[WonCin] : Matchmaker 1
posted on 18 May 2009 22:02 by icebox
== Matchmaker ==
ดวงตาคู่สวยมองใบพัดของพัดลมที่หมุนเอื่อยๆเป็นวงกลมอย่างหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ นั่งเท้าคางบนโต๊ะทำงานตัวเก่าในห้องแคบบนชั้นสองของคาเฟ่
มันจะนานเกินไปแล้ว..
ความคิดที่ฉุกร่างเพรียวเด้งผึงออกจากเก้าอี้ ตบโต๊ะขี้ฝุ่นฟุ้งอยู่สองสามทีแล้วคว้ากระเป๋าผ้าเดนิมของตัวเองเดินพรวดออกจากห้อง
สามวันที่ฮีชอลต้องตะลอนทั่วเมืองเพื่อติดป้ายกระดาษที่ถ่ายเอกสารเป็นร้อยๆใบ ถ้าวันนี้มันว่างงานขนาดต้องขนใบปลิวไปแปะอีกล่ะก็ ..คงไม่มีที่ว่างให้เขาแปะอีกแล้วแน่ๆ
เท่าที่เดินตามซอยคับแคบ ถนนสายใหญ่ ..ก็มีแต่แผ่นกระดาษที่มีข้อความเหมือนที่เขาถืออยู่เต็มไปหมด
“ ติดจนจะเลยไปอินชอนอยู่ล่ะ มันจะไม่มีใครโทรศัพท์มาเลยหรือไงวะฮะ ใส่เบอร์ผิดก็ไม่น่าใช่ ”
ฮีชอลบ่นพลางก้มตรวจเบอร์โทรติดต่อด้านล่างสุด มีไซเวิร์ลของตัวเองอยู่ถัดมาแล้วค่อยเป็นตำแหน่งร้าน พ่นลมหายใจแรงแล้วกระแทกส้นปึงปังไปเรื่อยๆ เจอหน้าคนเดินสวนก็ยัดใส่มือเขาบ้าง อยากรับไม่อยากรับไม่รู้ ..รู้แต่เขาอยากแจกให้หมด
ขนาดคนเดินมาเป็นคู่ คนสวยยังแจก
..ช่วยมีตรรกะกับเขานิดนึงได้หรือเปล่า คิม ฮีชอล
เดินจนสุดสายถนนก็เริ่มเหนื่อย เลื่อนสายตาไปเห็นตู้น้ำหยอดเหรียญตรงมุมถนน ล้วงเศษเหรียญในกระเป๋ากางเกงมานับแล้วขยับเท้าไปหาของดับร้อน
..แกร๊ง..
มือบางล้วงหยิบกระป๋องน้ำอัดลมออกจากช่อง ดึงฝาออก ยกซดให้ชื่นใจ
“ อ่า ..อากาศร้อนเป็นบ้า ได้สักกระป๋องอย่างกับขึ้นสวรรค์ ”
เยินยอกับน้ำในมือตัวเองหมุนกระป๋องซ้ายขวา มองแอ่งน้ำตรงถนนริมทางเดิน เงาของตัวเองกำลังไหวอยู่บนผิวน้ำ นี่เขากำลังทำอะไรอยู่
พินัยกรรมบ้าบออะไรกัน อยู่ๆก็ตกมาทับอย่างกับลาภลอย จะว่าใช่ก็ไม่น่าใช่เหมือนกรรมซัดมากกว่า แล้วไอ้น้องตัวดี..มันบอกว่าต้องไปตรวจเครื่องแต่งกายมาสามวันล่ะ อ้างมันทุกวัน ..ที่มหา’ลัยมีเครื่องแบบกี่เวอร์ชันกันล่ะนั่น
“ โว้ย! ”
ฮีชอลตะโกนเสียงดังระบายแค้น อย่าให้ถึงคราวเขาบ้างแล้วกัน ไอ้น้องตัวแสบ ..อย่าให้ถึงตาชั้นถือไพ่เหนือกว่าบ้างนะ แกตายแน่ คิบอม
เอาสายตาออกจากแอ่งน้ำได้ไม่นาน ยังไม่ทันจะเคลื่อนตัวไปไหน รถยนต์ทรงสปอร์ตสีดำแล่นเลี้ยวผ่านหัวโค้งด้วยความเร็ว ล้อเหยียบลงแอ่งน้ำจนกระเด็นมาโดนตัวคนยืนอยู่บนทางเท้า
“ เฮ้ย! ”
รูปปากสวยอุทานเป็นครั้งที่สอง มองขากางเกงของตัวเองที่ชุ่มด้วยน้ำสกปรกเลยขึ้นมาถึงเข่า รถคันนั้นยังจะแล่นต่อไปโดยไม่สนใจเขาอีก
