับมีดกรีดแทง เสียงหวานที่ได้ยินเมื่อสองชั่วโมงก่อน..หยุดลมหายใจเขาได้เลยทีเดียว ตอนนี้ยังไม่รู้เหตุผลที่ทำให้อีทึกบอกเลิก แค่เขาปล่อยให้อีทึกนั่งรอคงไม่ทำให้ร่างบางกล้า..จนต้องทำร้ายหัวใจตัวเองเหมือนกัน
อย่างน้อยก็ยังมั่นใจว่า อีทึกยังรักเขาอยู่
ถึงจะได้ยินประโยคนั้นออกมาจากริมฝีปากบางก็ตาม
" ฉันไม่ได้รักนายแล้ว คังอิน .. ปล่อยฉันไปเถอะ "
จะปล่อยไปได้ยังไง ..ในเมื่อฉันไม่เคยมีความคิดนั้นอยู่ในสมอง
จะให้นายอยู่ห่างตัวได้อย่างไร ในเมื่อฉันอยากอยู่ใกล้นายตลอดเวลา
จะเลิกรักนายได้อย่างไร ในเมื่อฉันยังไม่เลิกคิดถึงนาย
" เลิกคิดเถอะ ฉันตัดสินใจแล้ว " เสียงหวานที่ปลุกความคิดของอีกคน แค่สบดวงตาคู่สวยแล้วพาลคิดว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาดื้อๆ ร่างบางหยิบถุงขนมบนเคาน์เตอร์พลางหันหลัง ฝ่าเท้าที่กดลงบนพื้นไม้ปาร์เก้หยุดลงเมื่อสัมผัสถึงแรงสวมกอดที่เอว
" บอกมาสิ ..ว่านายล้อเล่น ทึกกี้..ช่วยทำให้ฉันกลับไปร่าเริงเหมือนเดิมได้แล้ว " ใบหน้าเข้มซบบนหลังคอระหง ฉันยังได้ยินเสียงหัวใจนายเต้นอยู่เลย ..จะให้เชื่อได้ยังไงว่าเราเลิกรักกันแล้ว
" นายยังรักฉันแน่เหรอ "
" อืม ..รักนาย " เสียงทุ้มตอบพลางกระชับกอดแน่น กลัวว่าจะสูญเสียคนตรงหน้าไปจริงๆ
" พูดความจริงสิ ..รักฉันหรือเปล่า " อีทึกพูดเสียงสั่น.. เสียงเรียกร้องในใจกำลังควบคุมความรู้สึกที่มีต่อคนข้างหลังไม่อยู่
" ก็รักน่ะสิ ได้ยินรึยัง ..อย่าทิ้งฉันไปนะ " นายกำลังจะจากฉันไปแล้วใช่มั้ย
" ถ้ารักกัน ก็คงไม่ทำอย่างนี้ ถ้ารักกัน..นายคงรู้ว่าฉันเป็นคนรักของนายตอนที่นายทำมัน " ตอกย้ำอีกแล้ว ยิ่งพูด..ตัวเองก็ยิ่งเจ็บ ร่างสูงคงยังไม่รู้ว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร คงไม่รู้ว่าเขาเองก็อยู่ในห้องกับคนทั้งคู่
" ทึกกี้ ขอร้อง..อย่าไป " ไม่รู้จะเลือกคำพูดใดมารั้งร่างบางเอาไว้ สับสนทั้งที่เมื่อคืนพวกเขายังมีแต่รอยยิ้มให้..แต่ทำไม ทุกอย่างถึงสิ้นสุดได้ง่ายดาย
มือบางแกะแขนแกร่งออก ..แรงยังพอมี แต่หัวใจที่อ่อนแอกลับไม่ทำตามที่สั่ง " ขอโทษนะ คังอิน.. แต่ฉันไม่สามารถรักนายได้แล้วจริงๆ "
ขอโทษ..ที่เดินจากมาโดยไม่อธิบาย
ขอโทษ..ที่ฉันต้องปวดใจกับมันเกินกว่าจะเรียกนายว่าคนรักได้
ขอโทษ..ที่รักเกินกว่าจะให้อภัย
......................................................................
" ..ฮีชอล พี่ฮีชอล " เสียงตะโกนแว่วดังมาตั้งแต่รั้วบ้าน คนสวยที่กำลังหยิบกุญแจเพ่งมองร่างสูงที่โบกมือให้
" ไปไหนมา " เสียงหวานดุราวกับอีกคนเป็นเด็กเล็กที่ตัวเองคอยดูแล ซีวอนยืนหอบเนื่องจากวิ่งตามรถประจำทางที่ฮีชอลนั่งผ่านเมื่อสองป้ายที่แล้ว
" ก็..ไปซื้อของ " มือหนาชูถุงกระดาษให้ร่างบางดูพร้อมรอยยิ้ม ฮีชอลพยักหน้าไปทีด้วยอาการเมื่อยล้า..ดวงตาที่กำลังจะปิดในไม่ช้า
ร่างสูงช่วยผลักประตูให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปอย่างสะดวก " ว่าแต่พี่เถอะ ..ทำไมเพิ่งกลับมาป่านนี้ "
" ยุ่งน่า ..เป็นน้องไม่มีสิทธิ์ย้อนถามพี่รู้มั้ย " มือเรียวสะบัดไล่อีกฝ่าย อารมณ์หงุดหงิดเพราะโดนเซ้าซี้เริ่มทวีรุนแรง ตอนนี้ฮีชอลเดินด้วยความเคยชินไปยังห้องนอนของตัวเอง เนื่องจากดวงตาสองข้างได้ปิดสนิทเสียแล้ว
" พี่ฮีชอล .. " เสียงทุ้มพยายามทักท้วง ผลที่ได้กลับเป็นประตูห้องที่เกือบปิดเข้าที่หน้าของเขา ..ร่างสูงถอนหายใจพลางลูบจมูกป้อยๆ คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วงกลับมองเป็นตัวน่ารำคาญซะได้ ..เฮ้อ
..แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เป็นคนรักกันจริงๆซะที..
......................................................................
