[KiHae] : The Prey -- XIII.II
posted on 19 Apr 2009 18:30 by icebox
Title : The Prey
Author : Ice
Rate : PG - 15
_______________________________________
Page 13.2
“ เปิดตาพวกมัน ” เสียงเรียบสั่ง ดวงตาของคิบอมและดงเฮก็สัมผัสแสงทึมจากหลอดไฟที่ห้อยจากหลังคา พื้นที่ว่างโล่งมีพวกซีวอนยืนล้อม..คงเป็นโกดังสินค้าของตระกูลปาร์คในเขตนี้
“ อยากรู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงต้องการชีวิตพวกนาย ” คนที่นั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มองหน้าเข้มและหน้าหวานสลับกัน ยิ้มเยาะกับสภาพของทั้งสองที่ไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ในกำมือ
“ ผมคาดเดาความคิดเลวทรามของคุณไม่ได้หรอก ซีวอน ..เพราะผมไม่ได้เลวเหมือนคุณ ”
..เพี๊ยะ..
“ แก! ” คิบอมลุกพรวดเตรียมทำร้ายเจ้าของฝ่ามือที่มอบรอยแดงช้ำบนซีกแก้มของดงเฮ ลูกน้องสองคนกดไหล่คิบอมให้นั่งลง
ความรู้สึกชาวาบตามมาทันทีหลังความเจ็บคลายตัว ดงเฮเม้มริมฝีปาก เรียวลิ้นรับรสเลือดจากแผลที่ได้จากการถูกทำร้ายเมื่อครู่
“ อย่าทำตัวเหมือนผู้ดีนัก ทั้งที่พ่อของนายก็ไม่ต่างจากพวกฉัน ” ซีวอนตวาด
“ ดงเฮ คุณเป็นคนใจกว้างทีเดียว ขนาดคิบอมคนฆ่าพ่อของคุณ คุณยังให้อภัยเขาได้ หวังว่าถ้าผมเป็นคนฆ่าคุณ คุณคงไม่โกรธผม ”
คนพูดปรายตามองดวงตาแข็งของบุคคลในบทสนทนา คิบอมจ้องเขาราวกับจะฆ่ากันทางสายตา แต่ก็คงทำได้แค่นั้น สำหรับซีวอน ..เขาให้คิบอมมีชีวิตต่อได้ เขาก็มีสิทธิ์ที่จะทวงชีวิตคืนเช่นกัน
“ ผมรู้ตัวเองดี และผมคิดว่าตัวเองมีเหตุผลพอที่จะตัดสินว่าใครเลวกว่ากัน ” ดงเฮข่มเสียงไม่ให้สั่น เลียริมฝีปากที่มีเลือดไหลซึม สายตาของคนที่โดนจับอยู่ข้างตัวเรียกดวงตากลมให้หันมอง แวบแรกที่ซีวอนสังเกตเห็นความหมายลึกซึ้งผ่านสายตาของคนทั้งคู่ แววตาเอื้ออาทรเจือความห่วงใยก็พอทำให้เขารู้ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้ชัดเจนขึ้น
“ แน่ใจเหรอว่าคุณใช้เหตุผลตัดสิน ..ไม่ใช่หัวใจ ”
ร่างสง่าย่างเท้าเข้ามาใกล้ดงเฮ ย่อตัวลงก่อนยื่นมือบีบคางเรียวให้เบือนออกจากคิบอม แรงขืนสู้อะไรกับกำลังของชายหนุ่มไม่ได้ ดงเฮมองซีวอนอย่างไม่เกรงกลัว
“ ผมชักรู้แล้วสิว่าทำไมลูกน้องที่มีปลอกคออย่างคิบอมถึงยอมหักหลังเจ้านาย ..คุณตอบผมหน่อยนะ ”
ประโยคหลังกระซิบเสียงแผ่วก่อนจู่โจมด้วยรสลิ้นร้อนแรง บดเบียดหนักหน่วงจนหน้าหวานปฏิเสธการจ้าบจ้วงนั้นอย่างรังเกียจ มือหนากดบีบปลายคางราวกับตอกย้ำให้ดงเฮรู้ว่าไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางหลีกหนีเขาไปได้
“ แก ..ปล่อยดงเฮเดี๋ยวนี้! ”
คิบอมไม่อาจทนเห็นความทรมานของดงเฮ เลือดที่แห้งซึมที่ได้จากบาดแผลเก่ากำลังชื้นด้วยของเหลวสีเดิม ร่างของชายหนุ่มกำลังสะบัดมือที่บีบไหล่เขาออก ..ยิ่งเห็นภาพตรงหน้า คิบอมก็ยิ่งอยากฆ่าซีวอนให้ตายกับมือตัวเอง
“ ปล่อยกู! ”
..พลั่ก..
ด้ามปืนสีดำขลับประทับรอยแดงช้ำตรงแก้มสีเข้ม คิบอมค่อยๆเงยหน้ามองลูกน้องซีวอนที่ถือปืนอยู่ ..สาบานเลยว่าถ้าเขาหลุดไปได้ ไอ้นี่จะเป็นคนแรกที่ต้องหมดลมหายใจ
เชยชิมโพรงปากหวานที่เจือรสขมของเลือดได้หอมปากหอมคอแล้ว ซีวอนก็คลายมือพร้อมทิ้งสายตาสมเพชให้คิบอมที่นั่งฮึดฮัดเพราะไม่สามารถช่วยอะไรดงเฮได้
“ เลือกเก่งเหมือนกันนี่ มีของดีก็ต้องเผื่อแผ่กัน ..ใช่มั้ย ” ซีวอนพูดใส่หน้าเข้มที่กำลังโกรธจัด
“ แกจะเอาอะไร ..แกต้องการชีวิตพวกเราก็เอาไป แต่อย่าทำแบบนี้! ” คิบอมยังไม่เลิกหวังที่จะหลุดจากการจับกุม ทุกครั้งที่ขยับตัว ชายที่คุมเขาอยู่ด้านหลังก็จะเพิ่มแรงกดบนไหล่จนครั้งหลังดูเหมือนจะจิกลงไปจนเขารู้สึกแสบ
“ พวกนายต้องตาย ..แต่จะให้ไปอย่างมีศักดิ์ศรี ก็คงไม่ใช่การตายด้วยน้ำมือของตระกูลปาร์ค ”
“ ทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อตระกูลปาร์คกันแน่ ..แกกล้าพูดเต็มปากว่าเพื่อเจ้านายของแกอีกเหรอ ซีวอน ” คิบอมแค่นหัวเราะสบดวงตาสีดำที่ฉายแววสงสัย
“ แกมันเป็นพวกลืมตัว คิดว่าตอนนี้ตระกูลอยู่ในกำมือ จะทำอะไรก็ได้สินะ มีแต่คนเชื่อฟัง ..ถามจริงเถอะ ยืมของคนอื่นใช้มันภูมิใจมากหรือไง ยืมกำลังของตระกูลปาร์คสนองความต้องการของตัวเอง ..แกยังยืดยกรับการคำนับจากลูกน้องได้อีกเหรอ ”
“ นายคงเข้าใจผิดแล้ว คิบอม ..ฉันทำเพื่อตระกูลปาร์ค ฉันภักดีต่อตระกูลด้วยชีวิต ” ซีวอนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขารู้หัวนอนปลายเท้าตัวเองดี ถ้าไม่มีชินกูน ถ้าวันนั้นเขาไม่วิ่งตัดหน้ารถของชินกูนและได้รับเลี้ยงเป็นลูกน้องมือสำคัญ ป่านนี้คงมีชีวิตไม่ต่างอะไรจากอาชญากรกระจอก หากินพอประทังชีวิตไปวันๆ
“ แน่ใจเหรอว่าที่ทำอยู่คือสิ่งที่ชินกูนต้องการ ” ดงเฮพูด ท่าทางสงบนิ่งตอนที่เจอกับชินกูนในเรือนจำ ..เขายังจำได้แม่น เป็นคนที่คิดอะไรรอบคอบ ไม่ตื่นตกใจไปกับสิ่งเลวร้ายรอบตัว วิ่งใดที่จะสร้างพิษภัยแก่ตนเอง แม้จะทำให้เกิดความสะใจ คนอย่างชินกูนไม่มีทางลงมือทำแน่นอน