“ ไอ้เลว กลับมาเดี๋ยวนี้นะ ”
คิมฮีชี้ตามรถคันนั้นราวกับสุ้มเสียงที่เปล่งออกไปจะช่วยให้รถตัวการกลับมารับโทษโดยดี แต่ก็ไม่ใช่ ..คิมฮีควรเปลี่ยนจากการชี้นิ้วเรียวเป็นการโบกมือลาเสียมากกว่า
“ อะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย ไม่เคยเจอฤทธิ์คิมฮีซะแล้ว ชั้นจะลากแกมาขอขมาชั้นเลยคอยดู ”
ก่อนที่รถคันสีดำจะแล่นพ้นกรอบสายตา แขนเรียวก็โบกเรียกแท็กซี่แล้วก้าวพรวดตามด้วยการสั่งให้คนขับติดตามรถยี่ห้อหรูให้ทัน
“ ลุงเร่งหน่อยสิ มันไปทางซ้ายแล้ว ”
ฮีชอลถึงกับนั่งไม่ติด ชี้ไม้ชี้มือให้ลุงคนขับรู้ทิศทางรถจนคุณลุงเริ่มคิดหนักว่าตัวเองตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่รับคนสวยขึ้นรถมา
“ ลุงก็เหยียบมิดแล้วนะ ”
“ มิดของลุง น้องผมมันยังวิ่งแซงเลย ลุงเอาเกียร์แปดเลย ”
“ ลุงขับรถยนต์ไม่ใช่จักรยานเสือภูเขา นั่งดีดี ไม่งั้นลุงจอดแน่! ”
เจอคำขู่เข้าไป คนเคยโวยวายนั่งเม้มปากขัดใจ เก็บไม้เก็บมือสองข้างประสานกันไว้ที่อก ใช้เพียงสายตามองตามรถคันสีดำด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองเป็นที่สุด
รถยนต์คันงามเข้าจอดเทียบท่าตรงประตูโรงแรมหรู พนักงานโรงแรมกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาเปิดประตูให้ชายหนุ่มออกจากตำแหน่งคนขับ
“ สวัสดีครับ คุณชเว ”
น้ำเสียงประจบประแจงพร้อมรอยยิ้มกว้างถูกมอบให้หนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงสง่า และที่สำคัญยังเป็นทายาทคนเล็กของตระกูลที่มีสาขาโรงแรมมากที่สุดในโซล
“ อืม ..พี่สาวมาหรือยัง ”
“ คุณหนูเข้ามาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วครับ ”
“ เอารถไปเก็บให้ด้วย ”
พนักงานคนนั้นตะปบกุญแจรถราคาแพงที่ลอยเข้ามาในมือตน มองชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดเดินเข้าไปในโรงแรมก่อนจะเข้าไปนั่งตำแหน่งคนขับแล้วเคลื่อนรถเข้าที่จอด
ร่างสูงเดินทอดน่องผ่านเคาน์เตอร์หน้าจนถึงตัวลิฟต์ มีพนักงานโรงแรมโค้งทักทายไม่ขาดระยะ แต่เขาก็ไม่ได้ทักตอบหรือยิ้มกลับ
“ พี่สาว.. ”
ซีวอนพึมพำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พอรู้ข่าวว่าพี่สาวเพิ่งถูกบอกเลิกแล้วออกอาการซึมเศร้าไม่ยอมกินข้าวกินปลามาหลายวัน เขาเลยแวะเข้ามาดูอาการซะหน่อย ไม่งั้นช่วงไฮซีซั่นอย่างนี้ไม่มีทางที่ซีวอนจะข้ามจากเกาะเชจูมาฝั่งใหญ่แน่ๆ
..ติ๊ง..