ครืด..ครืด
ร่างบางที่นั่งใจลอยหมุนปากกาในมือสะดุ้ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ข้างตัวมองเบอร์สายเข้า ...เฮียวยอน มือเรียวกดรับก่อนยกขึ้นแนบหู
" ครับ .. "
[ คิดว่าพี่จะไม่รับซะแล้ว.. ] ปลายสายพูดอย่างโล่งอก
" แต่พี่ก็รับแล้วนี่ ..ว่าแต่มีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงโทรหาพี่ " อีทึกพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
[ ตอนบ่าย พี่ว่างหรือเปล่า ฉันอยากชวนพี่ออกไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อยค่ะ ]
" เอาสิ .. " เสียงหวานตอบทันที ออกไปข้างนอก..อย่างน้อยก็ช่วยทำให้หยุดคิดเรื่องนั้นได้สักพัก ร่างบางลุกออกจากโต๊ะทำงาน..เปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวออกไปพบหญิงสาว
อีทึกมองตัวเองในกระจกเงาข้างตู้เสื้อผ้า ก่อนกวาดสายตามองรอบห้อง..ตู้ที่มีเหล่าตุ๊กตาหมีที่คังอินให้เขา ทำให้อีทึกรู้สึกแน่นหน้าอก ต่อไป..เขาก็คงต้องเก็บของเหล่านั้นลงกล่องแล้วเอาไปไว้ในห้องเก็บของสินะ เหมือนความรู้สึกที่ต้องการถูกปิดตาย
แน่นอน เมื่อเขาเป็นฝ่ายบอกเลิก..ทุกอย่างก็จบ ตอนนี้คงเหลือแต่ความเป็นเพื่อนร่วมวงเท่านั้น ถ้าถามว่ายังโหยหาความอบอุ่นจากร่างสูงอยู่หรือเปล่า เขาคงไม่ปฏิเสธ แต่เชื่อว่าสักวัน เขาจะทนอยู่กับความเหน็บหนาวอย่างนี้จนชิน
ดูเหมือนเร็วไปที่จะพูดประโยคนี้ ในเมื่อคังอินเป็นอดีตคนรักยังไม่ถึง 5 ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ..ก่อนที่ตัวเองจะยอมให้อีกฝ่ายทำเหมือนเขาเป็นเพียงแค่ของตายเท่านั้น
สิ่งเดียวที่ฉันจะทำให้นายได้ ก็คือ..รับความรู้สึกผิดทั้งหมดของนายไว้
จะไม่บอกว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร
จะให้นายนึกเสมอว่า ฉันคือคนเห็นแก่ตัวที่เป็นคนบอกเลิกนายเอง
..................................................................
" คังอิน ..ถ้าตอนบ่ายว่างล่ะก็ ช่วยย้ายของของนายออกจากห้องนอนของฉันด้วยนะ "
เสียงหวานที่เคยพูดกับเขาอย่างห่วงใย กลายเป็นคำสั่งที่เขาต้องทำตาม ..แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลอยู่ดี ว่าอะไรทำให้อีทึกสามารถตัดขาดกับเขาได้
บางที ..อีทึกอาจจะรู้เรื่องระหว่างเขากับซูยอน คังอินสั่นหน้าให้ความคิดที่ตัวเองไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ มีเพียงฮีชอล..คนเดียวที่รู้เรื่องนี้ และเขาเองก็มั่นใจว่า ฮีชอลจะไม่เปิดปากบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด
ความตึงเครียดแผ่ปกคลุมจนร่างสูงไม่อยากลงมือทำอะไรทั้งนั้น อยากนอนหลับตาแล้วให้ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่ตัวเองฝันไปอยากให้อีทึกปลุกเขาด้วยรอยยิ้มเหมือนก่อน อยากได้ยินเสียงหวานบอกรักทุกเช้า
แต่ความจริงก็ยังเป็นความจริงเสมอ ..อารมณ์ของอีทึกตอนนี้ยังไม่หมดที่จะเข้าไปถามสาเหตุ คงต้องทิ้งไว้สักสองสามวัน อย่างน้อยคนตาสวยก็น่าจะพูดคุยกับเขาได้ดีขึ้น แม้ไม่ใช่ในฐานะคนรักอีกแล้วก็ตาม
" เฮ้อ.. " เสียงถอนหายใจเบาๆดังพร้อมกับร่างที่เดินไปหยุดตรงหน้าห้องนอนของหัวหน้าวง มือหนาจับลูกบิดประตูพอดีกับคนด้านในกำลังดึงประตูเปิดออก ดวงตาสีเข้มมองใบหน้าหวานที่มีขอบตาช้ำ ..อีทึกหลบสายตาของคังอินทันที เพราะกลัวว่าหากจ้องมากกว่านี้ จะทำให้ตัดใจจากอีกฝ่ายยากยิ่งขึ้น
" จะเข้ามาเก็บของใช่มั้ย.. " เจ้าของห้องพูดขึ้น พลางเบี่ยงตัวติดประตู ให้อีกคนแทรกผ่าน
" อืม " คังอินตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก เหลือบมองเสื้อผ้าของร่างบาง..เหมือนกำลังจะออกไปข้างนอกจึงเอ่ยถาม " นายจะออกไปข้างนอกเหรอ "
" ใช่ ..ฉันนัดกับเฮียวยอนไว้น่ะ งั้นไปก่อนนะ " ท่าทีที่ทำเหมือนพูดคุยกันตามปกติ สร้างความขุ่นเคืองให้คังอินไม่น้อย ..น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาราวกับปราศจากความทุกข์แบบนั้น หรือว่านายไม่รู้สึกอะไรเลยที่เราไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว
มือหนาเกี่ยวข้อมืออีทึกไว้ ใบหน้าหวานหันมองอย่างสงสัย .. " มีอะไรอีกหรือเปล่า "
" น..นายอยู่ช่วยฉันเก็บของหน่อยได้มั้ย " เสียงทุ้มพูดขึ้นอย่างใจเย็น พลางสบดวงตาคู่สวย.. ไม่อยากให้นายอยู่กับใครทั้งนั้นนอกจากฉัน ลางสังหรณ์ที่เตือนฉัน..ว่าจะไม่มีโอกาสได้นายคนเดิมกลับมา
" ทำอย่างกับนายอยู่คนเดียวไม่ได้.. ทีเมื่อคืนนายยังปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวเลย ถือว่าเสมอกันแล้วกันนะ " คำพูดที่พลั้งปากตามความรู้สึก แม้จะบอกว่าไม่อยากให้ร่างสูงรู้สาเหตุที่แท้จริง แต่จะไม่พูดอะไรไปเลยก็เหมือนเขากำลังเป็นคนโง่..ที่เชื่อคำโกหก
เสียงหวานที่ผ่านหูเมื่อครู่ ..มือหนาออกแรงบีบข้อมือเรียวออกขึ้นจนอีกฝ่ายนิ่วหน้าและพยายามสลัดออก " ค..คังอิน "
" แค่ฉันขอให้นายอยู่เป็นเพื่อน ทำไมถึงทำให้ฉันไม่ได้ ..แล้วเฮียวยอน หล่อนเป็นใคร นายถึงต้องรีบออกไปขนาดนี้ " เพราะชื่อนั้น ..ชื่อของหญิงสาว และความกังวลที่เกิดขึ้น หรือว่า ..อีทึกบอกเลิกเขาเพราะเฮียวยอน
" ฉันรับปากเธอไว้แล้ว จะให้ผิดคำพูดหรือไง ..ฉันต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองพูด " คำพูดกระทบกระเทียบ ทำเอาคนฟังสะอึกมองแววตาตัดพ้อของร่างบาง
" ถ้าอย่างนั้น ..นายก็น่าจะจำคำพูดของฉันได้นี่นาหรือว่านายลืมมันไปแล้ว "
...ถ้านายอยากไปเที่ยวที่ไหน บอกฉันนะ ฉันจะเป็นคนพานายไปเอง...