“ ฉันแน่ใจ ตอนนี้ท่านให้ฉันจัดการเรื่องยุ่งเหยิงนี้ให้เรียบร้อย ” ซีวอนมองหน้าดงเฮและคิบอมเหมือนกุมจุดได้เปรียบ
“ และฉันก็ตัดสินใจที่จะจบชีวิตพวกนาย ”
คิบอมนั่งนิ่งหลังจากได้ยินเสียงซีวอน มันก็ไม่ได้ต่างไปจากที่คิดเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่ชีวิตที่ต้องคืน แต่ดงเฮ ..จะยอมให้ร่างบางตายต่อหน้าต่อตา เขาคงยอมไม่ได้
“ ดงเฮ.. ” เสียงทุ้มเรียกคนข้างตัวเบาๆ
“ ฉันไม่เป็นไร ..เราจะไปด้วยกันนะ ” รอยยิ้มหวานถูกส่งถึงคนกังวล ถึงเวลาเสียที..ที่จะได้พิสูจน์คำสัญญานั่น ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ..พวกเราจะไปด้วยกัน
“ สั่งเสียให้เรียบร้อย แต่เสียดายที่พวกนายคงไปพร้อมกันไม่ได้ ”
“ แกหมายความว่ายังไง ” คิบอมย่นคิ้วเข้าหากัน ถามด้วยความสงสัย
ซีวอนส่งสัญญาณให้ลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างหลังเดินไปข้างหน้าแล้วยื่นอาวุธคุ้นเคยให้คิบอม ลูกน้องอีกคนที่คุมคิบอมปลดเชือกที่มัดข้อมือหนาสองข้าง
“ งานสุดท้ายที่นายต้องทำ ..ฆ่าลี ดงเฮ! ”
คนพูดกดเสียงหนักแล้วยกมุมปากสะใจ ต่างจากคนได้รับคำสั่งที่หนักอึ้งกับความรู้สึกลำบากใจ ร่างสูงมองอาวุธที่เคยใช้ปลิดชีวิตคนอื่น ใช้มันอย่างเชี่ยวชาญ แต่ตอนนี้เขากลับต้องใช้มันเพื่อฆ่าคนที่เขารักอย่างนั้นหรือ
“ ลงมือซะ คิบอม ” ซีวอนเร่งเมื่อเห็นท่าทีลังเลของคิบอม
“ แกบังคับฉันไม่ได้ ฉันไม่ใช่ลูกน้องของแกแล้ว ” พยายามหาข้ออ้างยื้อความจำเป็นเอาไว้ เขาเป็นคนทรยศ ..เมื่อทรยศก็ไม่ใช่ลูกน้องตระกูลปาร์คอีกต่อไป
“ จริงด้วยสิ นายไม่ใช่คนตระกูลปาร์คแล้ว แต่ถ้านายไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก อยากรู้มั้ยว่าจะเกิดอะไร ” ดวงตาเจ้าเล่ห์ของซีวอนกำลังท้าทายคนถือปืน เห็นสีหน้างุนงง..ซีวอนก็จัดการจำลองสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้คิบอมได้เห็น
ลูกน้องที่คุมตัวดงเฮดึงเชือกตรงข้อมือบางขึ้นเพื่อให้คนถูกมัดยืนแล้วลากไปที่โต๊ะกระจกที่มีฝุ่นเกาะเขรอะจับร่างบอบบางนั้นแนบแผ่นหลังลงบนโต๊ะ
“ จ..จะทำอะไร ” น้ำเสียงตะกุกตะกักหวาดกลัวกับสิ่งที่ซีวอนต้องการ ชายหนุ่มเยาะอยู่ด้านหลังไม่ไกล ตรงหน้าของดงเฮมีลูกน้องชุดดำสี่คนรุมล้อมด้วยสีหน้าที่เขาคาดเดาไม่ออก
“ เห็นแค่นี้ คนฉลาดอย่างนายคงรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นใช่มั้ย คิบอม ” คนกอดอกปรายตามองร่างสูงที่กำมืออาวุธในมือแน่น ช่างใจได้หรือยัง ..รู้หรือยังว่าถ้าไม่ลงมือ คนรักของนายจะเป็นอย่างไร
“ ทำไมแกต้องทำแบบนี้ แกต้องการชีวิตพวกฉันแล้วทำไมไม่จัดการเอง ทุกอย่างจะได้จบ ”
“ ทางเลือกของนาย ..ฆ่าดงเฮแล้วฆ่าตัวตายตาม หรือ ..ให้พวกมันเล่นสนุกกับคนของนายก่อนมันตายแล้วนายรอด ”
ชีวิตหรือหัวใจ ..จะเลือกอะไรให้มีอยู่
“ ทำไม ..แกต้องการอะไร ต้องการอะไรกันแน่! ” คิบอมตะโกนเสียงดังก้อง บีบคั้นกันเกินไปแล้ว หน้าเข้มบิดเบี้ยว ดวงตาจับจ้องที่ร่างบางที่ถูกขึงอยู่บนโต๊ะตัวนั้น สีหน้ากลัดมันของไอ้พวกเลว มันรอฟังคำสั่งของซีวอนอย่างใจจดใจจ่อ
“ ก็แค่..อยากให้ดงเฮรู้สึกว่าการตายด้วยมือคนรักมันเป็นอย่างไร อยากให้นายรู้ความเจ็บปวดที่ต้องลงมือฆ่าคนที่ตัวเองรัก แต่สำหรับฉัน ..มันก็แค่อะไรสนุกๆก่อนที่จะเห็นพวกนายตาย ” ซีวอนตอบ
สีหน้าของดงเฮตอนนี้ถึงจะหวาดกลัวอยู่มาก แต่พอเห็นเงื่อนไขที่ซีวอนยื่นให้คิบอมแล้ว ..เขาเองก็อยากให้คิบอมมีชีวิตต่อ ..อยากเห็นคิบอมอยู่บนโลกนี้ต่อไป
“ ซีวอน ..ผมขอคุยกับคิบอมได้หรือเปล่า ” ดงเฮถามเสียงนุ่ม ซีวอนพยักหน้า ลูกน้องที่ยืนอยู่แสดงสีหน้าขัดใจบ้างแต่ก็ยอมถอยห่างโดยดีแล้วคิบอมก็เดินเข้าไปหาคนที่ถูกขึงด้วยเชือกบนโต๊ะกระจก
“ คิบอม ฉันรู้ว่านายลำบากใจที่จะเลือก ..ฉันขอเป็นคนเลือกให้ได้มั้ย ” คิบอมมองหน้ารื้นด้วยน้ำตาของดงเฮ ณ วินาทีที่สำคัญต่อการเป็นการตาย ดงเฮยังมีรอยยิ้มให้ ..คิบอมมองอย่างเจ็บปวด
“ ฉันจะเลือกให้นายมีชีวิตต่อ ..คิบอมต้องอยู่แทนฉัน ”
“ ไม่.. นายบอกว่าจะไม่ปล่อยมือฉันอีกแล้ว จำได้มั้ย ดงเฮ ”
ไม่ต้องใช้เวลาคิดให้มาก ในใจก็มีคำตอบอยู่ก่อนแล้ว ..ดงเฮคือคนที่เขายอมตายแทนได้ เขาเพิ่งแน่ใจได้ไม่นาน ..แต่การที่จะลงมือยิงดงเฮ สีหน้าหวานที่แสดงความเจ็บก่อนล้มลงวาบเข้ามาในสมอง แค่เห็นมโนภาพ เขาก็แทบจะทนยืนไม่ไหว รู้สึกแปลบตรงหน้าอกราวกับมีเข็มกำลังทิ่มเต็มไปหมด
“ ถ้าการปล่อยนั้นจะทำให้คนที่ฉันรักมีลมหายใจต่อ ..ฉันยินดีที่จะผิดคำพูด ”
หยดน้ำใสไหลผ่านหางตา ร่างบางยังคงสีหน้ายิ้มไว้ราวกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ถึงเวลาต้องทำอะไรเพื่อคิบอม ..เพื่อคนที่เขารัก ..เพื่อคนที่เขารู้สึกผิดมาตลอดชีวิต ..นายต้องทำให้ได้ ลี ดงเฮ
“ บอกลากันให้เสร็จแล้วเลือกซะที ฉันชักจะรำคาญแล้ว ” ซีวอนพูดขัด ไม่อยากจะใช้แผนสำรองให้ยุ่งยาก ..คนที่เขาเตรียมพร้อมให้เข้ามาช่วยในการตัดสินใจง่ายขึ้นของคิบอมถูกเตรียมไว้อยู่ด้านนอกโกดังเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่คำสั่งของเขาที่จะนำตัวคนนั้นเข้ามา
.