เสียงลิฟต์ร้องเตือนถึงชั้นที่ต้องการ ประตูเลื่อนเปิด ขายาวก้าวออกจากตัวลิฟต์เดินตรงไปยังห้องพักสวีทระดับวีไอพีของโรงแรม
..ก๊อก..ก๊อก..
เงียบไปอยู่นานจนคนรอจะเคาะอีกรอบ ประตูบานใหญ่ถึงเปิดต้อนรับ ร่างสูงมองสีหน้าเจ้าของห้องบอกได้เลยว่าทั้งชีวิตที่เคยอยู่กับคนคนนี้ ไม่เคยเห็นพี่สาวตาบวมเหมือนบวบอมน้ำ โทรมซีด ผมเผ้าไม่ยอมจัดให้เป็นทรง
ดูท่าอาการจะหนักกว่าที่คิด
“ พี่สาว ” เหมือนเป็นคำอุทานมากกว่าจะเรียกคนตรงหน้า
“ เข้ามาสิ กะมาดูหน้าพี่อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ”
คนเป็นพี่เบี่ยงตัวหลบให้คนเป็นน้องแทรกตัวเข้ามา มุมรับแขกตรงกระจกหน้าต่างถูกเลือกจากคนทั้งคู่ วิวจากชั้นบนสุดของโรงแรมให้ความรู้สึกโล่งและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“ ทำไมพี่ถึงปล่อยตัวโทรมอย่างนี้ ไม่ไหวมั้ง ..อย่างกับต้มจืดในตู้เย็น ”
ซีวอนวิจารณ์ ปกติร่างตรงหน้าจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองออกจากบ้านโดยไร้การประดับด้วยเสื้อผ้าและเครื่องบำรุงผิวชั้นดีหรือว่าคนตรงหน้าจะไม่ใช่พี่สาวตัวจริง
“ ถ้าจะมาพูดอย่างนี้ กลับไปเลย ประตูอยู่ทางนู้น ”
“ อย่าสิ เป็นห่วงจริงจังนะ แค่ถูกผู้ชายบอกเลิกเอง ..คนน่ารักอย่างพี่หาใหม่ได้อยู่แล้ว ”
เหมือนจะเป็นคำปลอบ แต่คนฟังสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงเยาะเย้ย ดวงตากลมค้อนขวับจนคนล้อต้องนิ่งหน้ากลั้นขำ
“ ถ้ามันง่ายอย่างที่นายว่าแล้วชั้นจะต้องเป็นแบบนี้หรือไง หาใหม่แล้วมันเหมือนเก่ามั้ยล่ะ ”
เหมือนเก่า ..เหมือนฮยอกแจอย่างนั้นเหรอ คบกันมาตั้งห้าปีจนคิดว่าทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว คิดว่าพวกเขาจะอยู่โดยมีกันและกันไปเรื่อยๆ แต่ที่ไหนได้ ..คนรักที่เราไว้ใจกลับหักหลังได้แสบสันต์ จู่ๆก็เดินเข้ามาบอกเลิกพร้อมกับให้เหตุผลว่า เพิ่งรู้ตัวว่าชอบผู้หญิง