เสียงทุ้มดังก้อง ..อีทึกเจื่อนยิ้มลง แต่ยังฝืนข้อมือให้หลุดจากการจับของคังอิน " แต่ฉันก็มีเรื่องอยากให้นายรู้เหมือนกัน การรักษาสัญญาของฉันจะเกิดกับคนที่เขารักษาสัญญาด้วยเช่นกัน "
ใบหน้าเรียบเฉยกับน้ำเสียงจริงจัง ทำให้คังอินต้องปล่อยมือบาง ..เขากำลังสับสน ควรจะรั้งหรือว่าปล่อยคนที่เขารักออกไป ที่อีทึกพูดมาล้วนแต่เป็นความผิดของเขาทั้งสิ้น เคยรักษาสัญญากับคนตรงหน้าบ้างหรือเปล่า ..ทุกครั้งที่คำขอโทษเข้ามามีบทบาทแทนเขา ดูท่า..การที่เขาจะกลับไปยืนยังจุดเดิมดูริบหรี่เต็มที
" แต่ถึงยังไง ฉันก็ให้นายไปไม่ได้จริงๆ " ร่างสูงจับต้นแขนเรียวทันทีที่พูดจบ พลางเหวี่ยงร่างบอบบางล้มลงบนเตียง ..ก่อนคว้ากุญแจห้องที่วางบนโต๊ะข้างประตูออกมาพร้อมกับตน เสียงทุบประตูดังเป็นระยะ..รุนแรงจนสมาชิกที่อยู่ในบ้านเริ่มออกมาสังเกตเสียงเอะอะโวยวาย
" เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ..นายไม่มีสิทธิ์ขังฉัน!! " เสียงหวานตะโกนลั่น ..แข่งกับกำปั้นที่กำลังปะทะกับบานประตูจนเกิดรอยแดง
" ... " คังอินล็อกประตู หันหลังพิงประตูที่กำลังสั่นจากแรงด้านใน ..ดวงตาสีเข้มมองเหล่าเพื่อนๆที่ออกมาดูอย่างเป็นห่วงก่อนที่เขาจะส่ายหน้าเบาๆ เป็นนัยว่า ..เขาจัดการเรื่องนี้ได้
" ขอร้อง ..ปล่อยฉันออกไปเถอะ " อีทึกพูดเสียงสั่น พลางย่อเข่านั่งเกาะประตูช้าๆ ..ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย ทำไมถึงไม่ปล่อยฉันไปเสียที จะทรมานกันไปจนกว่าฉันจะตายหรือไง
ฉันก็เจ็บเหมือนกัน ..เสียงหวานที่เคยหัวเราะกลับร้องไห้ ฉันเจ็บที่ต้องทนฟังเสียงนั้น แต่ถึงยังไงก็ดีกว่าฉันไม่ได้ยินเสียงของนายเลย " ถ้าฉันปล่อยนายไป ..นายคงไม่กลับมาหาฉันอีก "
......................................................................
เจ้าของเรือนผมสีทองมองร่างเพื่อนสนิทที่นอนหลับอยู่บนโซฟาสีชมพูสด ..ใบหน้าที่ดูเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะคาดเดาถึงกิจกรรมที่ซูยอนกระทำเมื่อคืน แขนเรียวยกกอดเสมออก แววตาที่มองอย่างดูแคลนฉายวาบขึ้นก่อนเปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งเฉย
" ซูยอน ทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องล่ะ " เสียงแหลมปลุกคนง่วงลืมตาขึ้น
" เฮียวยอน ฉันคงลุกไม่ไหว ..ปวดตามตัวไปหมดเลย " ซูยอนบ่นอาการของตัวเอง กว่าจะฝืนลากสังขารกลับมาถึงห้องพักก็เล่นเอาเธอแทบหมดแรงอยู่หน้าประตู
" ฉันคิดว่า เธอจะไปเที่ยวกับพี่คังอินต่อซะอีก "
ซูยอนสั่นหน้าปฏิเสธเบาๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า " ก็คงครั้งสุดท้ายแล้ว.. "
" ว..ว่าไงนะ ครั้งสุดท้าย? " ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เธอหูฝาดไปหรือเปล่า ..ซูยอนยอมเลิกรางั้นหรือ
" ความทรงจำที่ดีตลอดไป คงยากที่จะให้เรากลับมาเป็นอย่างเดิม ..อีกอย่าง ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องราวมันยุ่งยากกว่านี้ สงสารพี่อีทึก " นึกถึงคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ต้องมาเจ็บถ้ารู้เรื่องของเธอกับคังอิน ทั้งที่อีทึกดีกับเธอมาตลอดก็พลอยทำให้ตัวเองรู้สึกสำนึกผิดมากยิ่งขึ้น
" สงสารพี่อีทึก? เธอบ้าไปแล้วเหรอ ซูยอน ถ้าเธอคิดอย่างนั้นจริงๆก็คงไม่ก่อเรื่องตั้งแต่แรก จะบอกว่าตอนนี้เธอจะกลับตัวเป็นคนใหม่ ฉันว่ามันสายไปแล้วล่ะ " ถ้อยคำที่หลุดออกมาด้วยความโกรธ เรียกใบหน้านิ่งงันจากซูยอน.. มองสีแดงก่ำบนใบหน้าของเพื่อนสนิท
อะไรที่ทำให้เฮียวยอนโกรธได้ถึงขนาดนี้
เรื่องของเธอ ..เธอมีสิทธิ์ไม่ใช่หรือที่จะทำตามใจตัวเอง
" เธอโมโหอะไร ฉันจะทำอะไรหรือไม่..มันก็เรื่องของฉัน ทำไมต้องใส่สีหน้าขนาดนั้นด้วย "
คำพูดเตือนสติร่างตรงหน้า มือที่สั่นเพราะความโกรธค่อยๆกำแน่นพลางสูดลมหายใจลึกระงับอารมณ์ของตัวเอง จะบอกตอนนี้ไม่ได้ บางที..ซูยอนอาจช่วยเธอได้อีกหน " ก็เสียดายแทนเธอเท่านั้น ความมุ่งมั่นของเธอ..ทำให้ฉันอิจฉานี่นา คิดว่าจะสำเร็จแล้วซะอีก ..ก็เห็นเมื่อคืนไม่ได้กลับบ้าน "