.
.
รถยนต์สีดำติดเครื่องรออยู่ด้านนอก ฮีชอลนั่งอยู่เบาะหลังรอมากกว่าชั่วโมง ..คนขับรถชุดดำก็นั่งเงียบอยู่ตรงคนขับไม่พูดไม่จากถึงจุดประสงค์ที่พาร่างคนสวยจากห้องพักมาที่โกดังนอกเมือง ครั้นจะลุกออกไปข้างนอก ลูกน้องซีวอนที่นั่งเบาะหลังกับเขาอีกคนก็รั้งไว้ เหมือนกำลังรอคำสั่งจากเจ้านายที่อยู่ด้านใน
“ พวกแกเป็นใบ้กันหรือไง ”
“ ... ”
“ โว้ย! ” ฮีชอลส่งเสียงเตรียมผลักประตูรถออก อึดอัดกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตในรถสองตัว ..มือบางถูกจับเอาไว้แล้วกดนั่งลงที่เดิม
“ คุณต้องรอ.. ”
“ แกจะให้ฉันรออะไร ไม่ต้องทำเป็นพูดดีกับฉัน ..เรามันก็ลูกกระจ๊อกเหมือนกัน ” ฮีชอลว่าพลางกอดอกไขว่ห้างอีกรอบ นึกสงสัยทุกครั้งที่เจ้าพวกนี้มารับเขาที่ห้องพักจะพูดจาดีราวกับถูกบังคับให้พูด ซึ่งตอนที่ชินกูนยังเป็นคนสั่งการ พวกนี้แทบจะจิกหัวเขาให้ไปพบหัวหน้าตระกูลปาร์ค
“ ช่วยใจเย็นด้วยเถอะครับ ” ฟังแล้วอยากจะอ้วกให้รู้แล้วรู้รอดไป คำพูดพวกนี้ ..มันมีสำหรับคนเลวอย่างเขาเสียที่ไหน
ฮีชอลเสหน้ามองออกนอกรถ มั่นใจแล้วว่าการถูกเรียกตัวออกมาครั้งนี้ต้องเกี่ยวกับการที่ซีวอนเจอตัวคิบอมกับดงเฮแน่นอน แต่จะเอาเขามาทำไม ..หรือว่าจะใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในการจับมือคิบอม ..หรือจะให้เขาเป็นคนลงมือฆ่าพวกนั้น เหตุผลเป็นไปได้ตีรวนอยู่ในสมอง ต้องหาทางออกไปให้ได้..ไปให้พ้นจากสองตัวนี้
“ คุณจะไปไหน ”
“ ฉันปวดท้อง แกจะตามฉันไปมั้ยล่ะ ” ฮีชอลหันมาพูดเสียงเข้มใส่คนข้างตัวแล้วก้าวพรวดออกจากรถไปที่พุ่มป่าข้างทาง สายตาของในรถยังมองมาที่เขาอยู่ ฮีชอลก้มตัวลงหลบในพุ่มไม้จนมิดแล้วค่อยๆคลานไปยังทางเข้าของโกดัง
.
.
.
เสียงเร่งของซีวอนไม่ได้ทำให้คิบอมรีบทำตาม เขายังคงมองดวงหน้าหวานด้วยสายตาแฝงด้วยความสับสน ถ้าเขาเลือก..ไม่ว่าทางไหน ดงเฮก็ต้องจากไป จะเลือกให้..ตายด้วยน้ำมือตัวเองหรือ..ด้วยน้ำมือคนอื่น
“ ดงเฮ ฉัน... ”
“ นายอย่าร้องไห้นะ ..นายเข้มแข็งเสมอ ..ฉันจะจำภาพนายที่โมโหใส่ฉันติดตาเลย อย่าอ่อนแอนะ คิบอม ”
คิบอมเอื้อมจับมือของดงเฮไว้บีบแน่นจนสัมผัสเหงื่อชื้น ดงเฮกำลังพูดติดตลกให้เขาขำ ..แต่ทำไมน้ำตาถึงหยดลงบนพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ..ไม่รู้สึกสักนิดว่าความเจ็บปวดต้องการการระบายออกมาข้างนอก
“ อือ ”
คำสุดท้ายที่หลุดจากริมฝีปากที่สั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำที่มีม่านน้ำตาเงยขึ้นหวังกลืนหยดน้ำเหล่านั้นเข้าข้างใน ดงเฮอยากเห็นความเข้มแข็งของเขา ..ภาพสุดท้ายที่จะมอบให้ได้ ..ขอให้ดงเฮจำความรู้สึกที่มีต่อเขาจนถึงวินาทีสุดท้าย
“ ฉันตัดสินใจแล้ว ..ฉันจะเป็นคนยิงดงเฮเอง ”
คิบอมบอกซีวอน ชายหนุ่มเลิกคิ้วเตือนคนพูดว่าแน่ใจแล้วหรือกับสิ่งที่พูดออกมา แววตาหนักแน่นเป็นสิ่งยืนยันคำพูด
“ ไม่! ซีวอน ..ผมเลือกข้อสอง คุณต้องฟังผม! ” เสียงหวานตะโกนแข่งกับความรู้สึกร้อนรน คิบอมรับปากแล้วนี่ ..คิบอมบอกจะฟังเขา แต่ทำไม..ทำไมถึงทำแบบนี้
“ ดูท่าคนรักของนายจะอยากให้นายมีชีวิตอยู่นะ คิบอม ..ไม่เลือกตามเขาหน่อยเหรอ ”
ลูกน้องที่ยืนอยู่ทำสีหน้าไม่พอใจ ถ้าคิบอมเลือกทางแรก ..พวกเขาก็อดชิมกลิ่นหอมจากคนบอบบางที่นอนอยู่บนโต๊ะตัวนั้น ซีวอนเองก็ไม่อยากขัดใจพวกนั้นมากนัก อยากให้อะไรตอบแทนเล็กๆน้อยๆที่อุตส่าห์ตามหาคิบอมและดงเฮจนพบ...ถือว่าให้เป็นรางวัล
“ ฉันตัดสินใจแล้ว ปล่อยตัวดงเฮแล้วฉันจะเป็นคนจัดการ ” คิบอมยื่นคำขาด ให้เขาเป็นคนทรมานดงเฮดีกว่าที่ถูกพวกเลวทรามนั่นทำร้าย
“ ซีวอน ..ผมมีสิทธิ์ ..ผมมีสิทธิ์เลือกเหมือนกัน! ”
“ ท่าทางพวกนายจะเลือกกันไม่ได้ ฉันเลือกให้แทนแล้วกัน ” ซีวอนยิ้มร้ายแล้วเดินเข้าไปใกล้คิบอมที่กำปืนในมือแน่น
“ ขอโทษที่ฉันเลือกคำตอบของดงเฮ ”
รอยยิ้มพรายผุดทุกใบหน้าของคนชุดดำ บทเพลงที่กำลังเริ่มต้นขึ้น ..ฉากทำลายความรู้สึกกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ คิบอมมองหน้าคนตัดสินใจเด็ดขาดแล้วรีบหันไปหาดงเฮ เขาก้าวขาวิ่งเพื่อกันคนเหล่านั้น แต่ถูกลูกน้องอีกสองคนดึงตัวไว้พร้อมกับเอาปืนในมือคิบอมเหน็บเข้าเอวตัวเอง
“ ปล่อย... พวกแกอย่าทำ ...หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ชั่ว! ” เสียงทุ้มตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ออกแรงเพื่อหลุดจากการจับกุม มองดงเฮที่ยิ้มให้เขาครั้งสุดท้ายแล้วหันหน้าไปอีกทาง น้ำตาจากคนเข็มแข็งหลั่งรินไม่ขาดสาย ไม่ฝืน..ไม่บังคับมันอีกแล้ว
หันมานะ ดงเฮ ..หันมามองสิ ..นายคิดจะหนีหน้าฉันอย่างนั้นหรือ ..สิ่งที่นายตัดสินใจ มันทำให้ฉันอ่อนแอ ไม่อยากเห็นไม่ใช่หรือไง ไม่อยากเห็น แล้วทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น ...หันกลับมาเดี๋ยวนี้