..ใช่สิ ก็เขาไม่ใช่ผู้หญิงนี่
จะไปเถียงอะไรกับฮยอกแจได้
“ ก็ลองหาดูก่อน ได้ใหม่อาจจะดีกว่าเก่า ”
คนหล่อพยายามตะล่อม มองพี่ชายหน้าสวยที่ตัวเองเรียกติดปากว่าพี่สาวมาตั้งแต่จำความได้แล้วนึกสงสารที่ต้องมาเจอผู้ชายอย่างฮยอกแจหักอก
“ พี่ยังไม่ทันจะหายใจคล่องปอด นายจะให้หาใหม่อีกแล้วเหรอ ”
“ ไม่เอาน่า พี่ดงเฮ ..ถ้าพี่เหนื่อย ผมหาให้มั้ยล่ะ ”
“ พี่ดูเป็นคนต้องการผู้ชายขนาดนั้นเลยเหรอ ”
ดงเฮว่า ถลึงมองหน้าน้องจอมหาเรื่อง
“ ผมเลือกให้พี่ไม่มีพลาดแน่ๆ เชื่อมือผมสิ ”
“ คำว่าไม่พลาดของนายคืออะไร หมายถึงชั้นจะรักคนคนนั้นแล้วคนนั้นก็จะรักชั้นเหมือนกันอย่างนั้นอ่ะเหรอ ”
ไม่ค่อยมั่นใจกับรอยยิ้มของซีวอนเท่าไหร่ รู้ว่าซีวอนรักตัวเองมากแค่ไหน แม้ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แต่การมีแม่คนเดียวกันก็น่าจะมีเชื้อความเห็นอกเห็นใจมากอยู่บ้าง
“ อืม พี่ต้องการแบบไหน รีเคสท์มาเลย ”
ซีวอนหยิบกระดาษโน้ตตรงโต๊ะพร้อมดินสอเตรียมจด
“ ไม่ต้องขนาดนั้น ก็ขอแค่รักชั้น ข้อเดียวพอ ”
“ ยากมาก พี่สาว .. ”
ข้อเดียวแต่ทำให้หาลำบากเลือดตากระเด็น นิยามรักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ..แล้วคำว่ารักของพี่สาวคืออะไร
“ เอาคนที่นายคิดว่าเหมาะกับชั้นแล้วกัน แต่บอกว่าก่อนนะ ชั้นอาจจะไม่ชอบคนคนนั้นก็ได้ แม้นายจะเห็นดีเห็นงามก็ตาม ”
ดงเฮออกโรงป้องตัวเอง น้องชายอุตส่าห์หาให้ทั้งทีก็ลองๆไปก่อน เผื่อว่าตัวเองจะรอดจากความรู้สึกหดหู่นี่ได้สักที ..ขอแค่ใครก็ได้ที่จะเอาฮยอกแจออกไปจากสมองและหัวใจของเขา
“ ตกลงตามนี้ ”
เลือกเพื่อนสักคนให้มาคุยกับพี่สาวแก้เหงาดีกว่า ก็แค่ไปเที่ยวเล่นอยู่เป็นเพื่อนี่สาว แต่ถ้าหวังว่าจะได้แอ้มพี่สาวของเขาล่ะก็ ไม่มีทาง!