" อืม แต่ก็ขอบใจนะ ที่ช่วยฉันมาตลอด..ไว้จะเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนแล้วกัน ฉันขอตัวไปนอนก่อนนะ ..ไม่ไหวจริงๆ " เฮียวยอนพยักหน้า พลางมองเจ้าของเสียงที่เดินเข้าห้องนอนก่อนคลายยิ้มออก
" เลี้ยงข้าวเหรอ ฮึ.. " หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง ผิดแผนไปแล้ว ..จะทำอย่างไรดี ตัวช่วยหรือเรียกให้ดีคือ หุ่นเชิดของเธอ ..กลับไม่ยอมเล่นตามคนบังคับ แล้วอย่างนี้ ทำอย่างไรถึงจะแยกสองคนนั้นได้ ทำอย่างไร เธอถึงจะได้ยืนเคียงข้างเขา
เฮียวยอนได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองจึงกดรับอย่างอารมณ์ดี พอเห็นหมายเลขปลายสาย " ค่ะ พี่.. "
[...]
" ไปไม่ได้แล้วเหรอค่ะ "
[...]
" แต่ฉันอยากให้พี่ไปนี่นา เป็นเพื่อนฉันแค่แปปเดียวเอง "
[...]
" ก็ได้ค่ะ แต่คราวหน้าพี่ต้องเลี้ยงเค้กฉันด้วยนะ "
[...]
" ตกลงตามนี้นะ แล้วอย่าลืมล่ะ "
มือนุ่มปิดฝาโทรศัพท์เสียงดัง ไม่สบอารมณ์อีกแล้ว ..น้ำเสียงอึกอักของอีกฝ่าย คงไม่ได้ติดธุระจริงๆอย่างที่พูด แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจสาเหตุที่ทำให้อีทึกปฏิเสธ ในเมื่อรับปากเสียดิบดี หรืออาจเป็นเพราะคังอิน
" ฮึ ..ฮึ " ชักสนุกแล้วสิ ..ฝั่งนู้นคงมีเหตุการณ์หลายอย่างที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นแน่ๆ
ฉันกำลังรอเวลาที่พี่จะมาหาฉันอยู่นะ
เวลาที่หัวใจของพี่กำลังบอบช้ำ ..ยังไงล่ะ
.....................................................................
เสียงทุบประตูเบาลงจนไร้เสียง ..บุคคลที่นั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆประตูจ้องมองความเคลื่อนไหวไม่ละสายตา ริมฝีปากเม้มสนิทขณะใช้ความคิดหนักหน่วง
ทำถูกแล้วใช่มั้ย ..ที่ขังอีทึกแบบนั้น
แล้วพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ..รอยแยกที่เริ่มเห็นชัดเจนทำให้คังอินรู้สึกหวั่นกลัวเพิ่มขึ้น กลัวว่าสักวัน..อีทึกจะไม่ใยดีกับเขาอีก สักวันที่..อีทึกจะออกจากชีวิตของเขาไป
" คังอิน พวกนายทะเลาะอะไรกัน " เสียงหน่วยกล้าตายถามขึ้น มองใบหน้ายุ่งที่เงยมาสบตา
" ไม่ได้ทะเลาะ.. " เสียงทุ้มแข็งทันควัน มองฮีชอล...อย่างต้องการความช่วยเหลือ
" คนปกติคงทุบประตูเสียงดังทักทายกัน คงมีสีหน้าเคร่งเครียดเวลาหน้ากันสินะ " น้ำเสียงประชดพร้อมใบหน้าแสยะยิ้ม พูดออกมาได้ ..ไม่ดูสภาพตัวเองซะเลย ว่ากำลังโดนข้อหาหนักอยู่น่ะ
" ก็ฉันไม่รู้นี่ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาโกรธเรื่องอะไร เมื่อเช้าพูดกันอยู่ไม่กี่คำก็ถูกบอกเลิก.. "
" เลิกงั้นเหรอ?? " คนถามตาโต ..ความรู้สึกตกใจพุ่งปราดทันที อีทึกไม่มีทางเป็นคนพูดแน่ ..ยกเว้นอะไรที่ทำให้หมอนั่นเกินรับไหว
" ได้ยินไม่ผิดหรอก เขาบอกเลิก.. ทั้งที่ฉันยังงงอยู่เลยว่าไปทำอะไรเข้า "
" น..นายมันดวงซวยจริงๆ คนใจเย็นอย่างอีทึกยังรับนายไม่ได้ ชาตินี้ก็ครองโสดไปเถอะ " ฮีชอลซ้ำเติมคนตรงหน้า หลังจากวิเคราะห์เหตุผลร้อยแปด เขามั่นใจว่า อีทึกอาจรับรู้เรื่องของคังอินกับซูยอนแล้วถึงได้เอ่ยปากเช่นนั้น
" แทนที่จะช่วยกัน ..ฉันรู้จักนายก่อนอีทึกอีกนะ " สีหน้าเคร่งเครียดเริ่มทำให้ฮีชอลหุบยิ้มเยาะ
" สำเร็จแล้วใช่มั้ย เมื่อคืนน่ะ " คังอินพยักหน้า " ดีแล้ว หล่อนจะได้ไม่มายุ่งกับนายอีก "
" แต่.. ฉันทิ้งอีทึกไว้คนเดียวจนถึงเช้า " ร่างสูงสารภาพผิด
" หา น..นายอย่าบอกนะว่า ที่ทิ้งอีทึกไว้เพราะไปอยู่กับยัยนั่น " ชายหนุ่มพยักหน้าอีกครั้ง ฮีชอลจิ๊ปาก..ว่าแล้วไง เกิดเรื่องจนได้ ฉันบอกแค่ให้นายไปบอกเลิกซูยอน ไม่ได้บอกให้ไปอยู่กับหล่อนตลอดคืนซะหน่อย
" ถามจริงเถอะ ..ไม่คิดว่า อีทึกจะรู้เรื่องที่นายหายตัวไปบ้างเหรอ ทิ้งให้เขาอยู่ตรงนั้นตั้งนานน่ะ "
" ไม่ ..เขาต้องไม่รู้เด็ดขาด " ที่ทำทุกอย่างให้ชัดเจน ก็เพราะกลัวว่าถ้านานกว่านี้ อีทึกคงรู้เรื่องเข้าสักวัน
" เชื่อฉันมั้ยล่ะ อีทึกรู้เรื่องแล้ว " คังอินมองใบหน้าสวยที่ไม่ปรากฏรอยยิ้มอีกแล้ว
" รู้ว่านายกับซูยอนทำอะไรกันลับหลังเขา "
.........................................................