“ ฉันอยากจะรู้ว่าระหว่างดูคนรักของแกถูกคนอื่นเล่นกับยิงคนรักให้ตายด้วยมือ อะไรมันจะเจ็บกว่ากัน แต่ฉันว่าอย่างแรกท่าจะทำให้นายรู้สึกดีใช่มั้ย ”
“ แก...ไอ้ซีวอน บอกให้ลูกน้องแกหยุดเดี๋ยวนี้! ไอ้สารเลว! ” คิบอมอาฆาตคนที่ยืนสาแก่ใจ สายตาของซีวอนมองไปยังโต๊ะตัวนั้น เสื้อตัวบางถูกเลิกขึ้น มือหยาบกร้านลูบไล้ตามผิวก่อนโน้มหน้าลงดูดเม้มต้นคอขาวอย่างหื่นกระหาย
“ ยังไงมันก็ต้องตาย ทำให้คนอื่นมีความสุขก่อนตาย ..เผื่อจะได้มีความดีติดตัวบ้าง ”
“ ไอ้ชั่ว ..ปล่อย ..ปล่อยดงเฮ ..ปล่อยเขา ” แก้มสีเข้มเปรอะไปด้วยหยดน้ำตา หยุดร้องไม่ได้ ..ดงเฮกำลังจะถูกพวกมันย่ำยี ต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้ ไหนบอกว่าจะอยู่เคียงข้างดงเฮ ..ไหนว่าจะปกป้องร่างตรงหน้าด้วยชีวิต แล้วตอนนี้แกทำอะไรได้บ้าง คิบอม ..แกทำอะไรได้บ้าง นอกจากยืนดูแล้วก็ร้องไห้
“ อย่าทำ.. อื้อ.. ” ริมฝีปากสีสดถูกล่วงเกิน รุนแรงจนบวมช้ำ แม้จะเบือนหน้าหนีก็ไม่สามารถหลุดรอดสัมผัสอันน่ารังเกียจไปได้ น้ำตาที่พยายามกลั้นเอ่อล้นอย่างห้ามไม่ได้ คิบอมอยู่ตรงนั้น ..เขาจึงต้องเสมองอีกด้าน ไม่อยากให้ร่างสูงเห็นน้ำตา ..เห็นสีหน้าเจ็บปวดของเขา
ถ้าจะเปลี่ยนคำตอบตอนนี้ยังทันหรือเปล่า ..ถ้าจะตายไปพร้อมกับคิบอม
..ยังใช้สิทธิ์นั้นได้หรือเปล่า
ปัง!
“ อั่ก.. ” เจ้าของริมฝีปากที่โลมเลียผิวแก้มของดงเฮเด้งตัวขึ้นก่อนล้มลงกับพื้น แผ่นหลังชุ่มไปด้วยเลือดที่ถูกกระสุนเมื่อครู่ ทุกคนหยุดความเคลื่อนไหว ทุกสายตาจับจ้องไปที่คนยิงตรงประตูทางเข้า
“ ฮีชอล ”
“ พี่ฮีชอล ”
สองเสียงที่ร้องอุทานเมื่อสังเกตเห็นใบหน้าสวยเจ้าของฝีมือยิง ร่างโปร่งเดินเข้ามา เล็งปืนพร้อมเหนี่ยวไกไปที่ซีวอนและลูกน้องที่เริ่มถอยห่างจากดงเฮแล้วหยิบปืนขึ้นตั้งท่าเตรียมยิง
“ นี่สินะ ..เหตุผลที่นายให้ลูกน้องไปรับฉันมา ”
“ มันก็ไม่เชิง แต่คุณเข้ามาได้ยังไง ” ซีวอนถามอย่างแปลกใจ ยังไม่มีคำสั่งจากเขาออกไปข้างนอก แล้วปล่อยฮีชอลเข้ามาได้อย่างไร แผนแรกที่คิดว่าจะสำเร็จลุล่วงได้กลับจะพังเพราะคนที่เขาเอามาสำรองเสียเอง
“ แค่เดินเข้ามาพร้อมปืน..ก็น่าจะเคลียร์ทางได้สะดวก ” ดวงตาคมมองหน้าหล่ออย่างไม่ไว้ใจ ส่ายปืนในมือเหมือนพร้อมจะยิงได้ทุกเมื่อ
“ ลดปืนก่อน มีอะไรค่อยๆพูดกันดีกว่า ”
“ ฉันไม่อยากคุยกับคนโกหกอย่างแกแล้ว ”
“ ผมเตือนเพราะหวังดีกับคุณนะ ฮีชอล ..คุณเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ” ซีวอนไม่ได้ล้อเล่น ตอนนี้ปืนทุกกระบอกในมือลูกน้องเล็งไปที่ฮีชอลเป็นเป้าเดียวกัน ชายหนุ่มไม่อยากให้ฮีชอลได้รับบาดเจ็บ ..แม้แต่ปลายก้อย เขาก็ไม่ต้องการ
“ ปล่อยคิบอมซะ ” ฮีชอลสั่ง ค่อยๆเดินเข้าไปหาซีวอน ดูเหมือนชายหนุ่มก็จะยอมยืนนิ่งให้ฮีชอลเข้ามาคว้าเป็นตัวประกัน
“ ปล่อยมัน.. ” เสียงทุ้มย้ำคำสั่ง
คิบอมถูกปล่อยตัวเป็นอิสระก่อนวิ่งไปหาร่างบอบบางที่หายใจแผ่ว ปลดเชือกที่รัดข้อมือทั้งสองข้างของดงเฮออกแล้วพยุงตัวร่างนั้นไว้ในอ้อมกอด
“ ไม่เป็นไรนะ ..ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ” คิบอมกระซิบถามด้วยสีหน้าวิตก
“ อืม.. ” หน้าหวานซบลงกับหน้าแกร่งก่อนที่จะถูกริมฝีปากอุ่นจูบขมับปลอบ กระชับร่างบางไว้แน่นพลางประคองให้ยืนขึ้น ท่ามกลางคนชุดดำที่ยืนรอคำสั่งอยู่
“ ฮีชอล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ทางที่ดีปล่อยให้ผมจัดการดีกว่า ” ซีวอนโน้มน้าวคนที่จับเขาไว้
“ เรื่องของคิบอมคือเรื่องของฉัน ..แกกำลังจะฆ่าเขา ..จะฆ่าน้องชายของฉัน ” ฮีชอลตอบเสียงห้วน กดปากกระบอกแนบเข้าขมับของซีวอน ชายที่ถูกใช้เป็นตัวประกันไม่มีทางลุกลน ตกใจกับสิ่งที่เกิด เหมือนว่ากำลังใช้ความรู้สึกนึกตัดสินการกระทำของฮีชอลว่ากล้าที่จะลงมือกับเขาหรือไม่
“ ผมจำเป็นต้องทำ คิบอมทรยศพวกเรา ” ซีวอนชี้ถึงเหตุผล ฮีชอลล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวก่อนหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุของข้างในจนพองโยนไปข้างหน้าให้ซีวอนได้เห็น
“ ฉันคืนให้ แล้วคิบอมก็ไม่ติดค้างอะไรกับแกอีก ” ถ้าพูดแบบนี้ก็แสดงว่าซองนั้นก็อัดแน่นไปด้วยจำนวนเงินที่ใช้ในการรักษาตัวให้คิบอม ตอนที่ถูกพวกชอยซูทำร้ายจนต้องออกไปรักษาตัวนอกเมือง
“ พี่ฮีชอล... ”
คิบอมเลิกคิ้วมองอย่างไม่เชื่อสายตาว่าสิ่งที่ฮีชอลเอ่ยปากนับญาติ จะเป็นของที่ทำให้เขาเป็นอิสระ ..ฮีชอลใช้เงินจำนวนนี้เพื่อเอาชีวิตเขาคืนอย่างนั้นหรือ
“ ถึงผมจะปล่อยคิบอมตามที่คุณต้องการได้ แล้วดงเฮ ..คุณจะว่าอย่างไรถ้าผมต้องการชีวิตเขา ” ซีวอนถาม
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าคิบอมมีชีวิตหรือไม่ แต่อยู่ที่ดงเฮ..คนที่ทำให้ชินกูนแพ้คดีแล้วเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์การฆาตกรรมคืนนั้น
“ ... ” คนสวยเริ่มคิดหนัก ชีวิตของคิบอมใช้เงินเอาคืนได้ แต่ของดงเฮ..จะใช้อะไร พาชินกูนหนีออกจากเรือนจำอย่างนั้นหรือ