..พี่สาวคนนี้ หวงมาก
“ ไม่เอาเพื่อนนายนะ แต่ละคนมีดีแค่หล่อ ”
“ พี่พูดงี้หมายความว่ายังไง ” เหมารวมผมไปแล้วใช่มั้ยล่ะ ซีวอนร้อนตัว
“ เปล่า ก็ไม่เอา ..ไปหามานะ พี่จะพักผ่อนล่ะ ”
เสียงหวานตัดบทแล้วลุกไปที่เตียงล้มตัวนอน ทิ้งคนมาเยี่ยมให้ยืนงงกับท่าทีพี่สาว ตอนแรกที่เห็นก็เศร้าจนนึกสงสาร พอตอนนี้ดูเหมือนอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปเยอะ หน้ามือเป็นหลังเท้าเลยมั้ย
“ งั้นผมไปละ พักผ่อนมากๆนะ พี่สาว ”
ซีวอนพูดจบแล้วเดินออกจากห้อง เสียงประตูกระทบกรอบดังสุดท้ายเรียกเปลือกตาสีมุกปรือขึ้น ห่อตัวเองอยู่ในผ้าห่มแล้วเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
..หาให้ได้นะ ซีวอน คนที่จะช่วยหยุดน้ำตาพี่ซะที
“ ไปไหนของมัน ”
เห็นรถที่ตามมาตลอดทางเลี้ยวเข้าโรงแรมนี้ หันไปจ่ายเงินให้คุณลุงเจ้าของแท็กซี่แป๊ปเดียว ..หันมาอีกทีรถก็หายไปซะแล้ว ลำบากฮีชอลต้องเดินเข้ามารอในโรงแรม ทำเดินเนียนว่ามารอแขกที่เข้ามาพัก นั่งกางหนังสือพิมพ์รอคู่กรณี
อยู่ในโรงแรมนี่แน่ๆ และคนอย่างคิมฮีจะไม่เสียเงินค่ารถฟรี อย่างน้อยก็ขอให้ได้ด่าให้รู้สำนึกซะบ้าง
กะพริบตามองรถราข้างนอกชั่วแวบ หันกลับมาก็เห็นร่างสูง จำหน้าไม่ได้หรอก ..แต่ส่วนสูงพอสูสีกับคนที่ขับรถคันนั้น เสี้ยวที่เห็นผ่านกระจกติดฟิล์ม ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ รอดูว่าผู้ชายคนนี้จะใช่หรือเปล่าดีกว่า
ซีวอนเดินออกมายืนอยู่ทางเข้าโรงแรมไม่นาน รถสีดำก็มาจอดเทียบท่าโดยพนักงานคนเดิม ซีวอนรับกุญแจรถมาไว้ในมือแล้วก้าวขึ้นรถ กำลังจะสตาร์ทเครื่อง แต่มีร่างชายอีกคนเปิดประตูข้างคนขับแล้วก้าวพรวดเข้าไปด้านในทันที
“ คุณ ..”
เสียงทุ้มเอ่ยตกใจ คนแปลกหน้าขึ้นรถคุณ ..คุณจะตกใจเหมือนผมแน่
“ ฮีชอล ..คิม ฮีชอล ”
บอกไปเผื่อมันจะได้เรียกให้ถูก
“ ผมไม่รู้จักคุณ ลงจากรถผมเดี๋ยวนี้ ”
“ ชั้นรู้จักนายเมื่อกี้นี้ ”
คนสวยคาดโทษ มองหน้าหล่อของซีวอนที่ขัดกับนิสัยขับรถที่เขาเจอเมื่อครู่
“ ออกจากรถผม ”
“ เออ ชั้นไปแน่ ..แต่ขอให้ได้ด่าคนไม่มีมารยาทก่อนเถอะ เกิดมาหน้าตาดีซะเปล่า ขับรถแย่แบบนี้ไม่โดนยึดใบขับขี่เพราะพ่อใหญ่สินะ รถคันนี้ ต้นตระกูลให้เงินไปดาวน์ออกมาใช่มั้ยล่ะ ทำอะไรก็คงมีแต่คนคอยเอาอกเอาใจจนไม่เห็นหัวคนอื่น ตัวก็สูงทีหลังหัดเหลียวมองคนรอบตัวบ้าง จะได้ไม่มีใครต้องมาเดือดร้อนเพราะนายอีก ”