ร่างบางกำลังง่วนอยู่กับการเก็บของลงกล่อง หลังโทรหาเฮียวยอน..บอกว่าเขาไปตามนัดไม่ได้แล้ว จะให้นอน เขาคงนอนไม่หลับ ภาพที่ปรากฏทันที่หลับตาลงหรือเสียงที่ดังก้องอยู่ในหู ต้องทำอะไรให้จิตใจว้าวุ่นของตัวเองสงบลงได้บ้าง
..กริ๊ก..
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น แต่คนข้างในก็แกล้งไม่ได้ยินเสียงนั้น..ทำงานของตนต่อ เสียงฝีเท้าหยุดลงข้างตัวเขา " ทึกกี้ ฉันอยากคุยให้รู้เรื่องก่อน "
" ... " คังอินย่อตัวนั่งใกล้ร่างบาง มองมือเรียวหยิบของใช้ของเขาลงกล่อง ..รีบไล่กันขนาดนี้เลยหรือ
" ฟังคำอธิบายของฉันก่อน แล้วถ้านายยังยืนยันที่จะทำอย่างนี้..ฉันก็พร้อมยอมรับ " อีทึกชะงักมือครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจทำต่อ โดยไม่สนใจเสียงทุ้ม
คังอินทนไม่ได้กับท่าทีเย็นชาราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น จึงคว้าข้อมือบางไว้บิดตัวร่างตรงหน้าให้เผชิญหน้ากัน ถึงอย่างนั้น อีทึกก็ยังพยายามหลบตาเขาอยู่
" ทึกกี้ นายคงรู้อะไรบางอย่างที่ฉันพยายามปิดบังสินะ ..ถ้านายรู้จริงๆก็คงจะรู้ด้วยว่าฉันไม่ได้เต็มใจที่จะทำมันเลย "
" ... " ริมฝีปากบางเม้มจนซีด หลับตาลงช้าๆ.. ไม่ได้เต็มใจงั้นหรือ แล้วเสียงควรญครางเมื่อคืนล่ะ นายคงโดนบังคับให้ทำใช่มั้ย
" ให้ฉันแก้ตัวได้มั้ย ..ต่อจากนี้ จะไม่มีเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ที่นายได้เห็นมาเกิดขึ้นอีก ฉันสัญญา " มือหนากุมมือบางแน่น มองเรือนผมสีอ่อนของอีทึก..ก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้ามองเขา
" เห็นที คำสัญญาของนาย ..ฉันคงเชื่อถือไม่ได้อีกแล้วล่ะ " มือเรียวดึงกลับมาข้างตัว พลางจ้องใบหน้าเข้มด้วยแววตาชินชา เรียกสีหน้างุนงงจากอีกฝ่าย
" เรื่องของนายกับซูยอน ฉันรู้หมดแล้ว..รู้มาตลอดเวลาที่พวกนายเริ่มคบกัน ความอดทนของคนเราก็มีวันหมดลงรวมทั้งของฉันที่มันหมดลงวันนี้ ดังนั้นนายก็ไม่ต้องมีอะไรปิดบังฉันอีกแล้ว ต่อไปพวกนายจะได้คบกันอย่างเปิดเผยซะที " ไม่ใช่ว่ายอมหลีกทางให้ แต่ฉันคงฝืนความรู้สึกเจ็บของตัวเองต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
" นายเข้าใจผิดแล้ว "
" ใช่ ฉันเข้าใจผิดมาตลอดว่านายจะจริงจังกับฉันเพียงคนเดียว " เสียงหวานพูดอย่างยากลำบาก ทำไมหัวใจถึงไม่ยอมหยุดร้องไห้เสียที ดีใจที่ฉันไม่ต้องทรมานอีกหรือเสียใจที่นายกำลังจะจากไป...