“ ยังไงเขาก็ต้องตาย คุณช่วยได้แค่หนึ่งเท่านั้น ” ซีวอนสรุป หวังให้ฮีชอลทำใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิด แต่ดูเหมือนว่าการกดดันครั้งนี้จะทำให้ฮีชอลตัดสินใจเด็ดขาดมากขึ้น กดปลายกระบอกปืนลงจ่อขมับซีวอนแน่นพร้อมกับเอ่ยเสียงขู่พวกลูกน้องซีวอน
“ คิบอมพาดงเฮออกไปข้างนอก ถ้าพวกไม่อยากเห็นเจ้านายของแกตายล่ะก็ ปล่อยสองคนนั้นไปซะ! ”
สีหน้ากระอักกระอ่วนของคนถูกสั่ง หันมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนมองซีวอนผู้ถืออำนาจสิทธิ์ขาดว่าควรทำอย่างไร
“ ฮีชอล ผมเตือนคุณแล้วอย่าบังคับให้ผมต้องทำอะไรรุนแรง ”
“ ฉันก็บอกแล้ว ไม่ว่ายังไงฉันก็จะช่วยคิบอมกับดงเฮออกไป ”
“ คุณฆ่าผมได้ลงคอจริงๆนะเหรอ คุณทำได้อย่างนั้นหรือ ” ซีวอนมองหน้าสวย แววตาตัดพ้อถูกส่งให้ฮีชอลอย่างไม่ปิดบัง ไม่ได้เสแสร้งเพื่อเรียกความใจอ่อน แต่ที่ทำก็อยากรู้เหมือนกันว่าที่ผ่านมา..เขามีค่าแค่ไหนสำหรับฮีชอล
“ อย่าบังคับฉัน อย่าทำให้รู้สึกลำบากใจ ” ฮีชอลหลบสายตา มองคิบอมที่ค่อยๆขยับเท้าไปด้านหลังเหมือนกำลังใช้จังหวะนี้ในการหนี
“ คุณต่างหากที่ทำให้ผมลำบากใจ ”
ซีวอนเอื้อมมือไปจับลงบนมือของฮีชอลที่ล็อกคอเขาไว้ วางเบาๆเหมือนทุกครั้งที่มอบความอ่อนโยนให้ ดวงตาคมกำลังวูบไหวกับความรู้สึกนั้น ใช้จังหวะนี้พลิกโอกาสให้เป็นของตัวเองคงดีไม่น้อย
ฮีชอลหลุบสายตาลงต่ำเพียงเสี้ยววินาที กลายเป็นจังหวะเหมาะให้ซีวอนพลิกแขนเรียวหมุนไปด้านหลังพร้อมกับผลักมือที่ถือปืนจ่อขมับตัวเองไปด้านหน้า อารมตกใจทำให้ฮีชอลเผลอเหนี่ยวไกปืน เสียงปืนลั่นดังเหมือนเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกอย่างเลวร้ายลง
ซีวอนล็อกตัวฮีชอลเอาไว้ ยื้อแย่งปืนในมือเรียว ขณะที่ลูกน้องที่ลังเลการตัดสินใจเมื่อครู่กับเบนสายตาไปยังเป้าหมายที่กำลังวิ่งออกไปด้านนอก
...ปัง..ปัง..ปัง...เพล้ง.....เพล้ง....เพล้ง
เสียงรัวปืนดังสลับกับเสียงบานกระจกแตก คิบอมพาร่างบางวิ่งก้มตัวต่ำแนบไปกับผนังด้านในอีกไม่กี่เมตรก็จะถึงทางออก ดงเฮดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ..คิบอมไม่กล้ารีบมากเพราะกลัวพลาดแล้วทำให้อีกคนได้รับบาดเจ็บ
..ปัง..ปัง..
เพล้ง..เพล้ง
ตู้กระจกใสที่ตั้งอยู่ข้างทางเข้าถูกกระสุนปืนจากชายชุดดำรัวไม่ยั้ง เศษกระจกกระจายทั่วบริเวณราวกับถูกระเบิด คิบอมเห็นสายตาของชายถือปืนคนหนึ่งกำลังเล็งมาที่เขา หนีตอนนี้คงหลบไม่ทัน ..อย่างไรเสียคงต้องโดน หวังว่าจะไม่ถูกอวัยวะจุดสำคัญ
“ อึ้ก.. ” ร่างที่เคยตามอยู่ด้านหลังบัดนี้เอาตัวมาบังกระสุนเอาไว้
“ ดงเฮ ... ” มือหนารับร่างคนเจ็บเอาไว้ก่อนยกแขนพาดไหล่วิ่งออกไปด้านนอกให้เร็วที่สุด พวกนั้นยังตามมาหรือไม่ เขาเองก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้ดงเฮคือสิ่งสำคัญที่สุด ..ชีวิตของดงเฮคือสิ่งที่เขาต้องยื้อให้นานที่สุด
คิบอมเหลือบเห็นรถที่จอดอยู่ข้างโกดัง รถติดเครื่องอยู่..ไม่แน่ใจว่าคนในรถจะได้ยินเสียงปืนด้านในหรือเปล่า คิบอมวางดงเฮไว้ตรงโคนต้นไม้ในพุ่มหญ้าซึ่งสามารถพรางร่างบางไว้ได้
“ ดงเฮ แข็งใจอีกนิด เดี๋ยวฉันกลับมา ” คิบอมพูด พลางกระโจนออกจากที่ซ่อนเป็นจังหวะพอดีกับพวกที่ตามมาผ่านหัวมุม ร่างสูงวิ่งไปที่รถคันนั้นแล้วกระชากประตูเปิด เห็นสีหน้าตกใจของคนขับซึ่งเป็นลูกน้องของซีวอนก็ปะทะหมัดลงไปแล้วดึงปืนออกจากเสื้อสูทของมันพร้อมกับยิงอีกคนที่นั่งอยู่หลังรถก่อนซ้ำด้วยคนขับ
“ แน่จริงก็เข้ามา ..เรียงตัวมาเลย ” คิบอมว่า ยกปากกระบอกจ่อไปยังสามคนที่ตามมาทัน เมื่อเห็นว่าคิบอมมีอาวุธพร้อมแถมยังเชี่ยวชาญเป็นหนึ่งในตระกูลอีก ทั้งสามก็เริ่มขยาดแล้วก็วิ่งหนีไปอีกทาง ทั้งที่ในมือก็มีอาวุธชนิดเดียวกัน
คิบอมพ่นลมหายใจแรงอย่างโล่งอกแล้ววิ่งกลับไปหาดงเฮที่หายใจรวยรินอยู่ เขาควรทำอย่างไรตอนนี้ ..ฮีชอลอยู่ด้านในกับซีวอนตามลำพัง และดงเฮถูกยิง..เลือดจำนวนมากกำลังไหลออกจาบาดแผลด้านหลัง คนที่ไม่เคยเจ็บเพราะแผลแบบนี้จะทนพิษไหวหรือเปล่า หน้าหวานซีดเซียวจนไร้สีเลือดเข้าทุกขณะ
..พี่ฮีชอล ผมขอโทษ
คิบอมตัดสินใจพาร่างดงเฮเข้าไปวางตรงเบาะหลังรถ หลังจากจัดการสองคนให้ออกจากรถสำเร็จแล้วกลับหัวรถตรงไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แสงสว่างที่เริ่มสาดเข้ามาต้อนรับยามเช้า ภาพของสองคนที่กำลังยื้อแย่งของอยู่ข้างใน ซีวอนบีบมือบางให้คลายอาวุธ แต่ฮีชอลก็มีแรงไม่น้อยกว่ากันขัดขืนจนร่างสูงเริ่มไม่พอใจ ฮีชอลใช้ดวงตาดุจ้องหน้าหล่อหวังให้อีกคนนึกกลัว ขณะที่ซีวอนพยายามใช้ข้อศอกดันแขนเรียวให้ปล่อยปืน
“ ปล่อย.. ” มือบางกดปลายกระบอกปืนลงด้านล่าง ขณะที่มือของซีวอนพยายามจะเงยมันขึ้น
“ คุณต้องปล่อย! ” ซีวอนว่า แรงยื้อยุดกันดูท่าจะไม่สิ้นสุดเอาง่ายๆถ้าไม่มีใครสักคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
..ปัง..