“ ผ..ผมไปทำอะไรให้คุณเดือดร้อน ”
ซีวอนเถียงกลับ ไม่เคยรู้จักแล้วจะไปสร้างความรำคาญให้ได้ยังไง
“ ก็นี่ไง ... ”
ฮีชอลยกขายื่นไปหาซีวอน จนคนหล่อผงะตัวติดประตูรถ มองขากางเกงชื้นน้ำของฮีชอลตาปริบๆ
“ คุณ..มีมารยาทหน่อยสิ ”
หน้าก็สวยแต่มารยาททรามชะมัด ซีวอนนึกในใจเบี่ยงหน้าหนีเท้าของฮีชอล
“ มารยาทมีไว้สำหรับคนสะกดมันเป็น แต่ชั้นคิดว่าคนอย่างนายไม่มี ..แค่นี้ล่ะ ชั้นล่ะเกลียดคนอย่างนายจริงๆ ถือว่าฟาดเคราะห์ พรุ่งนี้คงมีเรื่องโชคดีเข้ามาบ้าง ”
ฮีชอลผลักประตูรถแล้วก้าวขาลงมาหลังจากปล่อยระเบิดลูกขนาดย่อมลงกลางรถ คนได้รับแรงอัดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ..ชเว ซีวอนนั่นเอง
ร่างคนสวยเดินไปยังถนนหน้าโรงแรม รถประจำทางเข้าจอดที่ป้ายแล้วคนชื่อฮีชอลก็เดินขึ้นไปโดยไม่เหลียวมองเขาสักนิด สงสัยจะระบายหมดแล้วจริงๆแฮะ อารมณ์ร้ายเอาการ ถ้าไม่ติดที่โครงหน้าสวยกว่าผู้หญิงที่เคยเห็นแล้วล่ะก็ เขาคงสั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยให้มาจับฮีชอลส่งตำรวจโทษฐานบุกรุกแน่ๆ
“ อะไรวะนั่น ”
สบถได้ไม่กี่คำ สายตาที่เคลื่อนจากหน้าโรงแรมมาที่พวงมาลัยรถก็สะดุดกับใบปลิวที่วางอยู่ตรงเบาะนั่งข้างคนขับ มือหนาเอื้อมหยิบขึ้นมาอ่าน
“ บริษัทจัดหาคู่ ..งั้นเหรอ ”
ไล่เรียงตามเนื้อหาก็เริ่มเข้าใจอาชีพของคนที่เพิ่งตวาดเขา คิม ฮีชอล ..นักจัดหาคู่อันดับหนึ่งของเกาหลี เขียนซะดูเกินจริงไกลเอาการ เท่าที่เห็นสภาพเหมือนคนกำลังหางานทำเสียมากกว่า
ซีวอนหัวเราะหึแล้วโยนใบปลิวไปหลังรถก่อนสตาร์ทแล้วขับออกจากโรงแรม ก่อนกลับเกาะเชจูคงต้องแวะไปทำบุญที่วัดสะเดาะเคราะห์เสียหน่อย จะได้ไม่ต้องเจอคนสวยขี้วีนคนนั้นอีก
..แม่นักจับคู่กำมะลอ
===================================
มาต่อแล้ว ..ตอนแรกน้อยมั้ยนะ
มากกว่าที่คิดจะเขียนซะอีก ถือว่ายาวแล้วกัน
ปวดหัวนิดหน่อย อากาศไม่ค่อยดีเลย ฝนตก แดดออก สลับกันอยู่อย่างนี้
ปล. อาจไม่ค่อยสนุกอย่างที่คาด ไอซ์เน้นเวิ่นอย่างจริงจัง


มันไม่สั้นเท่าไรนะ
ฉ่อยป่วง หรือ ฮีนิมป่วงดี
อีหมวยมันเป็นสาวไปแล้ววววววววว
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อีไก่ไปชอบหญิงคือชั้นใช่ม๊ายยยยยย
อร๊างงงงงงงงง
จบไปๆ
รักออมม่านะ รอต่อ
#1 By เ ด็ก ช าย โ อมเ พี้ย ง* on 2009-05-18 22:38