ร่างบางลุกขึ้นหยิบกล่องเล็กข้างเตียงสองใบมาใส่รวมกัน ก่อนยื่นให้อีกคนที่เพิ่งยืนขึ้น " ของนาย ..ฉันช่วยเก็บให้แล้ว ถ้ายังมีอะไรเหลืออยู่อีก ฉันจะทยอยส่งคืนให้แล้วกัน "
อีทึกหมุนตัว ..เตรียมเข้าห้องน้ำ แต่ถูกชายหนุ่มคว้าต้นแขนไว้เสียก่อน " อย่าไป.. " คังอินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คำว่า ..สิ้นหวัง มันเลือนลางอยู่ตรงหน้าของเขา ไม่อยากนึกถึงภาพวันพรุ่งนี้..ที่เขากับอีทึกจะไม่ใช่คนเดียวกันอีกแล้ว ..จะทำให้เขาตายเสียให้ได้
" สายไปแล้ว นายทำมันเองทั้งหมด..ยอมรับสิ่งที่นายทำเถอะ " อีทึกเดินมาเปิดประตูเหมือนต้องการให้อีกฝ่ายออกจากห้องนอน เสียงทักท้วงที่ดังอยู่ในใจ..อย่าใจอ่อนให้คนตรงหน้าเป็นอันขาด ที่ผ่านมายังพิสูจน์ไม่ได้อีกหรือ ว่านายเชื่อสิ่งที่เขาพูดได้มากน้อยแค่ไหน
" มันไม่ใช่ความผิดของฉัน เธอเป็นคนทำเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งหมด..นายไม่เข้าใจอีกเหรอ " ร่างสูงหยุดยืนตรงหน้าอีทึก สมองที่กำลังปั่นป่วน เพราะสิ่งที่กำลังจะเผชิญ..ความจริงอันโหดร้าย มองใบหน้าหวานที่ไม่มีแววแห่งความล้อเล่น
" อย่าโทษคนอื่น ทั้งที่นายเองก็มีส่วน.. ทุกอย่างมันจบลงแล้ว " เมื่อคืนยืนยันสิ่งที่ฉันพูดได้ เพราะฉันเห็นมันมากับตา มือที่กำลังจะแตะบนแผ่นหลังกว้างหยุดลง ..ขยะแขยง..
" ทึกกี้.. "
" นายออกไปได้แล้ว คังอิน ..ฉันอยากพักผ่อน " น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้น
" นายมันโง่ ..พวกเรากำลังถูกหลอก " หยดน้ำตาไหลลงเปื้อนใบหน้าเข้มเป็นทาง ..น้ำตาที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีเหมือนคนอื่น แต่วันนี้กลับทำให้รู้ว่า เขามีมากกว่าใครทั้งหมด
" ฮึฮึ พูดผิดแล้ว ..ฉันต่างหากที่ถูกนายหลอก " เจ็บตอนนี้ ..ทรมาน ณ วันนี้ ดีกว่าฉันต้องเสียใจตลอดชีวิต
..หมดเวลาที่นายจะหลอกฉันแล้ว..
.......................................................................
มือเรียวถือกระเช้าผลไม้ที่ตัวเองลงทุนตื่นเช้าขึ้นมานั่งจัด รองเท้าส้นสูงหยุดที่หน้าประตูบ้านพักของสิบสามหนุ่ม หน้าอกยกสูงขึ้นตามแรงหายใจเข้า เพื่อเรียกความมั่นใจพลางเอื้อมมือกดออด ให้คนด้านในรู้ว่า..ควรออกมาต้อนรับเธอได้แล้ว
เธอเอียงใบหน้าส่งยิ้มหวานเล็กน้อยทักทายคนเปิด ก่อนเอ่ยบทสนทนา " สวัสดีค่ะ ..พี่ซีวอน "
ร่างสูงนิ่งเล็กน้อย หลังถูกฮีชอลไล่มาทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่เขาเองก็คาดไม่ถึง ว่าจะเป็น เฮียวยอน " ค..ครับ เข้ามาข้างในก่อนสิครับ "
" รบกวนด้วยนะค่ะ " หญิงสาวโค้งตัวขออนุญาต
" ไม่หรอกครับ เดี๋ยวผมช่วยถือดีกว่า " มือหนารับกระเช้าผลไม้ไว้ในมือแล้วเดินนำหน้าหญิงสาวมายังห้องนั่งเล่น พอดีกับสายตาของฮีชอลที่มองออกมาจากห้องครัว ..สายตาที่จ้องอย่างกับเขาทำอะไรผิดอีกแล้ว
เฮียวยอนนั่งที่โซฟา รอจังหวะให้อีกคนเดินมาหา " สวัสดีค่ะ พี่ฮีชอล "
" มาแต่เช้าเลย มีธุระอะไรหรือเปล่า "
" ได้ยินว่า พี่อีทึกไม่สบายเลยมาเยี่ยม นี่ของเยี่ยมไข้เล็กๆน้อยๆค่ะ " เฮียวยอนจับตะกร้าข้างตัวแล้วยกให้ฮีชอลรับไว้ แม้ร่างโปร่งจะไม่ค่อยเต็มใจนัก
จริงอยู่ที่หัวหน้าวงของเขากำลังป่วย อาการหวัดเพิ่มด้วยตัวร้อนอีกนิดหน่อยก็พอทำให้นอนซมอยู่บนเตียงได้ แล้วยิ่งอาการทางใจของคนตาสวยด้วยแล้ว อีทึกก็แทบไม่ลุกออกมาจากห้องอีกเลย เขาจึงต้องเป็นฝ่ายดูแลเรื่องอาหารแล้วก็ยาให้
" ขอบใจนะ แล้วจะบอกอีทึกให้ "
" ฉันขอเข้าไปดูอาการพี่เขาสักหน่อยได้หรือเปล่าคะ "
" เขาเพิ่งทานยาไปเมื่อครู่ ตอนนี้คงหลับอยู่..พี่ว่าอย่ากวนเลยดีกว่า "
" เหรอคะ แต่ฉันอยากพี่เขา..ไม่รบกวนนานหรอกคะ สัญญาว่าจะไม่ทำให้พี่เขาตื่นแน่นอนคะ "
คนสวยจำยอมต่อเสียงใส ลูกตื๊อของเฮียวยอนที่เขาปฏิเสธไม่ลง.. เขาจึงเดินนำหญิงสาวเข้าไปในห้องนอนของอีทึก เตียงนอนกลางห้องปรากฏร่างของชายหนุ่มนอนหลับสบายถูกคลุมด้วยผ้านวมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าหวานหลับสนิทไร้สีเลือด ..ริมฝีปากที่เคยชมพูอิ่มแห้งผากจนคนมองก็แอบสะท้อนใจไม่ได้ แม้แต่เธอ..คนที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้
" พ..พี่อีทึกซูบลงเยอะเลยนะคะ "