ทุกอย่างหยุดนิ่ง ปากกระบอกปืนเอียงลงด้านล่าง ฮีชอลหอบหายใจแรงสบดวงตาของซีวอนที่เบิกโต ร่างสูงก้มลงมองตามดวงตาคู่สวย แผลที่ถูกกระสุนตรงท้องมีเลือดซึมผ่านเนื้อผ้ากระจายบริเวณกว้าง หน้าท้องราบสัมผัสถึงความร้อนที่ออกจากปากกระบอก ..รวมถึงโลหะที่กำลังสร้างบาดแผลให้เขา
“ ฮีชอล.. ” ซีวอนมองหน้าสวยด้วยแววตาตกใจไม่ต่างจากอีกคนที่มองกลับด้วยความรู้สึกหวาดกลัว
“ ซ...ซีวอน ” ร่างสูงก้มมองปืนในมือของตัวเอง ..มือที่ถือปืนชุ่มด้วยเลือด ..กำลังหยดสู่พื้นจากหนึ่งหยดก็เริ่มถี่มากขี้น ริมฝีปากบางสั่นพลางมองหน้าซีวอนด้วยดวงตาที่กักความเจ็บ
ร่างโปร่งเข่าทรุดลงกระแทกพื้น เรี่ยวแรงหายใจขาดห้วงเอาดื้อๆ กุมแผลที่ท้องตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตาว่าเขาจะถูกซีวอนยิง ความปวดที่แล่นแปลบจากแผลสู่สมองให้รู้สึกคงไม่เท่ากับความเสียใจที่ฮีชอล..คนที่ตัวเองรักหยิบยื่นความตายให้
“ ซีวอน.. ”
คนหายใจติดขัดยังเรียกชื่อของร่างโปร่งต่อไป เหมือนพร่ำเพ้อถึงสิ่งที่ต้องการที่สุดในเวลาที่ความตายกำลังจะพรากพวกเขา ซีวอนรีบทิ้งปืนแล้วก้มลงประคองหน้าร่างของฮีชอลไว้บนตัก มือหนาประคองแก้มอุ่นซีดเอาไว้และบีบเบาๆเหมือนต้องการให้คนตาปรือรู้สึกตัว
“ ฮีชอล ..อย่าเป็นอะไรนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ” มองมือที่เปื้อนเลือด มองเสื้อที่ชุ่มไปด้วยของเหลวที่แดงแล้วเลื่อนมองหน้าสวยที่กระตุกเป็นระยะ ริมฝีปากหนาพยายามอ้าออกเพื่อพูดอะไรบางอย่าง
“ ..ฉ..ฉัน..ยัง..ไม่..อยากตาย ”
แวบแรกของความกลัว ..น้ำตาลูกผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเลวในสายตาคนอื่นกำลังไหลออกมา เมื่อนึกถึงอนาคตที่จะไม่ได้เห็นหน้าคนเจ้าเล่ห์ ไม่ได้ยินเสียงชวนทะเลาะของคนกวนโมโห ไม่ถูกร่างสูงกอดให้รู้สึกหงุดหงิด อ้อมกอดของซีวอนที่มอบให้เขาตอนนี้ อีกไม่กี่นาที..เขาก็จะไม่ได้สัมผัสมันอีก..ตลอดกาล
“ ไม่..คุณต้องไม่เป็นอะไร ได้ยินมั้ย ฮีชอล เราจะไปโรงพยาบาล อดทนไว้ ” ซีวอนพูดรัวพลางเงยหน้าตะโกนเรียกลูกน้องที่อยู่ด้านนอกให้เข้ามา
“ ครับ คุณเชว ” ไม่นานลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตื่นมาหยุดยืนตรงหน้าเจ้านาย
“ ไปเอารถมา ..ไปเอารถมาจอดข้างหน้าเดี๋ยวนี้! ” ซีวอนตวาดลั่น อารมณ์ตอนนี้ยืนอยู่หน้าผาลึก ..หวาดหวั่นกับสิ่งที่สัมผัส ก้อนเนื้อที่เต้นอยู่ข้างในอกบีบรัดทุกครั้งที่เห็นหน้าฮีชอลหายใจผ่านปาก ..ถ้าเลือกได้ ถ้าเปลี่ยนได้ เขาจะยอมเจ็บแทน
“ ไปเอามาเซ่! ” เห็นลูกน้องยังยืนสีหน้าเลิ่กลั่ก ซีวอนจึงตะโกนอีกรอบ ชายชุดดำจึงวิ่งออกไปอย่างลนลาน
ดวงตาคู่สวยเบิกโต และหายใจลำบากจนหลุดเฮือกโต ..กำลังเหนื่อยที่จะยื้อชีวิตตัวเอง นิ้วเรียวยาวบีบต้นแขนของคนในอ้อมกอด ..บีบเพื่อให้รู้ว่ายังมีเขาอยู่ข้างกาย
“ ฮีชอล ..อย่าแกล้งผม อย่าทำแบบนี้ได้มั้ย ”
ซีวอนถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองเอามาขยุ้มเป็นกำแล้วกดลงบนแผลที่ท้องของฮีชอล พยุงร่างสูงขึ้นเพื่อออกไปข้างนอก คนสวยมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนแล้วเอ่ยปฏิเสธ
“ หึ..ฉันรู้ตัวดี ..ฉันคงมีเวลาอยู่กับ...นายอีกไม่นาน ” ฮีชอลบีบมือหนาเอาไว้ มองหน้าเจ้าของอ้อมแขนด้วยรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เขาเคยใช้มันมา ปิดเปลือกตาหนักแล้วค่อยๆเปิดขึ้นมองหน้าหล่อที่กำลังจะร้องไห้
เขาเป็นคนยิงเอง ..ยิงตัวเอง ..นิ้วเรียวอยู่ตรงที่เหนี่ยวไก ..ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ซีวอนคงไม่ยอมหยุดเรื่องบ้าพวกนี้ เพราะเขา ..เพราะฮีชอลที่ส่งคิบอมให้เข้ามาข้องแวะกับตระกูลปาร์ค ถ้าไม่มีเขา ..คิบอมก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้
“ คุณห้ามทิ้งผม ฮีชอล ..ได้ยินผมมั้ย ผมจะให้เงินทั้งหมดของผม แต่คุณต้องมีชีวิตต่อนะ ฮีชอล ”
หยาดน้ำใสหยดลงบนหน้าสวย น้ำตาของซีวอนกับคำว่าเสียใจไม่น่าเกิดขึ้นได้ เจ็บกับคำว่า..ฆาตรกรที่เป็นต้นเหตุให้คนที่ตัวเองรักถูกยิง ..เขารักฮีชอล ..คนเอาแต่ใจ ปากร้าย เห็นแก่เงิน เขารักคนแบบนั้น
“ อย่า...ร้อง..ไห้ ....ฉันยังไม่..ตายซะหน่อย ฮะฮะ ” ฮีชอลแค่นหัวเราะทั้งที่แปลบไปทั่วหน้าอกและช่องท้อง อวัยวะข้างใจกำลังจะหยุดทำงานแล้ใช่มั้ย หัวใจที่เคยรู้สึกและเต้นรัวเมื่อกี้..ช้าลงจนฮีชอลสัมผัสได้ ร่างโปร่งดึงกำลังเฮือกสุดท้ายขืนมือตัวเองขึ้นโน้มต้นคอของซีวอนลงมาหาก่อนจูบริมฝีปากหนาของอีกคนด้วยความรู้สึกรักครั้งสุดท้ายที่มอบให้
เป็นจูบที่เนิ่นนาน ..เป็นจูบที่ซีวอนอยากให้เป็นนิรันดร์ ..เป็นจูบแรกและจูบสุดท้ายที่เขาจะมอบให้กับฮีชอลในฐานะคนที่เป็นเจ้าของหัวใจเต็มตัว น้ำตาหยดใหญ่ไหลซึมรวมกับของฮีชอลบนหน้าสวย และซีวอนก็ได้รู้ตัวสักทีว่าพระเจ้าไม่เข้าข้างคนเลวอย่างเขา มือของฮีชอลที่จับต้นคอเขาไหลลงบนพื้นอย่างไร้แรง หน้าหล่อยังไม่ละห่างออกมา ให้จูบนั้นยังคงอยู่ ท่ามกลางความสูญเสียที่เกิดกับตัวเอง
..ฉันรักนายนะ ซีวอน ..แต่มันก็สายเกินไป
..หวังว่านายจะรับรู้มันผ่านจูบลาของฉัน
“ ฮีชอล ..ฮีชอล อย่าทำแบบนี้ ฟื้นขึ้นมา คุณอย่าทิ้งผมไป ” ซีวอนเขย่าร่างไร้ลมหายใจในอ้อมกอดอย่างบ้าคลั่ง โอบร่างโปร่งแนบอก ไม่สนใจเลือดที่กำลังเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าตัวเอง น้ำตายังคงหลั่งรินไม่ขาดสาย หยดแล้วหยดเล่าบนแก้มไร้สีเลือด ..