" ใช่ เพราะอาการป่วยนั่นแหละ อาการก็ไม่ค่อยทานเอาแต่อยู่ในห้องนี้ "
" ทำไมไม่พาไปโรงพยาบาลล่ะคะ "
" เขาไม่ยอม ..เอาแต่พูดว่า ดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่ต้องไปหรอก "
เหตุผลที่แท้จริง ใช่ว่าฮีชอลคนนี้จะไม่รู้ ..วันที่คังอินเดินสวนทางกับเขาตรงบันไดพร้อมกล่องกระดาษใบใหญ่ รอบตาแดงชื้นเหมือนผ่านการร้องไห้ พอทำให้เขาคาดเดาได้ว่า สิ่งที่เขาตั้งใจให้เกิด..มันตรงกันข้ามเสียแล้ว อีกสองวันต่อมา อีทึกก็ไข้ขึ้นจนเขาต้องเข้ามานอนเป็นเพื่อน ท่าทีเย็นชาเมื่ออยู่ต่อหน้าคังอิน..หลังจากที่ทั้งคู่เลิกกัน ถูกลบออกจากสมองของเขาทั้งหมด คำเพ้อเพราะพิษไข้ที่เรียกหาแต่ชื่อของคนนั้น ..คนที่ทำให้อีทึกรักและเกลียดในเวลาเดียวกัน
บางครั้ง..ที่เรียกด้วยความรัก
แต่บางครั้ง..ที่เรียกด้วยความเจ็บปวด
น้ำตาที่ไหลออกมาของอีทึก คงไม่สามารถเทียบได้กับความรู้สึกในขณะนั้น
ฮีชอลมองร่างที่นอนนิ่งพลางถอนหายใจ คิดอยู่ว่า..ถ้าวันนั้นไม่บอกให้คังอินไปหาซูยอน เรื่องจะดำเนินมาเป็นอย่างนี้หรือเปล่า
เปลือกตาบางเผยอขึ้นเล็กน้อย สู้แสงแดดอ่อนที่ส่องเข้ามาข้างใน ร่างของคนสองคนที่เลือนลางเริ่มปรับชัดขึ้น ..ฮีชอลกับเฮียวยอน
" พี่อีทึก เป็นอย่างไรบ้างคะ " หญิงสาวเข้าไปหาอีทึก ขณะที่อีกคนยังยืนไม่ขยับอยู่ที่เดิม
" เฮียวยอน.. "
" ฉันมาเยี่ยมพี่น่ะ พี่ยังไม่ลืมสัญญาที่บอกว่าจะพาฉันไปทานเค้กชดเชยใช่มั้ย ฉันอยากกินแล้ว..ดังนั้นพี่ต้องหายเร็วๆนะ "
" ห่วงแต่เรื่องกินหรือไงเรา แล้วรู้ได้ยังไงว่าพี่ไม่สบาย.. "
" ..ไม่เห็นพี่ที่บริษัทหลายวัน ก็เลยลองถามผู้จัดการดู "
" อืม ..ฮีชอล ฉันอยากได้น้ำอุ่นเพิ่มหน่อยน่ะ " ร่างบางพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาว ฮีชอลพยักหน้าก่อนหยิบกระติกน้ำร้อนเดินออกจากห้อง ทิ้งคนป่วยกับคนที่มาเยี่ยมไว้ตามลำพัง
เฮียวยอนดึงเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงโต๊ะมาบริเวณข้างเตียง พลางจ้องใบหน้าหวานที่หลบสายตาของเธออย่างเคอะเขิน อีทึกยิ้มอ่อนแรงให้หญิงสาว ..อย่างน้อยก็แค่เฮียวยอนที่มาเยี่ยมเขา แล้วถ้าเป็นซูยอนล่ะ เขาควรทำสีหน้าอย่างไร
" ฉันเสียใจด้วยนะคะ "
" เรื่องอะไร.. "
" ฉันรู้เรื่องที่พี่กับพี่คังอินเลิกกันแล้ว เสียใจด้วยจริงๆนะคะ " ร่างบางคิ้วขมวดมุ่น ..คนตรงหน้ารู้ได้อย่างไร เรื่องในบ้านหลังนี้ไม่เคยถูกบอกเล่าสู่ภายนอกยกเว้นจะมีใครบางคนเอาออกไปพูด แต่คงไม่ใช่น้องๆแน่นอน
" เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าพูดถึงอีกเลย "
" ฉันต้องขอโทษแทนซูยอนด้วยนะ ถ้าฉันรู้สักนิดว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำแบบนี้เด็ดขาด " หญิงสาวพูดพลางก้มหน้ากล่าวโทษตัวเอง
" ... "
" พี่คังอินใจร้ายจัง ที่ทำกับพี่ได้ลงคอ..ทั้งที่พี่ยังเป็นคนรักของเขา "
" ... "
" พี่ยอมได้อย่างไรกัน เป็นฉัน..ฉันคงเอาคืนให้สาสมแล้ว ทำเหมือนเราเป็นคนโง่ ฉันจะทำให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้โง่อย่างที่เขาคิด " อีทึกนั่งนิ่งฟังคำพูดของเฮียวยอน ..ไร้เสียงเอ่ยตอบ แต่ทุกอย่างกำลังพุ่งพล่านในจิตใจ แก้แค้นงั้นหรือ ..ฉันไม่ได้โง่อย่างที่นายคิด เขาควรเอาคืนหรือเปล่าหรือปล่อยให้วันเวลาทำลายร่างสูงเอง
" ถ้าพี่จะทำ ..ฉันจะช่วยเอง " เฮียวยอนเห็นช่องว่างระหว่างที่คนตาสวยกำลังสับสนสบดวงตากันด้วยแววตาเป็นประกาย ทุกอย่าง..กำลังไปได้ดี
" บอกเหตุผลว่า ทำไมฉันต้องทำอย่างที่เธอพูด " อยากได้คำพูดที่ย้ำว่าถ้าเขาทำ เขาจะไม่ใช่คนผิด ..อาจจะไม่ถึงขั้นเจ็บสาหัส แต่พอให้คังอินทรมานได้ เขาอยากให้หมอนั่นรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาบ้างก็เท่านั้น
" เพราะว่าพี่ยังรักพี่คังอินอยู่น่ะสิ ถ้าพี่อยากเลิกรักเขา.. ฉันจะช่วยพี่เอง " รักงั้นหรือ ..ไม่ได้เจอหน้ากันมาสี่วันแล้ว เป็นเพราะเขาต่างหากที่เอาแต่หลบอยู่ในห้องพร้อมคำสั่งที่บอกทุกคนไม่ให้รบกวนยกเว้นฮีชอล กลัวว่าถ้าเห็นหน้าแล้วจะตัดใจได้ยากกว่าเดิม
..ฉันอยากเลิกรักเขาเสียที..
" ฝากตัวด้วยนะ เฮียวยอน "
....................................................................................