“ คุณเชว พวกเราต้องไปแล้วครับ ” เสียงขัดจังหวะไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังโศกเศร้าสนใจแม้แต่น้อย ซีวอนยังกอดร่างนั้นร่ำไห้เจ็บเจียนขาดใจ
“ ฮีชอล ..ผมรักคุณ ”
“ คุณเชวครับ ตำรวจกำลังมาที่นี่ เราต้องหนี... ” ดูท่าหัวหน้าคงไม่มีกะจิตกะใจจะคิดถึงความอันตรายที่อยู่เบื้องหน้า ชายชุดดำสองคนจึงเข้าไปแกะมือที่รั้งร่างฮีชอลออก ท่ามกลางแรงขัดขืนเต็มที่
“ พวกแกทำอะไร ..ปล่อย! ”
“ เราต้องไปแล้วครับ ไม่งั้นไม่รอดแน่ ” ซีวอนถูกหิ้วปีกออกห่างจากร่างโปร่งที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ..ดวงตาที่หลับสนิทพร้อมหยดน้ำชื้นเปื้อนแก้ม ..ฮีชอลกำลังยิ้มอย่างนั้นหรือ
“ อย่า ..ฮีชอล ..อย่าเอาฮีชอลไปจากฉัน! ” ซีวอนตะโกนสุดเสียง ยื้อแรงสุดกำลัง แต่ไม่ต่างจากการกระทำที่ไร้ประโยชน์ ร่างสูงค่อยๆถอยไกลจากฮีชอล ..แรงสะอื้นฮักกับหัวใจที่แตกสลาย
ถ้าไม่ยอมรับความจริง ..ถ้าปฏิเสธว่าความรักได้จากไปไกลแล้วจะยืนอยู่ตรงนี้ได้มั้ย สองขาและหนึ่งหัวใจที่ถูกพรากไปจะทำให้เขามีชีวิตต่อไปได้หรือเปล่า..ผมรักคุณ ฮีชอล..
.
.
.
สวนดอกไม้กำลังผลิดอกบานอยู่ในสถานที่ฝังศพ ป้ายหินสลักชื่อเจ้าของที่กำลังหลับใหลอยู่ข้างใต้ความสวยงามของธรรมชาติ ร่างสูงวางช่อดอกกุหลาบสีแดงแซมด้วยสีขาววางหน้าป้ายชื่อ..คิม ฮีชอล
“ พี่..สบายดีมั้ย ” คิบอมเอ่ยถามด้วยสีหน้าอิดโรย ใต้ดวงตาบวมช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนักหน่วง
“ ผมกำลังไปหาดงเฮที่โรงพยาบาล หมอนั่นฟื้นได้สี่วันแล้ว .. ”
คิบอมมองตัวอักษรบนป้ายหินสีเทาอ่อน ร้อนผ่าวตรงอขอบตาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว ทุกครั้งที่คิดว่าตัวเองน่าจะอยู่กับฮีชอลก่อนคนสวยจากไป ..แต่กลับทิ้งไว้กับคนเลวอย่างซีวอน ถ้าเขาเข้าไปช่วยฮีชอล ป่านนี้ก็คงได้ยินเสียงด่าว่ากรอกหูไม่เว้นวันถึงไม่ชอบใจนัก
แต่ก็ดีกว่าความเงียบ..ที่ไร้แม้แต่เสียงลมหายใจของฮีชอล
“ พี่คงอยากรู้เรื่องของซีวอนใช่มั้ย มันถูกตำรวจไล่ล่าตามจับจนตอนนี้หนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่ไม่นานหรอก มันจะได้รับผลกรรมที่ก่อไว้ ที่มันทำไว้กับพี่ ”
ตระกูลปาร์คเองก็ไม่รู้ว่าซีวอนซ่อนตัวอยู่ที่ใด ลูกชายของชินกูนขาดเสาหลักยึดของกิจการครอบครัว แบกรับภาระด้วยวัยไม่ถึงยี่สิบ สาหัสเอาการ.. แต่คิบอมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจองซูถึงไม่เอ่ยถึงซีวอนอีกเลย ทำราวกับคนคนนั้นหายตัวไปจากโลกใบนี้และความทรงจำของชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว
“ ผมเจอจดหมายบนโต๊ะห้องพักของพี่จ่าซองถึงดงเฮ ..ผมจะให้เขาได้อ่านมันด้วยตัวเอง ”
คิบอมล้วงมือเข้าไปกำซองจดหมายในเสื้อตัวนอก เข้าไปเก็บข้าวของของฮีชอลในห้องพักที่คุ้นเคย หลายชิ้นส่งบริจาค อีกหลายชิ้นที่มีค่าทางจิตใจของฮีชอลก็ฝังมันลงไปกับเจ้าของ จดหมายซองสีขาววางเด่นราวกับฮีชอลจะรู้ว่าเขาจะเป็นคนเข้ามาพบมัน
“ ผมต้องไปแล้ว จะมาเยี่ยมพี่บ่อยๆ ..จะได้ไม่เหงา ”
คิบอมลูบป้ายหินเย็นเยียบลา มองดอกไม้สีแดงที่เอามาฝากฮีชอลเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหมุนตัว ทิ้งน้ำตาและความโศกเศร้าไว้ที่นี่ ..ทิ้งไว้ด้วยความอาลัย
..ถึงผมจะไม่เคยบอกว่ารู้สึกอย่างไรกับพี่ แต่ขอให้รู้ว่าพี่คือคนที่ให้ชีวิตผม ..ช่วยผมให้มีชีวิตรอดในสังคมสกปรกขอบคุณสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา ขอบคุณ...
.
.
.
ร่างบางกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนบนสวนลอยฟ้าบนชั้นห้าของโรงพยาบาล หน้าหวานดูคลายกังวลและเปี่ยมด้วยความสุข คิบอมเดินเข้ามาในเขตสวนจนนางพยาบาลที่เป็นคนเข็นรถเข็นให้ดงเฮออกมาที่นี่โค้งตัวทักทาย
“ เดี๋ยวผมดูแลต่อเองครับ ” หล่อนพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าตัวตึก คิบอมสูดหายใจลึกเข้าปอดแล้วก้าวเท้าไปที่เก้าอี้ของดงเฮ
“ ดงเฮ ..ฉันมาแล้วนะ ” หน้าหวานหันตามเสียงเรียก
“ ไปเยี่ยมพี่ฮีชอลมาเหรอ เป็นยังไงบ้าง ” รู้ว่าคิบอมนับถือฮีชอลเป็นพี่ชาย ..ดงเฮเลยเรียกฮีชอลด้วยคำนำนหน้าว่าพี่เหมือนกัน ดงเฮไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ฮีชอลจากไป แต่เขาเข้าใจความรู้สึกเสียใจของคิบอมดี ..มีมากจนพูดไม่หมด
“ ก็เหมือนเดิม นายออกมาข้างนอกไม่หนาวเหรอ ทำไมไม่เอาเสื้อกันหนาวออกมาด้วย ” คิบอมพูดพลางถอดเสื้อนอกของตัวเองคลุมไหล่บางเอาไว้
“ ว่าจะออกมาแปปเดียวเลยไม่ได้หยิบมา คุณพยาบาลก็มาด้วยเลยเกรงใจถ้าจะกลับไปหยิบอีกรอบ ” ดงเฮว่า กระชับผ้าตรงหัวไหล่ตัวเองให้แน่นขึ้น
“ งั้นกลับเข้าห้องเถอะ ” คิบอมกำลังจะเข็นรถเข็นเข้าไปยังตึก แต่เสียงหวานเอ่ยขัดไว้ก่อน
“ คิบอม..ไม่เสียใจใช่มั้ย ”
“ เสียใจ? ”
“ เรื่องฉันน่ะ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ ..ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร ” ดงเฮพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด ..สภาพของตัวเองเป็นอย่างไร เขารู้ดี ไม่ต่างอะไรจากคนที่ต้องการคนดูแลไปตลอดชีวิต
“ จำที่เราเคยสัญญากันได้หรือเปล่า ไม่ว่ายังไง ..เราก็ต้องอยู่ด้วยกัน ” คิบอมเลื่อนตัวมาด้านหน้าดงเฮแล้วย่อตัวมองใบหน้าหวานที่ทอดมองอากาศด้านหน้า
“ แต่ฉัน... ”
“ ฉันไม่คิดว่าความรักของฉันจะเป็นตัวถ่วงหรอกนะ ..นายคือความรักของฉัน ..ฉันจะดูแลมัน ..ดูแลนายไปตลอดชีวิต ”
มือหนาแตะลงบนมือบางที่เกาะอยู่ตรงพนักเก้าอี้ ดึงมาจับรวมกันไว้แล้วบีบมือนั้นหวังให้ดงเฮรู้สึกถึงความรักของเขา ..รู้สึกผ่านสัมผัส เพราะดวงตาไม่สามารถสื่อถึงมันได้อีก
“ คิบอม ..ฉันขอโทษ ”
เขาเองก็ไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ ดวงตาที่ไม่สามารถมองเห็นได้อีก ..กระจกตาที่ถูกทำลายด้วยเศษกระจกตอนที่ต่อสู้กันในโกดัง ยามที่ต้องหลับใหลกลายเป็นเวลาที่ดงเฮรู้สึกตัวว่าเป็นคนปกติ แต่เมื่อใดที่ฟื้นขึ้นมา เขาเองก็ไม่ต่างอะไรเลยจากคนพิการ ..เพราะดวงตาที่มืดบอดไปแล้ว
“ ไม่เป็นอะไร ถึงเวลาที่ฉันจะดูแลนายแล้ว ดงเฮ ”
คิบอมมอบกอดที่อบอุ่นและปลอดภัยให้ร่างบาง เขาเองก็ตกใจไม่น้อยหลังจากได้ยินคำวินิจฉัยของแพทย์ ..ดงเฮมองไม่เห็น ต่อไปคนตรงหน้าจะไม่เห็นสิ่งที่เขาทำ ไม่เห็นดวงตาที่ทอดมองความรักให้ดงเฮ ถึงเวลาที่ต้องฝึกใช้คำพูดหวานหูเพื่อให้ดงเฮรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาบ้างแล้ว
“ ฉันรักนาย ..รักคิบอม จะไม่ปล่อยมือจากนายอีกแล้ว ” ดงเฮบีบมือนั้นขึ้นมาแนบอก
คิบอมจูบหน้าผากดังเฮแผ่วเบาก่อนเลื่อนลงที่มุมปากและริมฝีปากอย่างอ่อนโยน ..นุ่มนวล อ่อนหวาน คือสิ่งที่คิบอมต้องฝึกทำให้ชินเพื่อปลอบประโลมร่างนี้ให้รับรู้ถึงความรักที่เขามี
จากวันที่รู้จักกัน ..ไม่มีครั้งใดเลยที่จะทำให้เขารู้สึกต่างไปจากตอนนั้น ความรู้สึกอยากปกป้อง ..อยากอยู่ใกล้ๆ ..มีเรื่อยมาจนถึงวันที่ความแค้นทาบทับและกดความรู้สึกห่วงใยนั่นลงลึกสุดหัวใจ แต่ตอนนี้เมฆหมอกทึมเหล่านั้นได้จางหาย เหลือเพียงแสงสว่างที่ค่อยๆสาดส่องเข้ามาในจิตใจ ..หัวใจที่เริ่มมีสีขึ้นอีกครั้ง โลกสีเทาทึมเปลี่ยนกลับมาสดใสถึงจะไม่มากแต่ก็พอให้เจ้าของนึกรู้คุณค่าของคนข้างตัว ..คนที่แต่งแต้มความอ่อนโยนให้กัน
“ ฉันก็จะไม่ปล่อยนายไปไกลแล้วเหมือนกัน ”
--- The END ---
จบ
ขอมอบเพลงนี้แด่ซีวอนและฮีชอล ..
จบลงแล้วนะ สำหรับ เหยื่อ
ไม่รู้จะมีคนเสียน้ำตาบ้างหรือเปล่า (ไอซ์แอบหวังนะ ฮะฮะ)
ตอนนี้สาหัสมาก สำหรับแปดชั่วโมงที่มอบให้ แก้แล้วแก้อีก ..จนไม่คิดว่ามันจบได้แล้ว
เป็นคนทำอะไรช้าอยู่แล้วเลยดูอืดไปใหญ่
เคลียร์ไม่เคลียร์ จะบอกว่าจุดใหญ่เคลียร์หมดแล้วค่ะ
จะมียิบย่อยบ้างที่ขอเก็บไปไว้ในสเปเชียลพาร์ทแล้วกันนะ
หวังว่าจะติดตามฟิคเรื่องหน้าของไอซ์ ตอนนี้ยังมิรู้ว่าจะเอาคู่ไหนดี = =
แล้วเจอกันเรื่องหน้าค่ะ รักคนเม้นต์และคนอ่านทุกคนเลย
ปล. ขอบคุณเจ๊แพรที่อยู่เป็นเพื่อนตลอดการแต่งพาร์ทนี้ ฮือ...ซึ้งใจและจบลงด้วยดี(มั้ง?) T^T
รายละเอียดเรื่องรวมเล่มค่ะ >>> ตามกันไป [OT] : รวมเล่ม The Prey

สงสารเจ๊จัง แง่วๆๆ ซึ้งดีอ่ะ
เสียดายเจ๊สุดๆ ยังไม่ได้คุยกะน้องสะใภ้เลย
คิดไว้เหมือนกันนะว่าตอนจบต้องมีใครสักคนเป็นอะไรแน่ๆ
ผลมาออกที่ทงเฮ....
อ่านตอนนี้แล้วจะคลั่งแทนบอม แอบด่าวอนไปเยอะ
ชิๆ โมโหๆ
ว่าแล้วตามไปอ่านรายละเอียดการโอนเงินก่อน
มีโหวตมั้ย? อยากให้รวมเรื่อง Untitled Story ด้วยจัง
#1 By bumdong (118.173.93.201) on 2009-04-21 16:20