เสียงสลิปเปอร์ลากไปตามพื้นไม้ปาร์เก้ ร่างผอมเพรียวในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีชมพูอ่อนกำลังมองหาเจ้าของเครื่องโน้ตบุ๊คที่ตัวเองจำเป็นต้องใช้
" ยุนอา ..ขอยืมโน้ตบุ๊คเธอใช้ทำงานหน่อยนะ "
" ฉันเพิ่งยกไปซ่อมเมื่อวานเอง ทิฟฟานี่เล่นจนคีย์พังเลยน่ะสิ " หญิงสาวที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ตอบพลางยกไหล่อย่างช่วยไม่ได้
" งั้นก็ตายแน่ๆ ฉันต้องพิมพ์ตารางซ้อมส่งให้ผู้จัดการ..ขีดเส้นตายวันนี้แล้วด้วย " ยุนอามองเอกสารปึกใหญ่ในมือของซูยอน
" ใช้ของเฮียวยอนสิ ..เมื่อเช้าฉันเห็นเขาตั้งทิ้งไว้ที่เตียงน่ะ "
" ยัยนั่นเอาตายแน่ ช่วงนี้ไม่รู้ไปโมโหใครมาชอบมาตวาดฉันอยู่เรื่อยเลย " หลังจากวันที่เธอแยกจากคังอิน เฮียวยอนก็ดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่เวลาอยู่กับเธอ
" บอกเหตุผลไป เฮียวยอนคงเข้าใจ.. "
" หวังว่าคงเป็นอย่างนั้น ถือว่าเธออนุญาตฉันแทนเฮียวยอนแล้วนะ ถ้าเกิดยัยนั่นอาละวาดขึ้นมา เธอต้องรับผิดชอบด้วยนะ ยุนอา "
" ไหงถึงโยนความผิดให้ฉันล่ะ เธอรีบไปจัดการให้มันเสร็จก่อนดีกว่าก่อนที่พวกเราจะถูกดุ " หญิงสาวปาหมอนอิงปะทะหลังบางที่วิ่งไหวๆเข้าไปในห้องอย่างหมั่นไส้ ..กลับมาร่าเริงได้แล้วสินะ ซูยอน..
...
...
...
นี่คงเป็นครั้งที่สามที่เธอได้ใช้เครื่องคอมของเฮียวยอนและถือเป็นครั้งแรกที่ใช้โดยพลการ น่าหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน แต่คงโทษเธอไม่ได้ เพราะงานที่ต้องทำเป็นงานของวง..แล้วนี่ก็เป็นทางเลือกสุดท้าย
แสงไฟบนหน้าจอแสดงหน้าเดสก์ทอป ซูยอนรีบลงมือทำงานของตนให้เรียบร้อยก่อนที่เจ้าของเครื่องจะกลับมา ..หลายนาทีที่ใบหน้าหญิงสาวจ้องมองตัวอักษรที่พิมพ์ลงไป ดูเหมือนตารางงานการซ้อมของเธอจะแน่นกว่าของคนอื่นในวง อยากทุ่มเวลาให้มากกว่านี้..อยากซ้อมจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง อยากใช้เวลาทำอย่างอื่นที่ไม่ต้องทำให้คิดถึงคังอิน ตอนนี้เธอควบคุมมันได้ค่อนข้างดี..หากมองย้อนกลับไป เธอคงไม่ต่างอะไรกับคนที่ตาบอด
ทำ..โดยไม่รู้ว่าถูกหรือผิด
นิ้วเรียวกดกากบาทปิดโปรแกรมที่ใช้งานเมื่อครู่ ดวงตากลมปิดลงอย่างเมื่อยล้าก่อนมองหน้าจออีกครั้ง ..สะดุดตากับโฟลเดอร์ด้านบนซ้ายสุด
...Pic of Guiltiness...
ชื่อโฟลเดอร์ดึงดูดสายตาของเธอจับจ้อง เธออยากรู้ว่าข้างในนั้นมีอะไร..บางทีอาจเป็นรูปที่เฮียวยอนกับแฟนเก่าเคยถ่ายกันไว้ รอยยิ้มบางเหยียดออก ถ้าเธอรู้ความลับของเฮียวยอนอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ยัยนั่นอยู่ในความควบคุมเล็กๆน้อยๆของเธอได้บ้าง
" ให้เธอต้องซักผ้าแทนฉันดีกว่า... "
ซูยอนเลื่อนลูกศรลงมาดูรูปทั้งหมด ใช่แน่ๆ..เธอเป็นคนให้เฮียวยอนถ่ายเก็บไว้ ทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวกับคังอิน ..ถ้าซูยอนว่าง เธอก็จะชวนไปเป็นเพื่อนแล้วคอยเก็บภาพคู่ของเธอ..เพื่อเก็บเป็นความทรงจำ
ใช่ว่าจะไม่รู้ตัวว่าเวลาของเธอมีไม่มาก หนทางที่ริบหรี่เต็มทนหากจะยื้อแย่งให้เขากลับมา ดังนั้นเธอจึงต้องใช้วิธีนี้ เพราะต้องการให้เขาอยู่กับเธอตลอดไป..แม้จะเป็นเพียงความทรงจำเท่านั้น
มุมปากที่ยกขึ้นคลายลงในทันที รูปที่อยู่ภายในไม่ต่ำกว่าสองร้อยรูปปรากฏเป็นภาพเล็กๆ.. หัวใจที่เต้นแรงด้วยความสงสัย รูปที่เธอควรมีเพียงคนเดียว..แต่ทำไมเฮียวยอนถึงเอามาเก็บไว้ในนี้
" เฮียวยอน เธอกำลังทำอะไรกันแน่.. "
______________________________________________
สัพเพเหระ : ไอซ์เริ่มไม่มีอะไรจะพูดละ เหอเหอ ..เปิดเทอมแล้วอ่ะ เริ่มออกอาการอยู่ไม่เป็นสุข เมื่อวานผลลงทะเบียนเรียนออกมาเด้งไปตัวหนึ่ง แถมยัง 4 หน่วยกิจ ก็ดีที่เด้งตัวเดียว เพื่อนไอซ์เด้งทีสามตัวเลย (รวมเป็น 12 หน่วยกิต) จะไปแย่งเซคกับพวกนั้นทันมั้ยเนี่ย เฮ้อ~